อารมณ์ของปฏิสนธิจิต มี ๓ คือ กรรม กรรมนิมิต คตินิมิต.

กระทู้สนทนา
พระอภิธรรมปิฎก วิภังค์ เล่ม ๒ ภาค ๑ - หน้าที่ 493
ว่าด้วยอารมณ์ของปฏิสนธิ
ว่าโดยสังเขป อารมณ์ของปฏิสนธิจิต มี ๓ คือ
กรรม
กรรมนิมิต
คตินิมิต.
บรรดาอารมณ์ทั้ง ๓ เหล่านั้น
เจตนาที่เป็นกุศลและอกุศลที่ทำแล้วชื่อว่า กรรม
กรรมย่อมประกอบวัตถุใด ทำให้เป็นอารมณ์ วัตถุนั้นชื่อว่ากรรมนิมิต

ในกรรมและกรรมนิมิตนั้น
เมื่อกรรมที่สัตว์ทำไว้ในอดีตเเม้ในที่สุดแห่งแสนโกฏิกัป
กรรมนั้นย่อมมาปรากฏเป็นกรรมหรือกรรมนิมิตในขณะนั้น.

ในข้อนั้น มีเรื่องเทียบเคียงของกรรมนิมิต ดังต่อไปนี้

เรื่องนายโคปกสีวลี
ได้ยินว่า บุรุษชื่อ นายโคปกสีวลี ยังบุคคลให้สร้างพระเจดีย์ในวิหารชื่อว่า ตาลปิฏฐิกะ เมื่อเขานอนในเตียงจะมรณะ
พระเจดีย์ปรากฏแล้ว เขาถือเอาเจดีย์นั้นนั่นแหละเป็น นิมิต
ทำกาละแล้วไปบังเกิดในเทวโลก.


เรื่องการตายของผู้ลุ่มหลง
ยังมีความตายอีกอย่างหนึ่ง ชื่อว่า สัมมุฬหกาลกิริยา (การทำกาละของผู้ลุ่มหลง)
จริงอยู่ เมื่อบุคคลมุ่งเดินไปข้างหน้า บุคคลเอาดาบอันคมกล้าตัดศีรษะข้างหลังก็ดี
เมื่อบุคคลนอนหลับถูกบุคคลเอาดาบคมกล้า ตัดศีรษะก็ดี
ถูกบุคคลกดให้จมน้ำตายก็ดี
ในกาลแม้เห็นปานนี้
กรรมหรือว่ากรรมนิมิตอย่างใดอย่างหนึ่ง ก็ย่อมปรากฏ.
----------------
พระอภิธรรมปิฎก วิภังค์ เล่ม ๒ ภาค ๑ - หน้าที่ 494

วินิจฉัยเรื่องตายทันที
ยังมีการตายอีกอย่างหนึ่ง ชื่อว่า ลหุกมรณะ (ตายเร็ว)
จริงอยู่บุคคลเอาค้อนทุบขยี้แมลงวันที่หลบซ่อนอยู่บนด้ามสิ่ว
ในเวลาแม้เห็นปานนี้กรรมหรือกรรมนิมิต ก็ย่อมปรากฏ
อนึ่ง เมื่อแมลงวันถูกค้อนบดขยี้อยู่อย่างนี้ ภวังค์ยังไม่เปลี่ยน (หมุน) มาเป็นอวัชชนะทางกายทวารก่อน
ย่อมเปลี่ยน (หมุน) มาสู่เฉพาะมโนทวาราวัชชนะ ทันทีนั้น
ชวนะก็แล่นไปแล้วหยั่งลงสู่ภวังค์.
ในวาระที่ ๒ ภวังค์จึงเปลี่ยน (หมุน) มาสู่อาวัชชนะทากายทวาร
ต่อแต่นั้นวิถีจิตทั้งหลาย คือ กายวิญญาณ สัมปฏิจฉันนะ สันติรณะ โวฏฐัพพนะ จึงเป็นไป
ชวนะก็แล่นไปแล้วหยั่งลงสู่ภวังค์.
ในวาระที่ ๓ ภวังค์เปลี่ยน (หมุน) มายังมโนทวาราวัชชนะ
ลำดับนั้น
ชวนะก็แล่นไปหยั่งลงสู่ภวังค์
แมลงวันย่อมทำกาละ (ตาย) ในฐานะนี้*
เนื้อความนี้ท่านนำมาเพื่ออะไร เพื่อแสดงว่า
ขึ้นชื่อว่า อารมณ์ของอรูปธรรม ทั้งหลายเป็นไปเร็วอย่างนี้.
ภาพ (วรรณะ) อย่างหนึ่ง ปรากฏในภูมิ (โอกาส) ของสัตว์ที่จะบังเกิดขึ้น ชื่อว่า คตินิมิต
ในคตินิมิตนั้น
เมื่อนรกจะปรากฏก็จะปรากฏเป็นภาพเช่นกับโลหกุมภี (หม้อทองแดง)
เมื่อมนุษยโลกจะปรากฏ ก็จะปรากฏ*
คำว่าในฐานะนี้ หมายถึงมรณาสันนวิถี (วิถีใกล้ความตาย)
ประเภทใดประเภทหนึ่งใน ๔ อย่าง เหล่านี้คือ
ประเภทที่ ๑ จิตเสพชวนะ ๕ ครั้ง มีตทารัมมณะ ๒ ครั้ง แล้วจุติ
ประเภทที่ ๒ จิตเสพชวนะ ๕ ครั้ง แล้วจุติ
ประเภทที่ ๓ จิตเสพชวนะ ๕ ครั้ง มีตทารัมมณะ ๒ ครั้ง แล้วมีภวังค์...แล้วจุติ
ประเภทที่ ๔ จิตเสพชวนะ ๕ ครั้ง มีภวังค์...แล้วจุติ
ในฐานะนี้ แมลงวันตายในประเภทที่ ๔
-------------------
พระอภิธรรมปิฎก วิภังค์ เล่ม ๒ ภาค ๑ - หน้าที่ 495

