นิโคลัส เคจ พาลูกชายวัยรุ่นไปที่ลูน่าเบย์เพื่อโต้คลื่น โดยหวังจะพาลูกไปดูบ้านที่อยู่เหนือชายหาด บ้านที่เขาเติบโตมาตั้งแต่เด็ก
เคจพยายามทำทุกอย่างเพื่อที่จะซื้อบ้านหลังนั้นมาเป็นของตนให้ได้ หวังให้ครอบครัวสมบูรณ์
แม้ว่าจริงๆแล้วทุกอย่างจะดูง่อนแง่นซะเหลือเกิน.. หลังเลิกรากับภรรยา ลูกชายก็ดูจะไม่ค่อยหวังอะไรกับตัวพ่อเท่าไรนัก
เคจจึงหวังกับเรื่องบ้านหลังนี้มาก เพราะเชื่อว่าทุกอย่างจะดีขึ้น
ไหนๆ มาถึงหาดแล้วก็ต้องลงเล่นเซิร์ฟ อย่างไรก็ตามเคจพาลูกชายลงเล่นไม่ได้
เพราะสองพ่อลูกถูกกลุ่มนักโต้คลื่นเจ้าถิ่นเข้ามาขัดขวาง ใครที่เป็นคนนอกพื้นที่ห้ามเข้ามาโดยเด็ดขาด
สุดท้ายแล้วเขาก็ต้องยอมถอย แต่แน่นอนว่าเคจไม่พอใจอย่างมากกับการกระทำของคนกลุ่มนี้ เขาต้องทำอะไรสักอย่าง...
The Surfer เป็นภาพยนตร์ระทึกขวัญสัญชาติออสเตรเลียปี 2024 กำกับโดย ลอร์แคน ฟินเนแกน
เขียนบทโดย โทมัส มาร์ติน และนำแสดงโดย นิโคลัส เคจ เรื่องราวเกี่ยวกับชายคนหนึ่ง
ที่วางแผนจะไปเล่นกระดานโต้คลื่นที่ชายหาดสวยงามแห่งหนึ่งกับลูกชาย
แต่กลับถูกขัดขวางและรังแกโดยแก๊งคนท้องถิ่นที่วางตัวเป็นเจ้าของหาด
อีกเรื่องของหนังที่ลุงเคจนำแสดงแบบรัวๆๆๆๆในช่วงระยะเวลา 10 ปีหลังสุดคือจะว่าหนังเกรดไหนก็ตามแต่
แกรับหมด ทั้งเล่น ทั้งเป็นโปรดิวเซอร์ รวมถึงเรื่องนี้ด้วยเช่นกัน ลักษณะเป็นหนังคัลท์ แหวกแนว
ซึ่งถ้าหากคุณดูแค่ตัวอย่าง หรืออ่านเรื่องย่อ ใจคุณคงจะคิดไปว่า อ่อ อยากไปเล่นเซิร์ฟแล้วโดนไล่ใช่มะ
แบบนี้ เฮียเคจต้องแค้น และเตรียมตัวเอาคืนให้สาสมใจแฟนหนังแน่นอน เชื่อสิ ใช่แน่ วู้วว
ตรงนี้ผมไม่บอกต่อว่ามันจะเป็นยังไง ให้คุณรับชมด้วยตัวเองดีที่สุด เอาแค่ว่าลุงเคจเล่นได้หมดสภาพอย่างยิ่ง
ไม่ได้หมายถึงแสดงไม่ดีนะ แต่ในบทอ่ะ คือหมดจริงๆ ไม่เหลืออะไรเลย เลวร้ายมากๆ
ผมเขียนในเรื่องย่อเป็นชื่อแกเลย แต่จริงๆแล้วในหนังพระเอกไม่มีชื่อนะครับ จะเรียกว่า The Surfer (นักโต้คลื่น) แทน
ซึ่งเราจะได้เห็นลีลาของลุงเคจมั้ย ต้องไปดู
Lorcan Finnegan ผู้กำกับหนังเรื่องนี้นี่คืองานเรื่องที่ 4 ของเขา โดยที่ผ่านมาผมเคยดูเรื่องเดียวคือVivarium ในปี 2019
