ถึงชั้นนี้ต้องก้มหัว….
ผมจะขอเกิ่นก่อนว่า…ในชีวิตของผมตั่งแต่เล็กจนโตมาจนอายุจะ37ปีแล้ว มันเป็นเหตุการณ์ครั้งแรกในชีวิตที่ได้เจอะเจอกับสิ่งที่คิดมาตลอดว่ามันคงไม่มีอยู่จริง คือ‘ผี‘ เพราะไม่เคยเจอ ไม่เคยได้ยิน ไม่มีเซนต์อะไรเลยกับเรื่องผีๆ จนวันนึงได้พบได้เจอกับตัวเองจะๆ แบบ full hd และเรื่องมันก็มีอยู่ว่า……
เมื่อประมาณ8เดือนที่ผ่านมา ตอนนั้นผมเองอยากจะมีคอนโดห้องชุดเป็นของตัวเองสัก1ห้องก็ได้เข้าไปค้นหาข้อมูลใน web site ต่างๆจนได้มาเจอตึกที่ชื่อว่า “ตึกการเคหะเอื้ออาทร” ซึ้งดูรีวิวห้องแล้วรู้สึกชอบ ลักษณะตึกมี5ชั้นแต่ล่ะชั้นมีเพียง10ห้อง ห้องค่อนข้างใหญ่ดีไม่แออัด ตัวห้องมี1ห้องนอน1ห้องนั่งเล่น1ห้องรับแขกและแถมราคาห้องก็เพียงแค่หลักแสนกลางๆ ผมก็ได้ไปติดต่อขอเช่า/ซื้อ จนได้เข้ามาอยู่อาศัยได้อยู่ชั้นที่5 ห้องแรกซ้ายมือ และมีอยู่วันนึงผมได้เลิกงานกลับถึงตึกประมาณ23:30น.ก็เดินขึ้นบันไดมาถึงชั้น5 ก็ได้เจอผู้หญิงคนนึง ใส่เสื้อสีเขียวกางเกงยีนส์ขาสั้น ผมยาวบะไหล่ เห็นใบหน้าไม่ชัดเนื่องจากผู้หญิงคนนั้นเค้ายืนหั่นหน้าออกไปทางระเบียง ผมก็ไม่ได้คิดอะไรก็คงเป็นคนที่อยู่ห้องชั้นเดียวกับเราคงเดินออกมาชมวิวที่ระเบียงก็คืนนั้นผมก็เข้าห้องนอนปกติ
และถัดมา2-3วันผมก็เลิกงานกลับมาเวลาเดิมผมเดินขึ้นบันไดมาถึงชั้น5 สายตาผมก็เหลือบขึ้นไปมองช่องที่มีบันไดที่สามารถปีนขึ้นไปเปิดประตูเพื่อเข้าไปห้องใต้หลังคาได้ ก็เห็นว่าทุกทีมันปิดอยู่นี่หว่าและก็ล้อคลูกกุญแจด้วยหนิ แต่ทำไมวันนี้มันเปิดคาอยู่ ด้วยความที่มันดึกแล้วบวกกับมองขึ้นไปก็ไม่เห็นอะไรนอกจากความมืดผมก็ไม่ได้สนใจก็เดินเข้าห้อง และหลังจากวันนั้นช่องประตูตรงบันไดบานนั้นก็ถูกปิดปกติแต่ก็สังเกตุว่ามันไม่ได้ล้อคกุญแจผมก็ไม่ได้สนใจอะไร จนกระทั่งประมาณ2อาทิตย์กว่าๆต่อมาผมได้สังเกตุบนเพดานห้องนอนตัวเองตรงมุมห้องว่าทำไมมันมีคราบอะไรซึมๆลงมา ใจผมก็คิดว่าข้างบน แท้งน้ำคงแตกหรือป่าววะมันเลยซึมลงมา ผมก็ได้โทรแจ้งทางนิติ ว่ารบกวนช่วยมาตรวจสอบให้หน่อยครับพอดีมันมีเหมือนคราบน้ำซึมๆลงมาจากมุมห้อง ทางเจ้าหน้าที่นิติก็รับทราบและจะขึ้นมาดูให้ตอนช่วงเช้าในวันพรุ่งนี้บวกกับตรงกับวันที่ผมหยุดงานพอดี ผมก็วางสายไป และคืนนั้นผมก็นอนจนกระทั่งผมได้ยินเสียงรถหวอที่ดัง และมีเสียงคนพูดกันจากด้านนอกห้องแต่ฟังไม่ได้สับว่าคุยอะไรกัน