ปิดฉาก 11 ปี คดีระเบิดราชประสงค์: ศาลประหาร "อาเด็ม-ยูซุฟู" ...แต่ 'คนบงการจริง' อยู่ไหน?

กระทู้สนทนา
คดีโศกนาฏกรรมระเบิดศาลท้าวมหาพรหม แยกราชประสงค์ (เหตุการณ์เมื่อวันที่ 17 สิงหาคม 2558) มีคำพิพากษาออกมาเรียบร้อยแล้ว โดยศาลอาญากรุงเทพใต้ได้มีคำพิพากษาตัดสินเมื่อวันที่ 11 มิถุนายน 2569 หลังจากที่คดียืดเยื้อและใช้เวลาพิจารณาในชั้นศาลยาวนานเกือบ 11 ปี
บทสรุปคำพิพากษาของจำเลยทั้งสองคน มีดังนี้ครับ
จำเลยที่ 1: นายอาเด็ม คาราดัก (หรือ บิลาล มูฮัมหมัด)
จำเลยที่ 2: นายไมไรลี ยูซุฟู
⚖️ คำตัดสินของศาล
โทษประหารชีวิต: ศาลพิพากษาให้ลงโทษประหารชีวิตจำเลยทั้งสองสถานเดียว ในความผิดฐานร่วมกันก่อเหตุวางระเบิดในที่สาธารณะจนเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย และร่วมกันพกพาอาวุธ (สารระเบิด) ไปในเมืองหรือทางสาธารณะโดยไม่มีเหตุอันควร
ไม่มีเหตุบรรเทาโทษ: แม้ว่าจำเลยจะเคยให้การรับสารภาพในชั้นสอบสวน แต่ศาลเห็นว่าเป็นการจำนนต่อหลักฐาน จึงไม่มีเหตุให้ลดหย่อนผ่อนโทษ
ชดใช้ค่าเสียหาย: ศาลสั่งให้ร่วมกันชดใช้ค่าเสียหายแก่หน่วยงานของรัฐและผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ดังกล่าว
ยกฟ้องบางข้อหา: ในส่วนของเหตุการณ์วางระเบิดที่ท่าเรือสาทร (ซึ่งเกิดขึ้นในไล่เลี่ยกัน) ศาลสั่งยกฟ้องจำเลยทั้งสองเนื่องจากพยานหลักฐานไม่เพียงพอ
🔍 ประเด็นสำคัญที่ศาลใช้ในการพิจารณา
หลักฐานมัดแน่น: ศาลรับฟังพยานหลักฐานจากภาพกล้องวงจรปิด (CCTV) ที่บันทึกเส้นทางและพฤติการณ์ของจำเลยได้อย่างชัดเจน รวมถึงหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์และคำให้การของพยานบุคคลที่ยืนยันตัวตนจำเลยได้อย่างแน่นหนา (ซึ่งมีพยานฝ่ายโจทก์เข้าสืบมากกว่า 400 ปาก)
ข้ออ้างเรื่องการซ้อมทรมาน: ที่ผ่านมาจำเลยได้ต่อสู้คดีโดยอ้างว่าถูกเจ้าหน้าที่ซ้อมทรมานและบีบบังคับให้รับสารภาพในระหว่างควบคุมตัว แต่ศาลพิเคราะห์แล้วไม่เชื่อข้อต่อสู้นี้ เนื่องจากจำเลยเพิ่งนำมากล่าวอ้างในชั้นพิจารณาคดี และไม่ปรากฏเหตุผลหรือหลักฐานที่พนักงานสอบสวนจะต้องทำเช่นนั้น
คดีนี้นับเป็นหนึ่งในคดีประวัติศาสตร์ที่มีแฟ้มสำนวนหนากว่า 10,000 หน้า และเผชิญกับความล่าช้าหลายครั้ง เช่น ปัญหาเรื่องการจัดหาล่ามภาษาอุยกูร์ที่ได้มาตรฐานและความเป็นกลาง รวมถึงการโอนย้ายคดีจากศาลทหารมายังศาลพลเรือน จนกระทั่งมีคำพิพากษาศาลชั้นต้นออกมาในที่สุด

CR IG สำนข่าว Thaiger.th
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่