แต่อีก 2 เรื่องหารายละเอียดดูก็พบว่าแนวทางไม่ต่างกัน นั่นคือ Finnegan ดูแล้วจะถนัดหนังแนวหลอนๆ
แบบหลอนทางจิตนะ เล่นกับอารมณ์ความรู้สึกของคนดู ความไม่มั่นคงทางจิตใจ
พยายามหลอกล่อให้คนดูติดกับทางความคิด ก่อนหักหลังแบบเจ็บๆในตอนท้าย
The Surfer แสดงให้เห็นถึงกลิ่นอายย้อนยุคอย่างชัดเจน ตั้งแต่ไตเติ้ลเปิดเรื่องสไตล์ยุค 70
ไปจนถึงการกำกับภาพสไตล์เรโทรที่ดูมีเสน่ห์เฉพาะตัว ความรู้สึกสิ้นหวังและหงุดหงิด
การติดอยู่กับคนท้องถิ่นแปลกๆ ปัญหาของตัวก็หนักมากพอแล้ว และยิ่งมาเจอกับคนบ้าๆตรงหน้าอีก
สติที่คอยชักนำความเป็นคนของตัวเอกเราก็จะเริ่มค่อยๆถดถอยลงไปเรื่อยๆทีละนิดๆ จนสุดท้ายก็ไม่เหลืออะไรให้ยึดเหนี่ยวอีก
ในส่วนของคู่ปรับของเคจอย่าง Julian McMahon ก็แสดงได้อย่างน่ากลัว
ดูแวบเดียวก็รู้ว่าไอ้หมอนี่มันร้าย กลุ่มลูกน้องทุกคนก็ดูบ้าคลั่งสุดๆ แล้วพระเอกแก่แล้วตัวคนเดียวจะเอาอะไรไปสู้ได้ ..
ผมชอบการเชื่อมโยงอดีตและปมที่มีในใจของพระเอก มาร้อยเรียงต่อเนื่องกับปัจจุบันได้อย่างสอดคล้องยิ่ง
คือตัวเขาอยากจะแก้ไขทุกอย่างให้มันดีขึ้นกว่าเดิม ไม่อยากจะซ้ำร้อยเก่าในเรื่องร้ายที่ผ่านมา
แต่สุดท้ายแล้วเหตุการณ์ต่างๆมันก็ย้อนกลับมาเหมือนเมื่อก่อนอีกครั้ง เพียงแต่ว่ามันต่างกันที่....
ตรงนี้ล่ะต้องชื่นชม Thomas Martin ที่ทำให้บทของหนังดูมีมิติอย่างยิ่ง
สุดท้าย The Surfer ก็เป็นหนังอีกเรื่องที่แฟนเดนตายของนิโคลัส เคจ ไม่ควรพลาด
ความบ้าคลั่ง ความสิ้นหวัง สภาพที่ดูหดหู่ น่าสมเพชเวทนาจนเมื่อฟางเส้นสุดท้ายเมื่อความอดทนถูกฉีกสะบั้น
ต้องบอกก่อนว่า สิ่งที่คุณหวังไว้ มันอาจจะไม่ได้เป็นอย่างที่คุณคิด ถ้าไม่ชอบ คุณอาจจะเกลียดเลยก็เป็นได้
แต่สำหรับผมชอบมากนะ จบได้ดี บอกไว้ก่อนเลย
=== ทิ้งท้ายครับ หนังที่ดีสำหรับตัวเรา แน่นอนว่าอาจจะไม่ได้ดีและไม่ได้ถูกใจสำหรับใคร
ซึ่งอยู่ที่ความชอบของแต่ละบุคคล ภาพยนตร์ก็เหมือนอาหารล่ะครับ อยู่ที่เราเลือกที่จะอยากชิมรสชาติแบบไหนเท่านั้นเอง ===