ผมก็หยิบโทรศัพท์มาดูเวลา ก็ประมาณ9โมงเช้า ผมก็ลุกไปล้างหน้าล้างตาและออกไปดูว่ามีคนมาคุยทำอะไรกันที่หน้าห้องผม ผมเปิดประตูออกไปสิ่งแรกที่เจอคือเจ้าหน้าที่ ปอเต็กตึ้ง และ ตำรวจ และก็คนข้างๆห้องยืนมุงดูอยู่ตรงช่องบานประตูตรงบันได ผมก็ถามคนที่ยืนดูอยู่ข้างๆห้องว่ามีอะไรกันหรอครับ คนข้างห้องก็บอกว่า มีเจ้าหน้าที่นิติขึ้นไปตรวจแท้งน้ำข้างบนแล้วเจอ ศพผู้หญิงแขวนคอเสียชีวิตอยู่บนขื่อใต้หลังคา ความรู้สึกผมในตอนนั้นตกใจมากๆ เลยเดินเข้าไปถามพี่มูนิธิว่าเค้าแขวนคอตุยอยู่ช่วงตรงไหน แล้วเค้ามาแขวนคอตุยนานหรือยังครับ พี่มูนิธิก็บอกว่าเค้าแขวนคอตุยอยู่ตรงข้ามห้องพี่เลย จากที่วิเคราะห์หน้าจะเสียมาเป็นอาทิตย์แล้วเพราะมีน้ำเหลืองไหลนองเต็มพื้นเลย ผมก็สตั้นไปพักใหญ่ ในใจก็คิดไอ้คราบที่ซึ้มลงมาอย่าบอกน่ะว่าเป็นคราบน้ำเหลืองของศพผู้หญิงคนนั้น และที่จริงแล้วมันก็ใช้จริงๆ และผมตั้งสติได้ผมก็ไปสอบถามพี่มูนิธิว่าผู้หญิงที่แขวนคอตุยลักษณะการแต่งตัวใส่เสื้อผ้าสีอะไรแบบไหน พี่มูนิธิก็แจ้งว่า ใส่เสื้อสีเขียวกางเกงยีนขาสั้น ผมยาว ผมก็ตกใจ ใจหายย้อนภาพในหัวกลับไปคิดที่เราเห็นผู้หญิงยืนอยู่ริมระเบียงวันนั้นป่าวว่ะ เรื่องนี้ก็ติดอยู่ในหัวมาตลอด จนหลังจากที่เจ้าหน้าที่ได้เก็บกู้ศพเรียบร้อย หลังจากนั้นประมา3-4 วัน ผมก็สั่งวอลเปเปอร์มาปิดตรงที่มันเป็นคราบที่ซึมลงมาจากข้างบน มันก็ช่วยปกปิดไม่ให้เห็นได้ในระดับนึง และมาวันนึงผมเลิกงานมาถึงตึกจวนๆจะเที่ยงคืน ผมก็เดินขึ้นบันไดมาถึงตรงช่วง
ช่องบานประตูตรงบันได ผมบังเอิญมองขึ้นไป และสิ่งที่เอาทำผมฉี่แตกและยื่นมองบนข้างอยู่ตรงนั้นพักนึงคือ ผม“เห็นผู้หญิงใส่เสื้อสีเขียวผมยาวหน้าดำๆชะโงกหัวออกมามองตรงช่องบานประตู” ความรู้สึกผมตอนนั้นมันจำได้ดีถึงความกลัวขนหัวลุกเย็นไปทั้งตัว พอมีสติคืนมาหน่อยผมจำได้ว่าผมหลับตาแล้ววิ่งเปิดประตูเข้าห้องไปนอนคลุมโปรงจมกองฉี่จนหลับไปตอนไหนไม่รู้ และพอเช้าผมรู้สึกตัวตื่นมาก็ไข้กินเลย พออาการดีขึ้นก็ไปวัดทำบุญใส่บาตรอุทิศบุญกุศลให้เค้า
พอหลังจากผมเจอเหตุการณ์แบบนี้เวลาผมกลับมาจากทำงานดึกๆ ผมจะเดินก้มหัวตั่งแต่ชั้น4 เดินขึ้นมาเข้าห้องทุกวันๆ (แต่หลังจากวันที่เกิดเรื่องบานประตูบานนั้นมันก็เปิดบ้างล็อคบ้างแล้วแต่วัน)
*สรุปสาเหตุที่เค้าแขวนคอตุยคืออกหักโดนแฟนทิ้ง
เรื่องทั้งหมดก็ประมาณนี้ครับ
