JJNY : ภคมนบี้แจงกมธ. ปมแชตช่วยน้ำเงินด้วย│ตาวัย 93ปี ไม่ได้รับสิทธิ์บัตรคนจน│ฮุนเซนจี้สื่อไทย│ทัพมะกันถล่มอิหร่านวันนี้

กระทู้ข่าว
ภคมน บี้ อธิบดีกรมปกครอง แจง กมธ. 11 มิ.ย. ปมแชตช่วยน้ำเงินด้วย ลบข้อครหาผู้นำระบอบสีน้ำเงิน
.

.
‘ภคมน’ หวัง ‘อธิบดีกรมปกครอง’ เข้าแจง กมธ.พัฒนาการเมืองฯ 11 มิ.ย. ปกป้องเกียรติภูมิข้าราชการปกครองทั่วประเทศ-ลบข้อครหาผู้นำระบอบสีน้ำเงิน
.
เมื่อวันที่ 10 มิถุนายน น.ส.ภคมน หนุนอนันต์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การพัฒนาการเมือง การสื่อสารมวลชน และการมีส่วนร่วมของประชาชน สภาผู้แทนราษฎร กล่าวถึงกรณีที่นายรุ่งเรือง ธิมาบุตร อดีตปลัดจังหวัดภูเก็ตเปิดเผยแชตไลน์สั่งการจากนาย
นฤชา โฆษาศิวิไลซ์ อธิบดีกรมการปกครอง ที่มีข้อความระบุว่าช่วยน้ำเงินด้วยในช่วงการหาเสียงเลือกตั้ง ว่า เนื่องจากเหตุการณ์ดังกล่าวชี้ให้เห็นชัดว่าการเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมามีปัญหาเรื่องความโปร่งใสและการใช้อำนาจหน้าที่ของเจ้าหน้าที่รัฐเพื่อเอื้อประโยชน์ให้พรรคการเมืองใดพรรคการเมืองหนึ่ง ฉะนั้น ในวันที่ 11 มิถุนายนนี้ กมธ.การพัฒนาการเมืองฯ จะมีวาระประชุมเพื่อหาข้อเท็จจริงเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าว จึงขอใช้โอกาสนี้สื่อสารไปยังอธิบดีกรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย เรียนเชิญท่านมาร่วมพูดคุยและให้ข้อมูลต่อ กมธ.
.
น.ส.ภคมน กล่าวต่อว่า เพราะเมื่อสังคมเกิดข้อสงสัย วิธีที่ดีที่สุดคือการนำความจริงมาพูดคุยกันอย่างตรงไปตรงมา การที่อธิบดีกรมการปกครองเข้ามาให้ข้อมูลด้วยตนเองจะเป็นเครื่องพิสูจน์ความสัตย์จริงและแสดงถึงความสง่างามในฐานะผู้นำที่กำลังถูกกล่าวหา และยังเป็นการปกป้องข้าราชการปกครองทั่วประเทศ เนื่องจากกรณีนี้กระทบต่อขวัญและกำลังใจของข้าราชการชั้นผู้น้อยจำนวนมาก การชี้แจงของท่านจะเป็นการปกป้องเกียรติยศและศักดิ์ศรีของข้าราชการกรมการปกครองทั้งประเทศ ให้รอดพ้นจากข้อครหาเรื่องความไม่เป็นกลาง
.
