JJNY : รักชนกเปิด TOR ตั้งข้อสงสัย│“สุรเชษฐ์”ย้อนวิวาทะฝายปูน│ไข่ไก่เตรียมขยับราคา│การใช้จ่ายอาวุธนิวเคลียร์ทั่วโลกพุ่ง

กระทู้ข่าว
รักชนก เปิด TOR โครงการ National Credit Bank อว. เทียบ TH-AI passport ตั้งข้อสงสัย ส่อล็อกสเปคหรือไม่
https://www.matichon.co.th/politics/news_5756385
.

.
รักชนก เปิด TOR โครงการ National Credit Bank อว. เทียบ TH-AI passport ตั้งข้อสงสัย ส่อล็อกสเปคหรือไม่
.
เมื่อวันที่ 10 มิถุนายน นางสาวรักชนก ศรีนอก ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ได้โพสต์เฟซบุ๊ก กรณีโครงการ National Credit Bank โดยมีข้อสังเกตว่า ใกล้เคียงกับ TOR ของ TH-AI passport 1,621ล้าน โดยระบุว่า
.
“ทำไมเราต้องยุติ ยกเลิก โครงการ TH-AI passport 1,621ล้าน?
.
รอบที่แล้วเชิญคนวงการ IT มารวมตัว รอบนี้ก็ขอเชิญคนในแวดวงการศึกษามารวมตัวด้วยฮะ
นี่คือส่วนนึงของ TOR โครงการ TH-AI passport 1,621ล้าน กระทรวง DE และ โครงการ National Credit Bank 384ล้าน กระทรวง อว.
เรื่องมันมีอยู่ว่า
.
ด้านบนในรูป คือ TOR โครงการ TH-AI passport 1,621ล้าน เกิดขึ้นภายใต้รัฐมนตรี DE ไชยชนก ชิดชอบ จากพรรคภูมิใจไทย บริษัทที่ชนะประมูลเป็นกิจการร่วมค้า TH เป็นการรวมตัวกันของ 2บริษัท
ด้านล่างในรูป คือ TOR ของโครงการ National Credit Bank 384ล้าน เกิดขึ้นภายใต้รัฐมนตรี อว. ศุภมาส อิศรภักดี จากพรรคภูมิใจไทย ผู้ชนะการประมูลคือกิจการค้าร่วม HSS ซึ่งเป็นการรวมตัวกันของ 3 บริษัท
.
1) ขอให้อ่านที่ป้ายไฮไลท์สีส้มเอาไว้ชัดๆ อ่านดีดี อ่านช้าๆ
“ประชาสัมพันธ์ผ่านจอดิจิทัล ที่ครอบคลุมสถานที่สำคัญ แหล่งธุรกิจ หรือถนนเส้นสำคัญ ที่มีการจราจรหนาแน่น ทั้งในกรุงเทพมหานคร และในต่างจังหวัด รวมจำนวนจอไม่น้อยกว่า 400 จอ
ประชาสัมพันธ์ผ่านสื่อจอดิจิทัล ภายในร้านสะดวกซื้อ ทั้งในกรุงเทพมหานครและต่างจังหวัด จำนวนไม่น้อยกว่า 1500 สาขา รวมจำนวนไม่น้อยกว่า 6000 จอ
ประชาสัมพันธ์ผ่านสื่อดิจิทัล ภายในหรือภายนอกห้างสรรพสินค้าชั้นนำทั้งในกรุงเทพมหานครและต่างจังหวัดจำนวนไม่น้อยกว่า 10 สาขา รวมจำนวนจอไม่น้อยกว่า 200 จอ”
.
อ่านของทั้ง 2โครงการแล้วแบบ เห้ยยยยยยยย บ้าหน่า นี่มันก็อบปี้แล้ววางเลยรึป่าวพี่ ? มันจะเหมือนเป๊ะอะไรขนาดนั้นคร้าบบบบ
.