ประสบเหตุการณ์เจอผีครั้งแรกในชีวิต “ถึงชั้นนี้ต้องก้มหัว“
ผมจะขอเกิ่นก่อนว่า…ในชีวิตของผมตั่งแต่เล็กจนโตมาจนอายุจะ37ปีแล้ว มันเป็นเหตุการณ์ครั้งแรกในชีวิตที่ได้เจอะเจอกับสิ่งที่คิดมาตลอดว่ามันคงไม่มีอยู่จริง คือ‘ผี‘ เพราะไม่เคยเจอ ไม่เคยได้ยิน ไม่มีเซนต์อะไรเลยกับเรื่องผีๆ จนวันนึงได้พบได้เจอกับตัวเองจะๆ แบบ full hd และเรื่องมันก็มีอยู่ว่า……
เมื่อประมาณ8เดือนที่ผ่านมา ตอนนั้นผมเองอยากจะมีคอนโดห้องชุดเป็นของตัวเองสัก1ห้องก็ได้เข้าไปค้นหาข้อมูลใน web site ต่างๆจนได้มาเจอตึกที่ชื่อว่า “ตึกการเคหะเอื้ออาทร” ซึ้งดูรีวิวห้องแล้วรู้สึกชอบ ลักษณะตึกมี5ชั้นแต่ล่ะชั้นมีเพียง10ห้อง ห้องค่อนข้างใหญ่ดีไม่แออัด ตัวห้องมี1ห้องนอน1ห้องนั่งเล่น1ห้องรับแขกและแถมราคาห้องก็เพียงแค่หลักแสนกลางๆ ผมก็ได้ไปติดต่อขอเช่า/ซื้อ จนได้เข้ามาอยู่อาศัยได้อยู่ชั้นที่5 ห้องแรกซ้ายมือ และมีอยู่วันนึงผมได้เลิกงานกลับถึงตึกประมาณ23:30น.ก็เดินขึ้นบันไดมาถึงชั้น5 ก็ได้เจอผู้หญิงคนนึง ใส่เสื้อสีเขียวกางเกงยีนส์ขาสั้น ผมยาวบะไหล่ เห็นใบหน้าไม่ชัดเนื่องจากผู้หญิงคนนั้นเค้ายืนหั่นหน้าออกไปทางระเบียง ผมก็ไม่ได้คิดอะไรก็คงเป็นคนที่อยู่ห้องชั้นเดียวกับเราคงเดินออกมาชมวิวที่ระเบียงก็คืนนั้นผมก็เข้าห้องนอนปกติ
และถัดมา2-3วันผมก็เลิกงานกลับมาเวลาเดิมผมเดินขึ้นบันไดมาถึงชั้น5 สายตาผมก็เหลือบขึ้นไปมองช่องที่มีบันไดที่สามารถปีนขึ้นไปเปิดประตูเพื่อเข้าไปห้องใต้หลังคาได้ ก็เห็นว่าทุกทีมันปิดอยู่นี่หว่าและก็ล้อคลูกกุญแจด้วยหนิ แต่ทำไมวันนี้มันเปิดคาอยู่ ด้วยความที่มันดึกแล้วบวกกับมองขึ้นไปก็ไม่เห็นอะไรนอกจากความมืดผมก็ไม่ได้สนใจก็เดินเข้าห้อง และหลังจากวันนั้นช่องประตูตรงบันไดบานนั้นก็ถูกปิดปกติแต่ก็สังเกตุว่ามันไม่ได้ล้อคกุญแจผมก็ไม่ได้สนใจอะไร จนกระทั่งประมาณ2อาทิตย์กว่าๆต่อมาผมได้สังเกตุบนเพดานห้องนอนตัวเองตรงมุมห้องว่าทำไมมันมีคราบอะไรซึมๆลงมา ใจผมก็คิดว่าข้างบน แท้งน้ำคงแตกหรือป่าววะมันเลยซึมลงมา ผมก็ได้โทรแจ้งทางนิติ ว่ารบกวนช่วยมาตรวจสอบให้หน่อยครับพอดีมันมีเหมือนคราบน้ำซึมๆลงมาจากมุมห้อง ทางเจ้าหน้าที่นิติก็รับทราบและจะขึ้นมาดูให้ตอนช่วงเช้าในวันพรุ่งนี้บวกกับตรงกับวันที่ผมหยุดงานพอดี ผมก็วางสายไป และคืนนั้นผมก็นอนจนกระทั่งผมได้ยินเสียงรถหวอที่ดัง และมีเสียงคนพูดกันจากด้านนอกห้องแต่ฟังไม่ได้สับว่าคุยอะไรกัน