เป็นภาพท้องมารดา ผ้ากัมพล และยาน.
เมื่อเทวโลกจะปรากฏ ก็จะปรากฏเป็นภาพต้นกัลปพฤกษ์ วิมาน และที่นอนเป็นต้น

ปฏิสนธิมีอารมณ์ ๓ อย่าง
โดยสังเขป คือ
กรรม
กรรมนิมิต
คตินิมิต
ด้วยประการฉะนี้.
อีกนัยหนึ่ง ปฏิสนธิมีอารมณ์ ๓ อย่าง คือ
อารมณ์อดีต
อารมณ์ปัจจุบัน
อารมณ์ที่เป็นนวัตตัพพะ.*
อสัญญีปฏิสนธิไม่มีอารมณ์

บรรดาปฏิสนธิเหล่านั้น
วิญญาณัญจายตนปฏิสนธิ และเนวสัญญานาสัญญายตนปฏิสนธิ
มีอารมณ์เป็นอดีตอย่างเดียว
กามาวจรวิบาก ๑๐
มีอารมณ์เป็นอดีตบ้าง เป็นปัจจุบันบ้าง ปฏิสนธิที่เหลือมีอารมณ์เป็นนวัตตัพพะ (อารมณ์ที่พึงกล่าวไม่ได้).

ก็ปฏิสนธิที่กำลังเป็นไปในอารมณ์ ๓ อย่าง
ย่อมเป็นไปในลำดับแห่งจุติ
ที่มีอดีตเป็นอารมณ์ หรือ มีนวัตตัพพารมณ์

แต่ชื่อว่า จุติจิตที่มีอารมณ์เป็นปัจจุบันมิได้มี

เพราะฉะนั้น
พึงทราบอาการที่เป็นไปแห่งปฏิสนธิมีอารมณ์อย่างใดอย่างหนึ่ง ในอารมณ์ ๓ อย่าง
ในลำดับแห่งจุติที่มีอารมณ์อย่างใดอย่างหนึ่งในอารมณ์ ๒ อย่าง
ด้วยอำนาจสุคติและทุคติ.
ข้อนี้เป็นอย่างไร ?

ปฏิสนธิมีอารมณ์อดีตต่อจากจุติมีอารมณ์อดีต คือ
ในเบื้องต้น บาปกรรมตามที่ตนสั่งสมไว้ หรือกรรมนิมิต ย่อมมาสู่คลองมโนทวารแก่บุคคลผู้นอนในเตียงมรณะ
เพราะพระบาลีว่า "ก็บาป* อารมณ์นี้เห็นตรงกับอารมณ์บัญญัติ คือ บัญญัติกรรมนิมิต
และบัญญัติมหัคคตกรรมนิมิตของผู้ที่จะไปเกิดในพรหมโลก
-------------------------
พระอภิธรรมปิฎก วิภังค์ เล่ม ๒ ภาค ๑ - หน้าที่ 496

กรรมเหล่านั้น ย่อมเข้าไปปรากฏแก่บุคคลผู้มีบาปกรรม
ซึ่งดำรงอยู่ในกามาพจรสุคติในสมัยนั้น
" ดังนี้ จุติจิตก็ทำภวังควิสัย (คืออารมณ์แห่งภวังค์) ให้เป็นอารมณ์
เกิดขึ้นในที่สุดแห่งตทารัมมณะ หรือในชวนะถ้วน ๆ
เกิดขึ้นปรารภกรรมหรือกรรมนิมิตนั้น
เมื่อจุติจิตนั้นดับแล้ว ก็เกิดปฏิสนธิจิตอันนับเนื่องด้วยทุคติภูมิ
อันกำลังแห่งกิเลสที่ยังมิได้ตัดให้น้อมไปในบาปกรรมต่าง ๆ
ปรารภกรรมหรือกรรมนิมิตที่มาสู่คลองนั้นนั่นแหละ
นี้เป็นปฏิสนธิมีอารมณ์อดีตต่อจากจุติจิตมีอารมณ์อดีต.