== The Surfer (2024) ผมก็แค่อยากเล่นเซิร์ฟ... ==
นิโคลัส เคจ พาลูกชายวัยรุ่นไปที่ลูน่าเบย์เพื่อโต้คลื่น โดยหวังจะพาลูกไปดูบ้านที่อยู่เหนือชายหาด บ้านที่เขาเติบโตมาตั้งแต่เด็ก
เคจพยายามทำทุกอย่างเพื่อที่จะซื้อบ้านหลังนั้นมาเป็นของตนให้ได้ หวังให้ครอบครัวสมบูรณ์
แม้ว่าจริงๆแล้วทุกอย่างจะดูง่อนแง่นซะเหลือเกิน.. หลังเลิกรากับภรรยา ลูกชายก็ดูจะไม่ค่อยหวังอะไรกับตัวพ่อเท่าไรนัก
เคจจึงหวังกับเรื่องบ้านหลังนี้มาก เพราะเชื่อว่าทุกอย่างจะดีขึ้น
ไหนๆ มาถึงหาดแล้วก็ต้องลงเล่นเซิร์ฟ อย่างไรก็ตามเคจพาลูกชายลงเล่นไม่ได้
เพราะสองพ่อลูกถูกกลุ่มนักโต้คลื่นเจ้าถิ่นเข้ามาขัดขวาง ใครที่เป็นคนนอกพื้นที่ห้ามเข้ามาโดยเด็ดขาด
สุดท้ายแล้วเขาก็ต้องยอมถอย แต่แน่นอนว่าเคจไม่พอใจอย่างมากกับการกระทำของคนกลุ่มนี้ เขาต้องทำอะไรสักอย่าง...
The Surfer เป็นภาพยนตร์ระทึกขวัญสัญชาติออสเตรเลียปี 2024 กำกับโดย ลอร์แคน ฟินเนแกน
เขียนบทโดย โทมัส มาร์ติน และนำแสดงโดย นิโคลัส เคจ เรื่องราวเกี่ยวกับชายคนหนึ่ง
ที่วางแผนจะไปเล่นกระดานโต้คลื่นที่ชายหาดสวยงามแห่งหนึ่งกับลูกชาย
แต่กลับถูกขัดขวางและรังแกโดยแก๊งคนท้องถิ่นที่วางตัวเป็นเจ้าของหาด
อีกเรื่องของหนังที่ลุงเคจนำแสดงแบบรัวๆๆๆๆในช่วงระยะเวลา 10 ปีหลังสุดคือจะว่าหนังเกรดไหนก็ตามแต่
แกรับหมด ทั้งเล่น ทั้งเป็นโปรดิวเซอร์ รวมถึงเรื่องนี้ด้วยเช่นกัน ลักษณะเป็นหนังคัลท์ แหวกแนว
ซึ่งถ้าหากคุณดูแค่ตัวอย่าง หรืออ่านเรื่องย่อ ใจคุณคงจะคิดไปว่า อ่อ อยากไปเล่นเซิร์ฟแล้วโดนไล่ใช่มะ
แบบนี้ เฮียเคจต้องแค้น และเตรียมตัวเอาคืนให้สาสมใจแฟนหนังแน่นอน เชื่อสิ ใช่แน่ วู้วว
ตรงนี้ผมไม่บอกต่อว่ามันจะเป็นยังไง ให้คุณรับชมด้วยตัวเองดีที่สุด เอาแค่ว่าลุงเคจเล่นได้หมดสภาพอย่างยิ่ง
ไม่ได้หมายถึงแสดงไม่ดีนะ แต่ในบทอ่ะ คือหมดจริงๆ ไม่เหลืออะไรเลย เลวร้ายมากๆ
ผมเขียนในเรื่องย่อเป็นชื่อแกเลย แต่จริงๆแล้วในหนังพระเอกไม่มีชื่อนะครับ จะเรียกว่า The Surfer (นักโต้คลื่น) แทน
ซึ่งเราจะได้เห็นลีลาของลุงเคจมั้ย ต้องไปดู
