[[ เกริ่นนำ ]]
มาๆ เดี๋ยวมาปูพื้นฐาน + เม้ามอยกันหน่อยครับ ผมเชื่อว่าชาวพันทิปบางท่สนอาจจะมีข้อมูลเกี่ยวกับ backrooms อยู่แล้ว แต่สำหรับใครที่ยังงงๆ กับ backrooms อยู่เดี๋ยวผมขะอธิบายให้ฟังครับ
เอาจริงเลยผมเองก็ relate กับ backrooms โดยไม่รู้ตัวนะ เพราะเคยเล่นเกมของมันเหมือนกัน ซึ่งมีหลายเวอร์ชันมาก ทั้ง escape room หรือแม้แต่ใน roblox เด็กเจนอับฟาเล่นก็มีเช่นกัน
[[ จุดเริ่มต้นของ backrooms ]]
ซึ่งจุดเริ่มต้นของ backrooms ปี 2011 มีโพสต์นึงเป็นภาพตามที่เห็นนั้นแหละครับ ในโพสต์จะเห็นห้องที่มีลักษณะสีเหลือง และปี 2019 บนเว็บบอร์ด 4chan มีการนำภาพนี้มาประกอบและเขียน caption ว่า “รูปที่ดูแล้ว รู้สึกแปลกๆ ไม่น่าไว้วางใจ” และไม่นานก็มีคนที่เป็น anonymous ได้มาแต่งเรื่องเสริมว่า “หากคุณเดินสะดุดและจู่ๆ กลับพบว่าตัวเองอยู่ในห้องสีเหลืองที่มีกลิ่นเหม็นชื้นของพรบที่เปียก เสียงจากหลอดไฟ fluorescent คุณจะค้นพบว่าตัวเองได้อยู่ในพื้นที่ที่เป็นอนันต์ ไร้ทางออก และหากคุณได้ยินเสียงอะไรก็ตามก็ขอให้พระเจ้าคุ้มครอง เพราะเจ้าสิ่งนั้นมันอาจจะพบตัวคุณ หรืออยู่ใกล้ๆ คุณเป็นที่เรียบร้อยแล้ว”
หลังจากที่ชาวเน็ตเห็นโพสต์ดังกล่าว ก็มีการแต่งเติมเสริมเรื่องราวของ backrooms มากมาย จนทำให้ lore ของ backrooms มันขยายไปไกล และเยอะมาก จนมีการสร้างเป็นเกมมากมายเช่นกัน โดยชาวเน็ตที่แต่งเรื่องเสริมเพิ่มเติมก็ได้ใช้ความธรรมดาของห้องของ backrooms ที่เราเห็นเลยครับ ที่มันเป็นห้องสีเหลืองๆ นั้นแหละ มาแต่งทำให้เห็นเรื่องราวสยองขวัญ โดยใช้ gemic ที่เรียกว่า “liminal space” อาจจะได้ยิน หรือเห็นคำนี้บ่อย เพราะหนังใกล้ฉายแล้ว
[[ Liminal space คืออะไร? ]]
Liminal space คืออะไร มันก็คือสถานที่ที่ว่ามนุษย์เรารู้สึกว่ามันต้องมีคนหรือสิ่งของใดๆ แต่มันกลับไม่มี เช่น ห้าง ใครเคยดูหนังช่วงดึกบ้างครับ ขากลับออกจากโรงนี้แทบไม่มีคนเลยใช่มั้ย ทั้งทั้งที่จริงๆมันก็ควรจะมีคนอยู่บ้าง สิ่งเหล่านั้นแหละครับเค้าเรียกว่า liminal space หรืออีกตัวอย่างอย่าง ลานจอดรถ คุณลองนึกสภาพลานจอดรถที่ไม่มีรถดูสิครับ มันรู้สึกแปลกๆ ใช่มั้ยละ โดยมันมีศัพท์ทางการแพทย์ที่เขาเรียกว่า kenopsia หรืออาการที่บรรยายความรู้สึกแปลก ๆ เมื่ออยู่ในสถานที่ที่ปกติควรจะมีผู้คนหรือมีกิจกรรม แต่กลับว่างเปล่าและเงียบผิดปกติ ซึ่งเกิดจากการที่สถานที่เหล่านั้นขาดสิ่งที่มันควรจะมี ปรากฏการณ์นี้ถูกเรียกว่า uncanny valley of architecture