ปฏิสนธิมีอารมณ์ปัจจุบันต่อจากจุติมีอารมณ์อดีตในมรณสมัยของบุคคลอื่นอีก
นิมิตในทุคติภูมิมีภาพเปลวเพลิงเป็นต้นในนรกเป็นต้น มาสู่คลองมโนทวาร
ด้วยอำนาจแห่งกรรมตามที่กล่าวแล้ว
เมื่อภวังค์ของบุคคลนั้นเกิดดับสิ้นสองครั้งแล้ว
เกิดวิถีจิตทั้ง ๓ คือ อาวัชชนะ ซึ่งปรารภอารมณ์นั้น ๑
ชวนะ ๕ ดวง เพราะมีกำลังอ่อนโดยใกล้ต่อมรณะ ๑
และตทารัมมณะ ๒ ดวง ๑.
ต่อจากนั้น จุติจิต ๑ ดวง
กระทำภวังควิสัยให้เป็นอารมณ์ ด้วยลำดับแห่งคำเพียงเท่านี้
ขณะจิตย่อมล่วงไป ๑๑ ดวง
ในลำดับนั้น ปฏิสนธิจิต จึงเกิดขึ้นในอารมณ์ที่มีอายุแห่งขณะจิตที่ยังเหลืออยู่ ๕ ขณะนั้นนั่นแล.
นี้ ปฏิสนธิมีอารมณ์ปัจจุบันต่อจากจุติมีอารมณ์อดีต.
ในมรณสมัยของบุคคลอื่นอีก หินารมณ์ (อารมณ์เลว) มีราคะเป็นต้นเป็นเหตุ
ย่อมพาสู่คลองทวารในทวาร ๕ อย่างใดอย่างหนึ่ง
ในที่สุดแห่งโวฏฐัพพนะที่เกิดขึ้นตามลำดับ
ชวนะ ๕ ดวง เเละตทารัมมณะ ๒ ดวง ของบุคคลนั้นย่อมเกิด
เพราะมีกำลังอ่อนโดยใกล้ต่อความตาย ต่อจากนั้น จุติจิตหน่วงก็ทำ
--------------------
พระอภิธรรมปิฎก วิภังค์ เล่ม ๒ ภาค ๑ - หน้าที่ 497

ภวังควิสัยให้เป็นอารมณ์
ด้วยคำมีประมาณเท่านี้
ขณะแห่งจิตย่อมเป็นอันล่วงไป ๑๕ ขณะ คือ
ภวังค์ ๒ ดวง
อาวัชชนะ ๑ ดวง
ทัศนะ ๑ ดวง
สัมปฏิจฉันนะ ๑ ดวง
สันตีรณะ ๑ ดวง
โวฏฐัพพนะ ๑ ดวง
ชวนะ ๑ ดวง
ตทารัมมณะ ๒ ดวง
และจุติจิต ๑ ดวง
ในลำดับนั้น ปฏิสนธิจิต จึงเกิดขึ้นในอารมณ์ที่มีอายุขณะจิต ๑ ขณะที่ยังเหลืออยู่นั้นนั่นแหละ
ปฏิสนธิแม้นี้ก็มีอารมณ์ปัจจุบันต่อจากจุติมีอารมณ์อดีต.

ปฏิสนธิมีอารมณ์อดีตและปัจจุบันในลำดับจุติมีอารมณ์อดีต
พึงทราบอาการความเป็นไปแห่งปฏิสนธิในทุคติภูมิที่มีอารมณ์อดีตและปัจจุบัน
ในลำดับแห่งจุติในสุคติภูมิซึ่งมีอารมณ์อดีตนี้ก่อน.
ส่วนกรรมอันปราศจากโทษนั้น หรือกรรมนิมิต ย่อมมาสู่คลองมโนทวารของบุคคลผู้ดำรงอยู่ในทุคติภูมิ
มีกรรมอันปราศจากโทษที่สั่งสมไว้แล้ว โดยนัยที่กล่าวแล้ว นั่นแหละ
เพราะฉะนั้น พึงเว้นธรรมที่เป็นฝ่ายขาว (บริสุทธิ์) ไว้ในธรรมที่เป็นฝ่ายดำแล้ว
พึงทราบคำทั้งหมดโดยนัยก่อนนั่นแหละ.
นี้เป็นอาการแห่งความเป็นไปแห่งปฏิสนธิในสุคติภูมิ
ซึ่งมีอารมณ์อดีตและปัจจุบัน ต่อจากจุติในทุคติภูมิอันมีอารมณ์เป็นอดีต.