การที่ท่านออกมาชี้แจงอย่างโปร่งใส ถือเป็นการแบ่งเบาภาระและปกป้องหน่วยงานของท่าน แต่หากท่านอธิบดีเลือกที่จะไม่เข้ามาให้ข้อมูล สังคมย่อมมีสิทธิที่จะตั้งคำถามต่อไปว่าเหตุใดท่านจึงเพิกเฉยต่อกระบวนการตรวจสอบ นอกจากนี้หากท่านต้องการลบข้อครหาว่าเป็นคนของใครและเติบโตได้ในยุครัฐบาลสีน้ำเงินด้วยคุณสมบัติเพียงเพราะเป็นสายตรงบุรีรัมย์ ดิฉันคิดว่ายิ่งต้องพิสูจน์ว่าท่านมีความสามารถ ไม่ใช่เพราะเป็นคนของสีน้ำเงินเท่านั้น และหวังว่าอธิบดีกรมการปกครองจะตอบรับคำเชิญเพื่อมาชี้แจง เพื่อพิสูจน์ความโปร่งใส ปกป้ององค์กรและผู้ใต้บังคับบัญชาของท่านที่อยู่ส่วนภูมิภาคทั่วประเทศ อีกทั้งยังเชื่อว่าเจ้าหน้าที่ปกครองทั่วประเทศจับตาว่าอธิบดีจะปกป้องศักดิ์ศรีของเขาอย่างไร” น.ส.ภคมน กล่าว
.


ตาวัย 93 ปี ไม่ได้รับสิทธิ์บัตรคนจน มีที่ดิน ไม่เข้าเกณฑ์ นายอำเภอลงพื้นที่เร่งหาทางช่วยเหลืออื่น
.
ตาวัย 93 ปี ชวดคืนสิทธิ์ “บัตรคนจน” นายอำเภอลงพื้นที่ตรวจสอบ พบไม่เข้าเกณฑ์ เตรียมหาแนวทางช่วยเหลือด้านสวัสดิการอื่น ขณะที่การพิจารณาสิทธิผู้พิการทางการได้ยินยังต้องรอผลการตรวจจากโรงพยาบาล
.
จากกรณีคุณตาสุดทา จันปัญญา อายุ 93 ปี ชาวบ้านศรีวิไล ตำบลหนองปลิง อำเภอเมืองมหาสารคาม ได้ร้องขอให้ภาครัฐพิจารณาคืนสิทธิ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ เพื่อช่วยบรรเทาภาระค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวันและลดภาระของบุตรหลาน เนื่องจากปัจจุบันมีรายได้จากเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุเพียงเดือนละ 1,000 บาท
.
ล่าสุดวันนี้ นายเศรษฐา เณรสุวรรณ นายอำเภอเมืองมหาสารคาม พร้อมด้วยหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงและคุณสมบัติของ นายสุดทา พบว่าไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์การได้รับสิทธิ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ เนื่องจากมีการถือครองที่ดิน จำนวน 14 ไร่ ซึ่งเกินกว่าเกณฑ์ที่ทางราชการกำหนดไว้
.
ภายหลังการตรวจสอบ นายเศรษฐา เณรสุวรรณ นายอำเภอเมืองมหาสารคาม ได้ชี้แจงหลักเกณฑ์และเหตุผลของการไม่ได้รับสิทธิ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐให้แก่นายสุดทาได้รับทราบ พร้อมตอบข้อซักถามและอธิบายรายละเอียดต่าง ๆ อย่างครบถ้วน จนเจ้าตัวยอมรับผลการพิจารณาและเข้าใจขั้นตอนการดำเนินงานของภาครัฐ
.
นอกจากนี้ ยังได้มอบหมายให้หน่วยงานในพื้นที่เร่งพิจารณาแนวทางการให้ความช่วยเหลือด้านสวัสดิการอื่นที่เหมาะสม อาทิ การขอรับสิทธิในฐานะผู้พิการทางการได้ยิน เพื่อให้ได้รับการช่วยเหลือเพิ่มเติมจากภาครัฐ อีก 800 บาท ซึ่งยังอยู่ระหว่างรอผลการตรวจประเมินจากโรงพยาบาล รวมทั้งจะนำข้อเสนอและข้อร้องเรียนของนายสุดทาส่งต่อไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อพิจารณาดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ต่อไป
.
ด้านนายสุดทา เปิดเผยว่า แม้จะรู้สึกเสียดายและยังมีความหวังเล็กน้อยที่จะได้รับสิทธิ์คืน แต่เมื่อได้รับทราบผลการตรวจสอบแล้วก็พร้อมยอมรับผลการพิจารณา พร้อมทั้งกล่าวขอบคุณนายอำเภอและเจ้าหน้าที่จากทุกหน่วยงานที่ได้เดินทางมาชี้แจงข้อมูลและให้คำแนะนำถึงที่พักอาศัย เนื่องจากตนมีอายุมากแล้วและไม่สะดวกในการเดินทางไปติดต่อหน่วยงานราชการหรือสถาบันการเงินด้วยตนเอง
.