[[ Lore ของ backrooms ]]
คราวนี้เรามาดู lore ของ backrooms บ้าง ซึ่งอันนี้มีเยอะมาก และโดยส่วนใหญ่มันจะไม่ได้มาจาก official ของผู้แต่งอย่าง kane parson โดยตรง แต่จะมาจากการที่แฟนคลับของ backrooms แต่งเรื่องกันเอง และมันก็ดังจนถูกนำมาทำเกม โดยเกมส่วนใหญ่เราจะเห็นว่ามันจะมีด่านต่างๆ ที่เราต้องฝ่าฟันไปให้ได้เรื่อยๆ ซึ่งอันนี้จะเป็นจักรวาลใน wikidot หรือสิ่งที่คนนอกแต่งเพิ่มเติมขึ้นมา เอาง่ายๆ ใครเคยเล่นเกมเกี่ยวกับ backrooms ให้รู้ไว้เลยว่ามันมาจากคนนอกแต่งเสริมเพิ่มเติมขึ้นมาทั้งสิ้น ซึ่งส่วนตัวผมเคยเล่นด้วย บางด่านก็ไม่ยาก บางด่านก็ยากมาก เล่นจนเหนื่อยอ่ะ เหนื่อยจนท้อ
ต่อมา lore ของ kane parson ซึ่งเป็น lore ที่เราจะได้เห็นในหนัง คือ น้อง kane ได้ทำคลิปสั้นลง youtube โดยจุดเริ่มต้นของ backrooms, kane บอกว่ามันมาจากการทดลองลับของรัฐบาลสหรัฐที่ชื่อองค์กรว่า ASYNC ซึ่งเป็นสถาบันวิจัยทางวิทยาศาสตร์เอกชน นำโดย ivan beck เขาได้ทำการทดลองเกี่ยวกับการยิงเครื่องจักรประเภทนึงที่มีความสามารถในการยิงทะลุมิติได้ สาเหตุที่ทำก็เพราะ ตอนนี้โลกกำลังเผชิญปัญหากับวิกฤตการณ์ประชากรล้นโลก ทำให้ทั้งด้านตัวของรัฐบาลสหรัฐเลยการทดลองนี้ขึ้นมาเพื่อที่จะหาพื้นที่ใหม่ เพื่อให้ ประชากร ส่วนนึงได้เข้าไปใช้ชีวิตในนั้น ซึ่งการทดลองนี้ก็ถือว่าประสบความสำเร็จ และ เรียกพื้นที่ตรงนั้นว่า “the complex” แต่การทดลองก็ย่อมมีผลข้างเคียงตามมาเสมอ คือหลังจากที่รัฐบาลได้ทำการยิงเครื่องจักรเพื่อเปิดประตูมิติใหม่ มันเกิดสิ่งที่เรียกว่ารอยโหว่ หรือช่องโหว่ เกิดขึ้นตามจุดต่างๆของโลก ซึ่งมันเลยทำให้คนสามารถหลุดเข้าไปในนั้นได้ แล้วถ้าเข้าไปในนั้นก็จะอยู่ในมิติของ the complex เลยเกิดปรากฏการณ์การสาบสูญของคนจำนวนมาก
จริงๆ kane parson ยังมีคลิปไฟล์อีก ใน youtube ก็มีในช่อง kane pixels จะเป็นฟุตเทจคลิป VDO 22 คลิป ซึ่งเดี๋ยวผมมาทำกระทู้สรุปอีกที เพราะรายละเอียดมันเยอะมากแต่จะเป็นรายละเอียดที่เกี่ยวข้องกับ ความแปลกประหลาดของ the complex และปรากฏการณ์ที่คนธรรมดาสูญหาย
[[ สิ่งมีชีวิตหรือ entities ในมิติ backrooms ]]
อันนี้ก็แล้วแต่ lore อีก แต่หลักๆ ที่พบได้บ่อยเลยคือ ตัวที่เรียกว่า bacteria ซึ่งเป็นสิ่งมีชีวิตประหลาดที่เกิดจากการที่เจ้าหน้าที่ขององค์กรใน ASYNC ได้ไปติดเชื้อกับ bacteria ที่อยู่ในมิติ the complex ทำให้เกิดการกลายพันธุ์มาเป็นสิ่งมีชีวิตใหม่ที่เรียกว่า the bacteria ซึ่งไม่ต้องสืบครับมันทำร้ายคนแน่นอน ดังนั้นถ้าเจอให้วิ่งหนีให้เร็วที่สุด