2) ที่ป้ายไฮไลท์สีเขียวเอาไว้ คือ โครงการ National Credit Bank 384ล้าน ของกระทรวง อว. เป็นโครงการที่มีจุดประสงค์ดีมากคือ ทำขึ้นมาเก็บหน่วยกิตของนักศึกษาเพื่อให้สามารถเทียบหน่วยกิตข้ามมหาลัยได้ แต่ลอคว่าคนที่ประมูลโครงการต้องมีจอเพื่อประชาสัมพันธ์ผ่านจอดิจิทัล “บริเวณขาเข้าและขาออก ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ”
จะทำความเข้าใจสิ่งนี้ว่ายังไงดี ?
.
คนเขียน TOR อยากโปรโมทโครงการนี้ให้ชาวต่างชาติที่มาเที่ยวเมืองไทยได้ทราบ ว่ามหาลัยไทยในอนาคตอาจโอนหน่วยกิตข้ามมหาลัยได้นะ You อยากมาเรียนที่นี่ไหม ? หรือ จะโปรโมทโครงการให้นักศึกษาไทยที่ไปเที่ยวต่างประเทศ
ทำไมต้องจอดิจิทัล ในสุวรรณภูมิ ?
.
แต่ที่แน่ๆ เจ้าของจอทั้งหมดในท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ตอนนี้มีอยู่เจ้าเดียวนั้นก็คือ.. (ไหนแกล้งๆลองเดาดู)
TOR โครงการ National Credit Bank เกิดก่อน TH-AI passport อาจจะเริ่มรู้ตัวว่า “จอในสุวรรณภูมิ” มันชัดเจนเกินไปพอทำโครงการใหม่ก็เลยตัดออก แต่ที่เหลือก็ยังชัดอยู่ดี
.
3) ทั้งสองโครงการนี้ เป็นโครงการที่เกิดขึ้นในสมัยของรัฐมนตรีจากพรรคภูมิใจไทย
.
4) กิจการร่วมค้า 2บริษัท TH ที่ได้โครงการ TH-AI passport และ กิจการค้าร่วม 3บริษัท HSS ที่โครงการ National Credit Bank ตัวย่อย H ของทั้งสองกิจการร่วมค้า คือบริษัทเดียวกัน และ บริษัทตัว T ในโครงการแรก กับ บริษัทตัว S ในโครงที่สองเจ้าของเดียวกัน เปิดชื่อดูได้ใน e-GP แนบลิงค์ไว้ให้แล้ว
.
5) TOR แบบนี้ ดิฉันตั้งข้อสังเกตว่าส่อล็อกสเปค เหตุผลเพราะ?
โครงการ TH-AI passport ที่เนื้อหาคือแจก AI ให้กับคน 5ล้านคน ทำไมต้องไปเน้นที่การประชาสัมพันธ์บนจอดิจิทัลทั่วประเทศ มันควรจะไปเน้นเรื่อง ai ไม่ใช่หรือ ?
.
โครงการ National Credit Bank ที่เนื้อหาคือการเก็บหน่วยกิตของนักศึกษา ทำไมต้องไปเน้นที่การประชาสัมพันธ์บนจอดิจิทัลทั่วประเทศ และ ต้องประชาสัมพันธ์ที่สนามบินเพื่ออะไร ? มันควรจะไปเน้นเรื่องการแลกเปลี่ยนข้อมูลไม่ใช่หรือ ?
.
6) คุณคิดว่านี่คือเรื่องบังเอิญหรือไม่ ?
อย่าเชื่อรักชนก แต่จงไปดูด้วยตาตัวเอง
TOR ของทั้ง 2 โครงการ 
.
7) นี่คือเหตุผลที่ทำไมดิฉันถึงยืนยันนักหนาว่า ต้องยุติ ยกเลิก โครงการ TH-AI passport 1,621ล้าน เพราะนี่มันไม่ใช่เรื่องความคุ้มค่า ไม่ใช่เรื่องประโยชน์ที่คนไทยจะได้เข้าถึง AI แต่มันคือการกระทำอย่างเป็นระบบ และ จากการทำงานในกรรมาธิการติดตามงบฯ ดิฉันบอกได้เลยว่าไม่ได้มีแค่นี้ !