Lorcan Finnegan ผู้กำกับหนังเรื่องนี้นี่คืองานเรื่องที่ 4 ของเขา โดยที่ผ่านมาผมเคยดูเรื่องเดียวคือVivarium ในปี 2019
แต่อีก 2 เรื่องหารายละเอียดดูก็พบว่าแนวทางไม่ต่างกัน นั่นคือ Finnegan ดูแล้วจะถนัดหนังแนวหลอนๆ
แบบหลอนทางจิตนะ เล่นกับอารมณ์ความรู้สึกของคนดู ความไม่มั่นคงทางจิตใจ
พยายามหลอกล่อให้คนดูติดกับทางความคิด ก่อนหักหลังแบบเจ็บๆในตอนท้าย
The Surfer แสดงให้เห็นถึงกลิ่นอายย้อนยุคอย่างชัดเจน ตั้งแต่ไตเติ้ลเปิดเรื่องสไตล์ยุค 70
ไปจนถึงการกำกับภาพสไตล์เรโทรที่ดูมีเสน่ห์เฉพาะตัว ความรู้สึกสิ้นหวังและหงุดหงิด
การติดอยู่กับคนท้องถิ่นแปลกๆ ปัญหาของตัวก็หนักมากพอแล้ว และยิ่งมาเจอกับคนบ้าๆตรงหน้าอีก
สติที่คอยชักนำความเป็นคนของตัวเอกเราก็จะเริ่มค่อยๆถดถอยลงไปเรื่อยๆทีละนิดๆ จนสุดท้ายก็ไม่เหลืออะไรให้ยึดเหนี่ยวอีก
ในส่วนของคู่ปรับของเคจอย่าง Julian McMahon ก็แสดงได้อย่างน่ากลัว
ดูแวบเดียวก็รู้ว่าไอ้หมอนี่มันร้าย กลุ่มลูกน้องทุกคนก็ดูบ้าคลั่งสุดๆ แล้วพระเอกแก่แล้วตัวคนเดียวจะเอาอะไรไปสู้ได้ ..
ผมชอบการเชื่อมโยงอดีตและปมที่มีในใจของพระเอก มาร้อยเรียงต่อเนื่องกับปัจจุบันได้อย่างสอดคล้องยิ่ง
คือตัวเขาอยากจะแก้ไขทุกอย่างให้มันดีขึ้นกว่าเดิม ไม่อยากจะซ้ำร้อยเก่าในเรื่องร้ายที่ผ่านมา
แต่สุดท้ายแล้วเหตุการณ์ต่างๆมันก็ย้อนกลับมาเหมือนเมื่อก่อนอีกครั้ง เพียงแต่ว่ามันต่างกันที่....
ตรงนี้ล่ะต้องชื่นชม Thomas Martin ที่ทำให้บทของหนังดูมีมิติอย่างยิ่ง
สุดท้าย The Surfer ก็เป็นหนังอีกเรื่องที่แฟนเดนตายของนิโคลัส เคจ ไม่ควรพลาด
ความบ้าคลั่ง ความสิ้นหวัง สภาพที่ดูหดหู่ น่าสมเพชเวทนาจนเมื่อฟางเส้นสุดท้ายเมื่อความอดทนถูกฉีกสะบั้น
ต้องบอกก่อนว่า สิ่งที่คุณหวังไว้ มันอาจจะไม่ได้เป็นอย่างที่คุณคิด ถ้าไม่ชอบ คุณอาจจะเกลียดเลยก็เป็นได้
แต่สำหรับผมชอบมากนะ จบได้ดี บอกไว้ก่อนเลย
=== ทิ้งท้ายครับ หนังที่ดีสำหรับตัวเรา แน่นอนว่าอาจจะไม่ได้ดีและไม่ได้ถูกใจสำหรับใคร
ซึ่งอยู่ที่ความชอบของแต่ละบุคคล ภาพยนตร์ก็เหมือนอาหารล่ะครับ อยู่ที่เราเลือกที่จะอยากชิมรสชาติแบบไหนเท่านั้นเอง ===