ส่วนถ้าเป็นอีก lore หรือในเกมเราจะเห็นได้ว่ามันมีสิ่งมีชีวิตลึกลับหรือ entities เยอะมาก ถ้าให้พูดก็ไม่หมดหรอกครับมันเยอะมากจริงๆเอาเป็นว่าลองไปเล่นในเกมนะครับคนก็จะเจอมัน
[[ ความน่ากลัวของ backrooms #คหสต. ]]
เอาจริงสำหรับผม ผมมองว่าหนังแนวนี้น่าสนใจมาก สำหรับผม backrooms จากที่หาข้อมูลมา ความน่ากลัวของมันไม่ได้อยู่ที่สิ่งมีชีวิตที่อยู่ในนั้น แต่มันเกิดจากการที่เราต้องตั้งรับกับสถานการณ์แบบที่เราคาดการณ์ไม่ได้แบบไม่ทันตั้งตัว อีกทั้งยังต้องเผชิญหน้ากับความสิ้นหวัง ความวิตกกังวล หวาดระแวง จนอาจจะทำให้เป็นบ้าได้ในนั้น รวมถึงการเล่นกับ “ความไม่รู้ การเอาตัวรอด ความหวัง ความไร้เหตุผล“ นี้แหละคือสิ่งที่โคตรน่ากลัวใน backrooms ซึ่งตรงนี้หนังจะนำเสนอในสิ่งที่ผมได้กล่าวมาข้างต้นหรือเปล่าอันนี้ต้องรอชมในหนังดูนะครับ
[[ สรุป ]]
เอาเป็นว่าใครที่มีข้อมูลมากกว่านี้อยากจะลองมาแชร์ก็แชร์ได้เสมอจ้ะ เพราะว่าข้อมูลมันเยอะจริงๆ แต่เรามารอดูครับ backrooms เวอร์ชันหนังจะรอดมั้ย แต่ต่างชาติชอบนะ
ลองไปหาข้อมูลเกี่ยวกับ backrooms มาบอกเลยว่าน่าสนใจมากครับ
[[ เกริ่นนำ ]]
มาๆ เดี๋ยวมาปูพื้นฐาน + เม้ามอยกันหน่อยครับ ผมเชื่อว่าชาวพันทิปบางท่สนอาจจะมีข้อมูลเกี่ยวกับ backrooms อยู่แล้ว แต่สำหรับใครที่ยังงงๆ กับ backrooms อยู่เดี๋ยวผมขะอธิบายให้ฟังครับ
เอาจริงเลยผมเองก็ relate กับ backrooms โดยไม่รู้ตัวนะ เพราะเคยเล่นเกมของมันเหมือนกัน ซึ่งมีหลายเวอร์ชันมาก ทั้ง escape room หรือแม้แต่ใน roblox เด็กเจนอับฟาเล่นก็มีเช่นกัน
[[ จุดเริ่มต้นของ backrooms ]]
ซึ่งจุดเริ่มต้นของ backrooms ปี 2011 มีโพสต์นึงเป็นภาพตามที่เห็นนั้นแหละครับ ในโพสต์จะเห็นห้องที่มีลักษณะสีเหลือง และปี 2019 บนเว็บบอร์ด 4chan มีการนำภาพนี้มาประกอบและเขียน caption ว่า “รูปที่ดูแล้ว รู้สึกแปลกๆ ไม่น่าไว้วางใจ” และไม่นานก็มีคนที่เป็น anonymous ได้มาแต่งเรื่องเสริมว่า “หากคุณเดินสะดุดและจู่ๆ กลับพบว่าตัวเองอยู่ในห้องสีเหลืองที่มีกลิ่นเหม็นชื้นของพรบที่เปียก เสียงจากหลอดไฟ fluorescent คุณจะค้นพบว่าตัวเองได้อยู่ในพื้นที่ที่เป็นอนันต์ ไร้ทางออก และหากคุณได้ยินเสียงอะไรก็ตามก็ขอให้พระเจ้าคุ้มครอง เพราะเจ้าสิ่งนั้นมันอาจจะพบตัวคุณ หรืออยู่ใกล้ๆ คุณเป็นที่เรียบร้อยแล้ว”