ดังนั้นงานวันพรุ่งนี้ คุณพูดอะไรกันไปมันก็ไร้ค่า เพราะถึงยังไงเค้าก็จะเอาให้ได้
.
เหตุผลก็ไม่ใช่ใดอื่น เพราะยุคนี้สมัยนี้ สีน้ำเงินเป็นสีมงคลประจำโครงการภาครัฐ ก็เท่านั้นเองค่ะ
.
https://www.facebook.com/nanaicez112/posts/pfbid02YMaqRiC8dE4JVxD58V48BYdEqs8PggCci9NpQVP7XLBngdgf549LqA8p9aXgtZe3l
.

.
“สุรเชษฐ์” ย้อนรอย 2 ปีวิวาทะ “ฝายดินซีเมนต์” หลัง ป.ป.ช. ตรวจฝายปูนเปล่าพังยับที่พิจิตร
.
“สุรเชษฐ์” ย้อนรอย 2 ปีวิวาทะ “ฝายดินซีเมนต์” ในสภาฯ หลัง ป.ป.ช. ลุยตรวจฝายปูนเปล่าพังยับที่พิจิตร ท้ารัฐบาลหากยังยืนยันว่าดีจริง กล้าเสนอโครงการกลับมาใหม่แล้วรับประกันผลงาน 2 ปีหรือไม่
.
วันที่ 11 มิถุนายน 2569 นายสุรเชษฐ์ ประวีณวงศ์วุฒิ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ให้ความเห็นถึงกรณีที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ลงพื้นที่ตรวจสอบโครงการก่อสร้างฝายตามนโยบาย “1 ฝาย 1 ตำบล” ขององค์การบริหารส่วนจังหวัดพิจิตร ซึ่งสุดท้ายพบว่าเป็นฝายปูนเปล่า พื้นบางเฉียบ ไร้คาน ไร้เหล็กเส้น และหลังสร้างเสร็จแค่ 2 เดือนก็พังยับเยิน ว่า ข่าวดังกล่าวทำให้ตนนึกถึงวิวาทะเรื่อง “ฝายดินซีเมนต์” กลางสภาผู้แทนราษฎร เมื่อวันที่ 21 มีนาคม 2567 ซึ่งนับตั้งแต่ตนปฏิบัติหน้าที่ สส. มายอมรับว่าวันนั้นเป็นวันที่ต้องเผชิญกับแรงกดดันสูงที่สุด เพราะสามารถเอาอ้อยออกจากปากช้าง ตัดงบประมาณที่ไม่คุ้มค่า ส่อทุจริต และปกป้องเงินภาษีของประชาชนได้สำเร็จ
.
โครงการฝายดินซีเมนต์ มีความชัดเจนว่าเป็นงบประมาณหากินของ สส.กลุ่มหนึ่ง ที่ปั้นโครงการขึ้นมาในลักษณะแจกเสื้อโหลที่มีขนาดสำเร็จรูปเอส/เอ็ม/แอล (S/M/L) ให้เลือก และเอื้อประโยชน์แจกจ่ายกันเฉพาะในกลุ่มพวกพ้องอย่างไม่โปร่งใส ซึ่งเมื่อมีการซักถามอย่างละเอียดในชั้นคณะกรรมาธิการงบประมาณปี 2567 ก็ทำให้ตนมั่นใจว่าโครงการฝายดินซีเมนต์จำนวน 3,326 แห่งนั้น เกิดขึ้นมาเพื่อการหากินอย่างชัดเจน ไม่มีความคุ้มค่าเป็นอย่างยิ่ง และที่สำคัญที่สุดคือหน่วยงานที่ขอตั้งงบประมาณยังไม่กล้ารับประกันผลงานของตัวเองเป็นเวลา 2 ปีด้วยซ้ำ
.