ผมก็หยิบโทรศัพท์มาดูเวลา ก็ประมาณ9โมงเช้า ผมก็ลุกไปล้างหน้าล้างตาและออกไปดูว่ามีคนมาคุยทำอะไรกันที่หน้าห้องผม ผมเปิดประตูออกไปสิ่งแรกที่เจอคือเจ้าหน้าที่ ปอเต็กตึ้ง และ ตำรวจ และก็คนข้างๆห้องยืนมุงดูอยู่ตรงช่องบานประตูตรงบันได ผมก็ถามคนที่ยืนดูอยู่ข้างๆห้องว่ามีอะไรกันหรอครับ คนข้างห้องก็บอกว่า มีเจ้าหน้าที่นิติขึ้นไปตรวจแท้งน้ำข้างบนแล้วเจอ ศพผู้หญิงแขวนคอเสียชีวิตอยู่บนขื่อใต้หลังคา ความรู้สึกผมในตอนนั้นตกใจมากๆ เลยเดินเข้าไปถามพี่มูนิธิว่าเค้าแขวนคอตุยอยู่ช่วงตรงไหน แล้วเค้ามาแขวนคอตุยนานหรือยังครับ พี่มูนิธิก็บอกว่าเค้าแขวนคอตุยอยู่ตรงข้ามห้องพี่เลย จากที่วิเคราะห์หน้าจะเสียมาเป็นอาทิตย์แล้วเพราะมีน้ำเหลืองไหลนองเต็มพื้นเลย ผมก็สตั้นไปพักใหญ่ ในใจก็คิดไอ้คราบที่ซึ้มลงมาอย่าบอกน่ะว่าเป็นคราบน้ำเหลืองของศพผู้หญิงคนนั้น และที่จริงแล้วมันก็ใช้จริงๆ และผมตั้งสติได้ผมก็ไปสอบถามพี่มูนิธิว่าผู้หญิงที่แขวนคอตุยลักษณะการแต่งตัวใส่เสื้อผ้าสีอะไรแบบไหน พี่มูนิธิก็แจ้งว่า ใส่เสื้อสีเขียวกางเกงยีนขาสั้น ผมยาว ผมก็ตกใจ ใจหายย้อนภาพในหัวกลับไปคิดที่เราเห็นผู้หญิงยืนอยู่ริมระเบียงวันนั้นป่าวว่ะ เรื่องนี้ก็ติดอยู่ในหัวมาตลอด จนหลังจากที่เจ้าหน้าที่ได้เก็บกู้ศพเรียบร้อย หลังจากนั้นประมา3-4 วัน ผมก็สั่งวอลเปเปอร์มาปิดตรงที่มันเป็นคราบที่ซึมลงมาจากข้างบน มันก็ช่วยปกปิดไม่ให้เห็นได้ในระดับนึง และมาวันนึงผมเลิกงานมาถึงตึกจวนๆจะเที่ยงคืน ผมก็เดินขึ้นบันไดมาถึงตรงช่วง
ช่องบานประตูตรงบันได ผมบังเอิญมองขึ้นไป และสิ่งที่เอาทำผมฉี่แตกและยื่นมองบนข้างอยู่ตรงนั้นพักนึงคือ ผม“เห็นผู้หญิงใส่เสื้อสีเขียวผมยาวหน้าดำๆชะโงกหัวออกมามองตรงช่องบานประตู” ความรู้สึกผมตอนนั้นมันจำได้ดีถึงความกลัวขนหัวลุกเย็นไปทั้งตัว พอมีสติคืนมาหน่อยผมจำได้ว่าผมหลับตาแล้ววิ่งเปิดประตูเข้าห้องไปนอนคลุมโปรงจมกองฉี่จนหลับไปตอนไหนไม่รู้ และพอเช้าผมรู้สึกตัวตื่นมาก็ไข้กินเลย พออาการดีขึ้นก็ไปวัดทำบุญใส่บาตรอุทิศบุญกุศลให้เค้า
พอหลังจากผมเจอเหตุการณ์แบบนี้เวลาผมกลับมาจากทำงานดึกๆ ผมจะเดินก้มหัวตั่งแต่ชั้น4 เดินขึ้นมาเข้าห้องทุกวันๆ (แต่หลังจากวันที่เกิดเรื่องบานประตูบานนั้นมันก็เปิดบ้างล็อคบ้างแล้วแต่วัน)
*สรุปสาเหตุที่เค้าแขวนคอตุยคืออกหักโดนแฟนทิ้ง
เรื่องทั้งหมดก็ประมาณนี้ครับ