หลังจากที่ชาวเน็ตเห็นโพสต์ดังกล่าว ก็มีการแต่งเติมเสริมเรื่องราวของ backrooms มากมาย จนทำให้ lore ของ backrooms มันขยายไปไกล และเยอะมาก จนมีการสร้างเป็นเกมมากมายเช่นกัน โดยชาวเน็ตที่แต่งเรื่องเสริมเพิ่มเติมก็ได้ใช้ความธรรมดาของห้องของ backrooms ที่เราเห็นเลยครับ ที่มันเป็นห้องสีเหลืองๆ นั้นแหละ มาแต่งทำให้เห็นเรื่องราวสยองขวัญ โดยใช้ gemic ที่เรียกว่า “liminal space” อาจจะได้ยิน หรือเห็นคำนี้บ่อย เพราะหนังใกล้ฉายแล้ว
[[ Liminal space คืออะไร? ]]
Liminal space คืออะไร มันก็คือสถานที่ที่ว่ามนุษย์เรารู้สึกว่ามันต้องมีคนหรือสิ่งของใดๆ แต่มันกลับไม่มี เช่น ห้าง ใครเคยดูหนังช่วงดึกบ้างครับ ขากลับออกจากโรงนี้แทบไม่มีคนเลยใช่มั้ย ทั้งทั้งที่จริงๆมันก็ควรจะมีคนอยู่บ้าง สิ่งเหล่านั้นแหละครับเค้าเรียกว่า liminal space หรืออีกตัวอย่างอย่าง ลานจอดรถ คุณลองนึกสภาพลานจอดรถที่ไม่มีรถดูสิครับ มันรู้สึกแปลกๆ ใช่มั้ยละ โดยมันมีศัพท์ทางการแพทย์ที่เขาเรียกว่า kenopsia หรืออาการที่บรรยายความรู้สึกแปลก ๆ เมื่ออยู่ในสถานที่ที่ปกติควรจะมีผู้คนหรือมีกิจกรรม แต่กลับว่างเปล่าและเงียบผิดปกติ ซึ่งเกิดจากการที่สถานที่เหล่านั้นขาดสิ่งที่มันควรจะมี ปรากฏการณ์นี้ถูกเรียกว่า uncanny valley of architecture
[[ Lore ของ backrooms ]]
คราวนี้เรามาดู lore ของ backrooms บ้าง ซึ่งอันนี้มีเยอะมาก และโดยส่วนใหญ่มันจะไม่ได้มาจาก official ของผู้แต่งอย่าง kane parson โดยตรง แต่จะมาจากการที่แฟนคลับของ backrooms แต่งเรื่องกันเอง และมันก็ดังจนถูกนำมาทำเกม โดยเกมส่วนใหญ่เราจะเห็นว่ามันจะมีด่านต่างๆ ที่เราต้องฝ่าฟันไปให้ได้เรื่อยๆ ซึ่งอันนี้จะเป็นจักรวาลใน wikidot หรือสิ่งที่คนนอกแต่งเพิ่มเติมขึ้นมา เอาง่ายๆ ใครเคยเล่นเกมเกี่ยวกับ backrooms ให้รู้ไว้เลยว่ามันมาจากคนนอกแต่งเสริมเพิ่มเติมขึ้นมาทั้งสิ้น ซึ่งส่วนตัวผมเคยเล่นด้วย บางด่านก็ไม่ยาก บางด่านก็ยากมาก เล่นจนเหนื่อยอ่ะ เหนื่อยจนท้อ
ต่อมา lore ของ kane parson ซึ่งเป็น lore ที่เราจะได้เห็นในหนัง คือ น้อง kane ได้ทำคลิปสั้นลง youtube โดยจุดเริ่มต้นของ backrooms, kane บอกว่ามันมาจากการทดลองลับของรัฐบาลสหรัฐที่ชื่อองค์กรว่า ASYNC ซึ่งเป็นสถาบันวิจัยทางวิทยาศาสตร์เอกชน นำโดย ivan beck เขาได้ทำการทดลองเกี่ยวกับการยิงเครื่องจักรประเภทนึงที่มีความสามารถในการยิงทะลุมิติได้ สาเหตุที่ทำก็เพราะ ตอนนี้โลกกำลังเผชิญปัญหากับวิกฤตการณ์ประชากรล้นโลก