เราจะรู้ตัวได้ยังไงว่าเราพร้อมก้าวออกจาก Comfort Zone ได้รึยัง?


คำว่า Comfort Zone หรือ “พื้นที่ปลอดภัย” สำหรับพวกเราเด็กมัธยมปลาย มันไม่มีอะไรซับซ้อนเลยนะ มันคือเซฟโซนที่เราควบคุมทุกอย่างได้ รู้ว่าตื่นมาต้องเจออะไร เรียนห้องไหน แอบเล่นเกมยังไงไม่ให้ครูจับได้ มันสบายใจ ดีต่อใจ แต่บางทีลึกๆ มันก็เริ่มรู้สึกน่าเบื่อแปลกๆ
คำถามคือ แล้วเราจะรู้ได้ยังไงว่าถึงเวลาที่ต้อง ‘ก้าวออกมา’ ได้รึยัง? ไม่ใช่ว่าอยู่ๆ นึกจะเทเซฟโซนแล้วกระโดดไปทำอะไรเสี่ยงๆ จนชีวิตพังนะ แต่มันจะมีสัญญาณเตือนเล็กๆ จากตัวเราเองนี่แหละ ลองเช็กดูว่าเรามีอาการเหล่านี้กันหรือยัง?
4 สัญญาณเตือน: บอกชัดว่าคุณเริ่มโตเกินพื้นที่เดิมแล้วนะ
ลองสังเกตตัวเองดูว่ามีอาการเหล่านี้เกิน 2 ข้อไหม ถ้าใช่ แปลว่าใจคุณน่ะพร้อมแล้วนะสำหรับอะไรใหม่ๆ
1. เริ่มรู้สึก เบื่อแบบไม่มีสาเหตุกับเรื่องเดิมๆ ที่เมื่อก่อนเคยชอบ
จำความรู้สึกตอนสอบเข้า ม.4 ใหม่ๆ ได้ปะ? ตอนนั้นทุกอย่างดูตื่นเต้นไปหมด กลุ่มเพื่อนใหม่ ชมรมใหม่ แต่พอผ่านไปสักพัก จากที่เคยสนุกกับการนั่งจับกลุ่มเม้าท์มอยเรื่องเดิมๆ หรือเล่นเกมเดิมๆ หลังเลิกเรียน เรากลับเริ่มรู้สึกเฉยๆ นั่งถอนหายใจ มองออกไปนอกหน้าต่างบ่อยขึ้น ถ้าความรู้สึก "อิ่มตัว" นี้เริ่มมาเยือน แปลว่าสมองเรากำลังส่งสัญญาณว่า “เฮ้ย แกพร้อมรับความท้าทายใหม่ๆ แล้วนะ”
2. รู้สึกอิจฉา คนที่เขาไปทำอะไรใหม่ๆ
เวลาเห็นเพื่อนในห้องไปลงแข่งรายการต่างๆ ไปสมัครประธานนักเรียน ไปซ้อมกีฬา หรือเปิดพอร์ตทำกิจกรรมเจ๋งๆ แล้วในใจเรามันไม่ได้รู้สึกแค่ว่า “เออ เขาเก่งดีเนอะ” แต่แอบมีความรู้สึกเล็กๆว่า “ถ้าเป็นเราไปอยู่ตรงนั้นบ้าง มันจะเป็นยังไงนะ?” หรือแอบคิดว่า “จริงๆ เราก็ทำได้นี่หว่า” ความรู้สึกอิจฉาหรืออยากลอง นี่แหละคือแรงผลักดันชั้นดีว่าเราไม่อยากย่ำอยู่กับที่แล้ว
3. ความกลัวเริ่มเปลี่ยนเป็นความเสียดาย
ปกติเวลาคิดจะทำอะไรใหม่ๆ เช่น จะไปสมัครแลกเปลี่ยน จะลองจีบคนที่ชอบ หรือจะลงแข่งงานวิชาการ ความกลัวจะขึ้นมาเป็นอันดับแรกคือ กลัวล่ม กลัวหน้าแตก แต่ถ้าวันหนึ่ง ความรู้สึกกลัวมันเริ่มลดลง แล้วกลายเป็นความรู้สึกที่ว่า “ถ้าไม่ทำตอนนี้ ตอนจบ ม.6 ไปต้องมานั่งเสียดายทีหลังแน่ๆ” นั่นคือสัญญาณไฟเขียวที่ชัดที่สุด! เพราะแปลว่าเราให้คุณค่ากับ โอกาส มากกว่า ความกลัว แล้ว
4. รู้สึกว่าตัวเองเก่งเกินไปสำหรับจุดที่ยืนอยู่
อันนี้ไม่ได้หลงตัวเองนะ แต่หมายถึงเรื่องบางเรื่องเราทำมันได้ดีจนหลับตาทำยังไงก็ผ่าน เช่น การพรีเซนต์งานหน้าห้องแบบเดิมๆ การทำข้อสอบชุดเดิมๆ หรือการเล่นตำแหน่งเดิมในทีมกีฬา ถ้าเรารู้สึกว่า “มันง่ายไปหมดจนไม่มีอะไรให้ลุ้นแล้ว” แปลว่าพื้นที่นี้มันเล็กเกินไปสำหรับศักยภาพของเราแล้วล่ะ ได้เวลาหาด่านต่อไปที่ยากกว่าเดิมเพื่ออัปเลเวลตัวเอง

ฝากไว้ให้คิด: การก้าวออกจาก Comfort Zone ของเด็ก ม.ปลาย ไม่จำเป็นต้องเป็นเรื่องยิ่งใหญ่ระดับโลก ไม่ต้องถึงขั้นลาออกจากโรงเรียนไปทำสตาร์ทอัพ ใจเย็นๆก่อน! แค่เริ่มจากเรื่องเล็กๆ เช่น
ลองเดินไปคุยกับเพื่อนใหม่ๆ   ลองกล้าที่จะทำในสิ่งที่เราชอบก่อนที่มันจะสายเกินไป   ลองเปลี่ยนจากนั่งเรียนเฉยๆ   เป็นตั้งคำถามในสิ่งที่ตัวเองเรียนว่าใช่สิ่งที่เราชอบจริงๆรึป่าว   
ชีวิต ม.ปลาย มันสั้นแป๊บเดียวเองนะ แป๊บๆ ก็ต้องแยกย้ายไปเรียนมหาวิทยาลัยหรือเดินตามความฝันกันหมดแล้ว ถ้าเช็กลิสต์แล้วพบว่าตัวเองมีอาการตามข้างบนนี้ อย่าลังเลที่จะก้าวขาออกมาเลยครับ
เพราะบางทีพื้นที่ใหม่นอกกรอบเดิมๆ อาจจะทำให้เราได้เจอตัวเองในเวอร์ชันที่เท่กว่าเดิมเยอะเลย สู้ๆ นะทุกคน!

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่