.
ฮุน เซน จี้สื่อไทย รายงานให้ถูกต้อง ย้ำจุดยืนกัมพูชา ยึดสันติวิธี แก้ปัญหาชายแดน ไม่ใช่กำลังทหาร
.
ฮุน เซน จี้สื่อไทย รายงานให้ถูกต้อง ย้ำจุดยืนกัมพูชา ยึดสันติวิธี แก้ปัญหาชายแดน ไม่ใช่กำลังทหาร
.
เมื่อวันที่ 10 มิถุนายน เฟรชนิวส์ สื่อกัมพูชารายงานว่า สมเด็จฯ ฮุน เซน ปฏิบัติหน้าที่ผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์และประธานวุฒิสภาของกัมพูชา เรียกร้องให้สื่อมวลชนไทยรายงานคำกล่าวของเขาให้ถูกต้องที่กล่าวเกี่ยวกับจุดยืนของกัมพูชาในการแก้ไขปัญหาชายแดนกับไทย โดยสมเด็จฯฮุน เซน ยืนยันว่าแนวทางของกัมพูชาตั้งอยู่บนหลักสันติวิธีมากกว่าการใช้กำลังทางทหาร
.
สมเด็จฯ ฮุน เซน กล่าวถึงเรื่องนี้ในระหว่างการประชุมร่วมกับสภาท้องถิ่นและเจ้าหน้าที่จากจังหวัดเสียมราฐและจังหวัดอุดรมีชัยในวันพุธ(10 มิ.ย.) ระบุว่า คำกล่าวของตนเมื่อเร็วๆ นี้ที่ศูนย์พักพิงผู้พลัดถิ่นนั้นได้ถูกสื่อไทยบางสำนักนำไปบิดเบือน
.
ผมไม่ได้เรียกร้องให้ใช้กำลังทหาร ผมเน้นย้ำอย่างชัดเจนถึงสันติวิธีและแนวทางนี้จะยังคงเป็นส่วนหนึ่งของนโยบายทางการเมืองของพรรคประชาชนกัมพูชา(ซีพีพี) สำหรับการเลือกตั้งปี 2027 และ 2028 พรรคประชาชนกัมพูชาเลือกสันติวิธีในการแก้ไขปัญหาชายแดนกับไทย” สมเด็จฯ ฮุน เซน กล่าว
.
นอกจากนี้ สมเด็จฯฮุน เซน ยังเรียกร้องให้นักข่าวและสื่อมวลชนไทยตรวจสอบและแก้ไขรายงานข่าวที่อ้างคำกล่าวของเขาให้ถูกต้องและครบถ้วน พร้อมกล่าวว่า ผู้นำทางการเมืองไม่ควรพึ่งพาการตีความของสื่อเพียงอย่างเดียว โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อรายงานเหล่านั้นอาจบิดเบือนข้อความของต้นฉบับ
.
ทั้งนี้ สื่อกัมพูชาอย่างขแมร์ไทมส์รายงานเมื่อวันอังคาร(9 มิ.ย.)ว่า สมเด็จฯฮุน เซน ได้กล่าวในระหว่างการประชุมกับผู้พลัดถิ่นที่ศูนย์พักพิงชั่วคราว ในตำบลสลาคราม อำเภอสวายเช็ก จังหวัดบันเตียเมียนเจย ว่า กัมพูชายังคงมุ่งมั่นที่จะทวงคืนดินแดนพิพาท และดินแดนที่ถูกทหารไทยยึดครองอย่างผิดกฎหมายนั้นจะต้องถูกทวงคืน โดยเน้นย้ำว่ามีเพียง 2 หนทางที่จะบรรลุเป้าหมายคือ การใช้กำลังทหารหรือการเจรจาอย่างสันติ
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่