ทำให้ทั้งด้านตัวของรัฐบาลสหรัฐเลยการทดลองนี้ขึ้นมาเพื่อที่จะหาพื้นที่ใหม่ เพื่อให้ ประชากร ส่วนนึงได้เข้าไปใช้ชีวิตในนั้น ซึ่งการทดลองนี้ก็ถือว่าประสบความสำเร็จ และ เรียกพื้นที่ตรงนั้นว่า “the complex” แต่การทดลองก็ย่อมมีผลข้างเคียงตามมาเสมอ คือหลังจากที่รัฐบาลได้ทำการยิงเครื่องจักรเพื่อเปิดประตูมิติใหม่ มันเกิดสิ่งที่เรียกว่ารอยโหว่ หรือช่องโหว่ เกิดขึ้นตามจุดต่างๆของโลก ซึ่งมันเลยทำให้คนสามารถหลุดเข้าไปในนั้นได้ แล้วถ้าเข้าไปในนั้นก็จะอยู่ในมิติของ the complex เลยเกิดปรากฏการณ์การสาบสูญของคนจำนวนมาก
จริงๆ kane parson ยังมีคลิปไฟล์อีก ใน youtube ก็มีในช่อง kane pixels จะเป็นฟุตเทจคลิป VDO 22 คลิป ซึ่งเดี๋ยวผมมาทำกระทู้สรุปอีกที เพราะรายละเอียดมันเยอะมากแต่จะเป็นรายละเอียดที่เกี่ยวข้องกับ ความแปลกประหลาดของ the complex และปรากฏการณ์ที่คนธรรมดาสูญหาย
[[ สิ่งมีชีวิตหรือ entities ในมิติ backrooms ]]
อันนี้ก็แล้วแต่ lore อีก แต่หลักๆ ที่พบได้บ่อยเลยคือ ตัวที่เรียกว่า bacteria ซึ่งเป็นสิ่งมีชีวิตประหลาดที่เกิดจากการที่เจ้าหน้าที่ขององค์กรใน ASYNC ได้ไปติดเชื้อกับ bacteria ที่อยู่ในมิติ the complex ทำให้เกิดการกลายพันธุ์มาเป็นสิ่งมีชีวิตใหม่ที่เรียกว่า the bacteria ซึ่งไม่ต้องสืบครับมันทำร้ายคนแน่นอน ดังนั้นถ้าเจอให้วิ่งหนีให้เร็วที่สุด
ส่วนถ้าเป็นอีก lore หรือในเกมเราจะเห็นได้ว่ามันมีสิ่งมีชีวิตลึกลับหรือ entities เยอะมาก ถ้าให้พูดก็ไม่หมดหรอกครับมันเยอะมากจริงๆเอาเป็นว่าลองไปเล่นในเกมนะครับคนก็จะเจอมัน
[[ ความน่ากลัวของ backrooms #คหสต. ]]
เอาจริงสำหรับผม ผมมองว่าหนังแนวนี้น่าสนใจมาก สำหรับผม backrooms จากที่หาข้อมูลมา ความน่ากลัวของมันไม่ได้อยู่ที่สิ่งมีชีวิตที่อยู่ในนั้น แต่มันเกิดจากการที่เราต้องตั้งรับกับสถานการณ์แบบที่เราคาดการณ์ไม่ได้แบบไม่ทันตั้งตัว อีกทั้งยังต้องเผชิญหน้ากับความสิ้นหวัง ความวิตกกังวล หวาดระแวง จนอาจจะทำให้เป็นบ้าได้ในนั้น รวมถึงการเล่นกับ “ความไม่รู้ การเอาตัวรอด ความหวัง ความไร้เหตุผล“ นี้แหละคือสิ่งที่โคตรน่ากลัวใน backrooms ซึ่งตรงนี้หนังจะนำเสนอในสิ่งที่ผมได้กล่าวมาข้างต้นหรือเปล่าอันนี้ต้องรอชมในหนังดูนะครับ
[[ สรุป ]]
เอาเป็นว่าใครที่มีข้อมูลมากกว่านี้อยากจะลองมาแชร์ก็แชร์ได้เสมอจ้ะ เพราะว่าข้อมูลมันเยอะจริงๆ แต่เรามารอดูครับ backrooms เวอร์ชันหนังจะรอดมั้ย แต่ต่างชาติชอบนะ