Major กับ EGV โรงหนังพี่น้อง “ตระกูลพูลวรลักษณ์” ที่เคยเป็นคู่แข่งกัน ทุกวันนี้ อยู่ภายใต้บริษัทเดียวกัน

กระทู้สนทนา
กรณีศึกษา Major กับ EGV โรงหนังพี่น้อง “ตระกูลพูลวรลักษณ์” ที่เคยเป็นคู่แข่งกัน
.
- ทุกวันนี้ โรงหนัง Major กับ EGV อยู่ภายใต้บริษัทเดียวกัน คือ บริษัท เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ กรุ้ป จำกัด (มหาชน)
.
แต่รู้หรือไม่ว่า เมื่อก่อน Major กับ EGV เคยเป็นคู่แข่งกัน แถมผู้ก่อตั้งยังเป็นพี่น้องครอบครัวเดียวกันด้วย..เรื่องราวนี้น่าสนใจอย่างไร ?

เรื่องราวทั้งหมดเริ่มต้นจาก คุณเจริญ พูลวรลักษณ์ อดีตเจ้าของร้านกาแฟในย่านตลาดพลู ที่มีความหลงใหลในภาพยนตร์ และเคยช่วยงานในโรงหนังสมัยยังเป็นเด็ก เมื่อโตขึ้น คุณเจริญได้ร่วมหุ้นกับเพื่อนอีก 4 คน เปิดโรงหนังชื่อ เฉลิมเกียรติ ในย่านวงเวียนใหญ่
.
ก่อนที่ในภายหลังจะชักชวน พี่น้องอีก 3 คน คือ คุณจำเริญ พูลวรลักษณ์, คุณเกษม พูลวรลักษณ์ และคุณจรัญ พูลวรลักษณ์ เข้ามาร่วมทุน
โดยสร้างโรงหนังขึ้นมาใหม่ในชื่อ ศรีตลาดพลู โรงหนัง ศรีตลาดพลู ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี และทำให้กิจการของครอบครัวเติบโตขึ้น ก่อนที่ในภายหลังจะก่อตั้งเป็น บริษัท โกบราเดอร์ จำกัด
.
โดยให้ คุณจำเริญ พูลวรลักษณ์ ทำหน้าที่ CEO และใช้เวลาเพียงไม่กี่ปี ในการขยายกิจการโรงหนังออกไปจนครอบคลุมทั่วทั้งกรุงเทพมหานคร มีโรงหนังในเครือกว่า 50 แห่ง
.
แล้วเรื่องนี้เกี่ยวอะไรกับโรงหนัง Major และ EGV ?
.
ย้อนกลับไปในปี 2527 มีโรงหนังชื่อว่า MGM ในห้างเดอะมอลล์รามคำแหง ประสบปัญหาขาดทุน และเจ้าของได้ชวนให้ คุณเจริญ พูลวรลักษณ์ เข้ามารับช่วงต่อแทน
.
ซึ่งคุณเจริญ ได้ปฏิเสธการเข้าไปรับช่วงต่อ เพราะเศรษฐกิจในไทยช่วงนั้นก็ไม่ได้ดีมากนัก แต่คุณจำเริญ ที่เป็น CEO มีความเห็นที่แตกต่างในการทำธุรกิจ จนสุดท้ายก็แยกตัวออกมาทำธุรกิจโรงหนังเป็นอีกเครือของตัวเอง
.
เครือโรงหนังของคุณเจริญ ต่อมากลายมาเป็น EGV มีทายาทที่มาดูแลต่อคือ คุณวิชัย พูลวรลักษณ์
.
ส่วนเครือโรงหนังของคุณจำเริญ ต่อมากลายมาเป็น Major มีทายาทที่มาดูแลต่อคือ คุณวิชา พูลวรลักษณ์
.
โดยโรงหนัง EGV เลือกที่จะขยายโรงหนังไปตามห้างสรรพสินค้า และมีจุดเด่นคือ จำนวนโรงหนังต่อ 1 ห้าง ที่มากกว่าคู่แข่ง ในขณะที่ทาง Major เลือกเปิดโรงหนังในพื้นที่ห้างของตัวเอง เน้นตกแต่งโรงหนังให้มีความทันสมัย สวยงาม อลังการ และเป็นศูนย์รวมเอนเทอร์เทนเมนต์ ที่มีทั้งร้านอาหาร, โบว์ลิง
อย่างไรก็ตาม สุดท้ายแล้ว Major และ EGV กลับมารวมกันอีกครั้งในปี 2547 ด้วยเหตุผลทางการเงิน และเพื่อเพิ่มศักยภาพในการสู้กับโรงหนังรายอื่นในตลาด จนทำให้ เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ กรุ้ป ที่เป็นเจ้าของ Major และ EGV กลายเป็นผู้เล่นรายใหญ่ในไทยทันที
.
ปัจจุบัน อ้างอิงข้อมูลจากรายงานประจำปี 2568 ของ บมจ.เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ กรุ้ป พบว่า Major ถือเป็นผู้นำในอุตสาหกรรมภาพยนตร์ในประเทศไทย ด้วยส่วนแบ่งการตลาดที่รวมกันกว่า 70%
.
โดยมีสาขาในประเทศไทยและต่างประเทศรวมทั้งสิ้น 188 สาขา 854 โรงภาพยนตร์ สามารถรองรับผู้ชมได้กว่า 190,368 ที่นั่ง และทั้งหมดนี้ ก็คือเรื่องราวของ Major และ EGV โรงหนังพี่น้อง “ตระกูลพูลวรลักษณ์” ที่เคยเป็นคู่แข่งกันนั่นเอง.
.
ที่มา : Brandcase
แก้ไขข้อความเมื่อ
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่