ปฏิสนธิมีอารมณ์อดีตหรือนวัตตัพพะในลำดับจุติมีอารมณ์อดีต
อนึ่ง กรรมอันปราศจากโทษ หรือกรรมนิมิต
ย่อมมาสู่คลองมโนทวารของบุคคลผู้ดำรงอยู่ในสุคติภูมิ
ผู้มีกรรมปราศจากโทษซึ่งสั่งสมไว้แล้ว
ผู้นอนบนเตียงมรณะ
โดยมีพระบาลีมีอาทิว่า ตานิ จสฺส ตสฺมี สมเย โอลมฺพนฺติ
ก็กรรมอันงามคือกายสุจริต วจีสุจริต มโนสุจริต
------------
พระอภิธรรมปิฎก วิภังค์ เล่ม ๒ ภาค ๑ - หน้าที่ 498

เหล่านั้น
ย่อมเข้าไปปรากฏแก่บุคคลนั้นผู้นอนบนเตียงในสมัยนั้น เป็นต้น*
ก็แลกรรมอันปราศจากโทษ หรือกรรมนิมิตนั้น
ย่อมมาสู่คลองมโนทวารของบุคคลผู้มีกรรมปราศจากโทษ
อันเป็นกามาพจรที่สั่งสมไว้แล้วนั่นแหละ
ส่วนกรรมนิมิตอย่างเดียว
ย่อมมาสู่คลองมโนทวารของบุคคลผู้มีมหัคคตกรรมที่สั่งสมไว้แล้ว
จุติจิตทำภวังควิสัยให้เป็นอารมณ์เกิดขึ้น
ในลำดับแห่งตทารัมมณะ หรือในชวนวิถีล้วน ๆ
ซึ่งเกิดขึ้นปรารภกรรมนิมิตนั้น
เมื่อจุติจิตนั้นดับ
ปฏิสนธิจิตอันนับเนื่องด้วยสุคติภูมิ
ซึ่งถูกกำลังกิเลสที่ยังมิได้ตัดให้น้อมไป เกิดขึ้นปรารภกรรม
หรือกรรมนิมิตอันมาสู่คลองนั้นนั่นแหละ.
นี้เป็นปฏิสนธิมีอารมณ์อดีตหรืออารมณ์นวัตตัพพะต่อจากจุติมีอารมณ์อดีต.

ปฏิสนธิมีอารมณ์ปัจจุบันต่อจากจุติมีอารมณ์อดีต
ในมรณสมัยของบุคคลอื่นอีก
สุคตินิมิตกล่าวคือ
ภาพท้องมารดาในมนุษยโลก
หรือภาพอุทยานและต้นกัลปพฤกษ์ในเทวโลก
ย่อมมาสู่คลองมโนทวารด้วยอำนาจกรรมที่ปราศจากโทษอันเป็นกามาพจร
ปฏิสนธิจิตย่อมเกิดขึ้นแก่บุคคลนั้นในลำดับแห่งจุติจิต
โดยลำดับที่แสดงไว้ในทุคตินิมิตนั้น แหละ.
นี้เป็นปฏิสนธิมีปัจจุบันอารมณ์ในลำดับแห่งจิตมีอดีตอารมณ์.
ในมรณสมัยของบุคคลอื่นอีก
พวกญาติพากันแสดงอารมณ์
กล่าวว่า
ดูก่อนพ่อ นี้เป็นการบูชาพระพุทธเจ้า
พ่อจงทำเพื่อประโยชน์แก่ตัวพ่อ
พ่อจงยังจิตให้เลื่อมใสแล้วแสดงรูปารมณ์
ด้วยสามารถแห่งพวงดอกไม้ ธงชัย และ
* ม. อุ. เล่ม ๑๔. ๔๘๗/๓๒๓
----------------------------------
ยังมีต่อ
คืออยากรู้เรื่อง กรรมอารมณ์ กรรมนิมิตอารมณ์ คตินิมิตอารมณ์
ก่อนตายที่จะได้เห็นนะครับ
พอเห็นในใจตอนนั้น ก็จะรู้ได้ว่า จะไปเกิดที่ไหนแหละครับ
มีคำศัพท์เรื่องวิถีจิตพอดี และเนื้อความวิถีจิตตรง มรณาสันนวิถี (วิถีใกล้ความตาย) ด้วย
-------
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่