นายสุรเชษฐ์ กล่าวต่อไปว่า ในช่วงเวลานั้นมีเพียง สส.กลุ่มหนึ่งเท่านั้นที่พยายามรับประกันด้วยวาจา โม้ไปเรื่อยว่าฝายจะคงอยู่ได้ 3 ปีบ้าง 5 ปีบ้าง หรือบางคนถึงกับบอกว่าจะมีความคงทนถาวร ซึ่งขัดกับข้อเท็จจริงที่หน่วยงานเจ้าของงบประมาณไม่กล้าเซ็นรับประกันผลงานแม้เพียง 2 ปี สุดท้ายสภาผู้แทนราษฎรโดยเสียงข้างมากก็ยอมลงมติให้ตนและพรรคก้าวไกลในขณะนั้น ตัดงบประมาณก้อนนี้ออกไปได้สำเร็จ แม้ว่าพวกตนจะเป็นเสียงข้างน้อยก็ตาม นับเป็นงบประมาณก้อนใหญ่ที่สุดที่ฝ่ายค้านสามารถตัดลดได้สำเร็จ โดยช่วยประหยัดเงินภาษีให้กับประเทศชาติสูงถึง 1,254,713,000 บาท ซึ่งตนมั่นใจว่าหากในวันนั้นตัดงบประมาณไม่สำเร็จ วันนี้ผ่านไป 2 ปีกว่า ประชาชนคงจะได้เห็นปัญหาฝายชำรุดหรือส่อทุจริตในลักษณะเดียวกับที่เป็นข่าวในอีกหลายพื้นที่ทั่วประเทศอย่างแน่นอน
.
พร้อมกล่าวทิ้งท้ายว่า ถึงแม้ฝายที่ปรากฏในข่าวล่าสุดของ อบจ.พิจิตร จะเป็นคนละชนิดและคนละแห่งกัน แต่โดยหลักการแล้วมีความคล้ายคลึงกันอย่างยิ่ง โดยเฉพาะประเด็นที่ข้าราชการไม่กล้ายืนยันรับประกันผลงาน ซึ่งด้วยข้อเท็จจริงที่ตนเคยประกาศกลางสภาฯ ไปแล้ว หากรัฐบาลมีความมั่นใจว่าโครงการฝายดินซีเมนต์ดีจริง ก็สามารถใช้งบกลางหรือตั้งงบประมาณรายจ่ายในปีต่อไปเพื่อจัดสร้างฝายทั้ง 3,326 แห่งในรูปแบบเดิม และทำในสถานที่เดิมได้เลย เพียงแต่ขอเงื่อนไขเดียวคือหน่วยงานที่รับผิดชอบต้องกล้าลงนามรับประกันผลงานอย่างเป็นลายลักษณ์อักษรเป็นเวลาอย่างน้อย 2 ปี เพื่อเป็นหลักประกันความคุ้มค่าของเงินภาษีประชาชนไม่ให้สูญเปล่า.
.

.
สุดอั้น ไข่ไก่เตรียมขยับราคาอาจแพงสุดเป็นประวัติการณ์ เพราะหน้าฟาร์มมีการขยับราคาขึ้นมาหลายรอบ

วันนี้ (11 มิ.ย. 69) แม่ค้าขายไข่ไก่ตามตลาดชุมชนของเมืองเชียงใหม่เตรียมขยับราคาจำหน่ายปลีกขึ้นอีกฟองละ 50 สตางค์ ซึ่งจะทำให้ทุบสถิติราคาไข่แพงที่สุดเป็นประวัติการณ์อีกครั้ง มีโอกาสเห็นไข่ฟองละ 6 บาท หลังไม่สามารถแบกรับต้นทุนได้ต่อ
.
ทั้งนี้เพราะหน้าฟาร์มมีการขยับราคาขึ้นมาหลายรอบรวมแล้วแผงละ 5-6 บาท คาดว่าพรุ่งนี้หากไข่ราคาใหม่มาอาจจะต้องปรับขึ้นทันที
.
โดยก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ (8 มิ.ย. 69) ที่ผ่านมา เครือข่ายสหกรณ์ผู้เลี้ยงไก่ไข่ ประกาศปรับขึ้นราคาไข่ไก่คละหน้าฟาร์มอีก 20 สตางค์ต่อฟอง หรือ 6 บาทต่อแผง โดยปรับราคาจาก 3.40 บาทต่อฟอง เป็น 3.60 บาทต่อฟอง
.
ในส่วนของ จ.เชียงใหม่ จนถึงวันนี้ยังไม่มีการปรับราคาไข่จำหน่ายปลีกขึ้นทันที เนื่องจากยังคงเป็นไข่ที่ค้างสต็อก แต่ล่าสุดรายงานว่าราคาไข่ไก่หน้าฟาร์มเริ่มประกาศราคาใหม่เตรียมขยับราคาขึ้นอีกแผงละ 6 บาท ซึ่งจะส่งผลให้ราคาไข่ไก่จำหน่ายปลีกของเชียงใหม่ที่ตอนนี้ถือว่าสูงที่สุดเป็นประวัติการณ์อยู่แล้ว จะทุบสถิติราคาสูงที่สุดอีกครั้ง
.
โดยที่ตลาดชุมชนท่าเดื่อ ต.สันผีเสื้อ อ.เมืองเชียงใหม่ รวมทั้งตามแผงจำหน่ายไข่ไก่ในเขตตัวเมืองเชียงใหม่ พบว่ายังจำหน่ายราคาเดิมอยู่ที่ ฟองละ 4.4-5.5 บาท ตามขนาดตั้งแต่เบอร์ 4 ถึงเบอร์ศูนย์ โดยเบอร์ศูนย์ใหญ่สุดขายอยู่ที่ 10 ฟอง 55 บาท
.
ทางด้านแม่ค้าบอกว่าราคาที่จำหน่ายอยู่นี้ได้กำไรน้อยลงเพราะที่ผ่านมาราคาไข่ไก่ขึ้นมาหลายรอบแล้วรวม ๆ ประมาณ 5-6 บาทต่อแผง แต่ยอมจำหน่ายราคาเดิมแม้ว่ากำไรจะลดลงเพื่อดึงลูกค้า และช่วยชาวบ้านไว้ก่อน แต่นี้มีการแจ้งมาว่าจะมีการปรับราคาขึ้นที่หน้าฟาร์ม แต่ยังไม่รู้ว่าจะขยับขึ้นเท่าไหร่ หรือหากปรับขึ้นแผงละ 6 บาทตามที่ประกาศก่อนหน้านี้ ก็จะทำให้ไข่ไก่ขยับราคาขึ้นมาอีกฟองละ 20 สตางค์
.
แต่หากจำหน่ายปลีกก็มีโอกาสที่จะขึ้นไปสูงถึงฟองละ 50 สตางค์ เบอร์ใหญ่สุดอาจจะได้เห็นราคาทุบสถิติเป็นประวัติการณ์อีกครั้ง ซึ่งจะขึ้นไปอยู่ที่ฟองละ 6 บาท ต้องรอลุ้นวันพรุ่งนี้ซึ่งเป็นรอบของไข่ใหม่อีกที
.
อย่างไรก็ตาม ยังพบว่าประชาชนยังคงบริโภคไข่ไก่เป็นปกติ เนื่องจากเป็นแหล่งโปรตีนที่ถูกที่สุดของมื้ออาหารในแต่ละครัวเรือน ซึ่งก็จะมีการปรับตัว หากช่วงไหนแพงก็จะมีการลดขนาดของไข่ไก่ลงเพื่อปรับตัวให้เข้ากับสถานการณ์

อีกทั้งช่วงนี้มีโครงการไทยช่วยไทยพลัส ก็ยังมาช่วยแบ่งเบาภาระ เพราะไข่ก็ถือว่าอยู่ในหนึ่งสินค้าที่มีการเข้าร่วมโครงการอยู่แล้ว จึงช่วยแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายสำหรับเมนูไข่ลงไปได้ในช่วงนี้
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่