[CR] บันทึกยามเช้าจากชายหาดเมืองปูซาน: วิ่ง 10k กับวิวสะพานควังอันแดกโย


เช้าวันที่ผมตื่นขึ้นมาที่หาดควังอัลลี (Gwangalli Beach) ปูซาน ด้วยความรู้สึกง่ายๆ ว่าอยากออกไปวิ่ง หลังจากได้กาแฟร้อนๆ เวลาแปดโมงเศษ ผมก็พร้อมใส่รองเท้าวิ่งออกจากห้อง ทันทีที่ก้าวพ้นมุมตึกหน้าโรงแรมริมหาด ลมเย็นของปลายฤดูหนาวก็พัดเข้าที่หน้า ผมหยุดเพราะความเย็น แต่สายตาถูกสะกดด้วยภาพตรงหน้า สะพานควังอันแดกโย (Gwangandaegyo Bridge) หรือสะพานเพชร ที่ทอดยาวโอบล้อมเส้นขอบฟ้าอยู่ไกลๆ 

ปกติแล้วผมหลงใหลในความงามของธรรมชาติที่ไม่ปรุงแต่ง ภูเขา ป่า ทะเลเกาะ แต่สะพานคอนกรีตและสายสลิงเหล็กยาวเกือบ 7.5 กิโลเมตรตรงหน้ากลับดูไม่ขัดตา มันทำหน้าที่จัดระเบียบเส้นขอบฟ้าและผืนน้ำได้อย่างดี กับแสงอาทิตย์เช้าที่อยู่กึ่งกลางสะพาน เมื่อบางสิ่งถูกสร้างขึ้นด้วยความตั้งใจและเพื่อคุณภาพชีวิตของผู้คน มันก็จะสามารถดูงดงามได้เช่นกัน 

ผมกดปุ่มสตาร์ทนาฬิกา ออกวิ่งก้าวแรกด้วยความเร็วเชื่องช้า สองกิโลเมตรแรกผ่านไปด้วยตัวเลข  Pace 7 ต้นๆ ร่างกายยังคงเย็นจากอากาศภายนอก การวิ่งช้าๆ โซนสอง มักจะทำให้จะมองเห็นในมุมที่ต่างออกไปเสมอ 



ผมวิ่งผ่านเข้าสู่สวนสาธารณะมินลักซูบยอน (Millak Waterfront Park) สวนริมน้ำแห่งแรกของเกาหลีใต้ที่สร้างจากการถมทะเล บันไดคอนกรีตหลากสีที่เต็มไปด้วยผู้คนยามค่ำคืน ดูนิ่งสงบในยามเช้า และเมื่อวิ่งมาจนสุดขอบสวน ผมก็เห็นปากแม่น้ำซูยอง (Suyeong River) โดยมีตึกสูงทรงใบเรือของ Centum City ยืนรออยู่ฝั่งตรงข้าม 


ผมวิ่งต่อสู่กิโลเมตรที่ 4 ด้วยความเร็วขยับขึ้นที่ Pace 6 กลางๆ  บนทางเดินไม้ริมแม่น้ำซูยอง ที่ถูกสร้างมาอย่างดี ทอดยาวเป็นเส้นตรง ฝั่งซ้ายขนาบด้วยตึก Lotte Castle Giant ส่วนฝั่งขวาข้ามผืนน้ำคือตึกระฟ้ากระจกสีฟ้าล้ำอนาคต The Sharp Centum Star บริเวณนี้ของเมืองปูซานมีการเปลี่ยนผ่านตัวเองจากฐานทัพเรือในอดีต สู่อุตสาหกรรม และกลายมาเป็นตึกทันสมัย กับวิวแนวต้นซากุระริมทางที่สลัดใบทิ้งจนเหลือแต่กิ่งก้านในฤดูกาลนี้ 



ถัดจากนั้น ผมก็วิ่งผ่านสะพานคนเดินซูยองกัง ฮิวแมนบริดจ์ (Suyeonggang Human Bridge) โครงสร้างเหล็กสีขาวรูปทรงโค้งคล้ายวาฬเพชฌฆาตกระโจนเหนือน้ำ สะพานความยาว 214 เมตรนี้เพิ่งเปิดใช้งานอย่างเป็นทางการ ภายใต้โครงการ "เมือง 15 นาที" (15-Minute City Initiative) ของเมืองปูซาน มันถูกสร้างขึ้นให้เป็นพื้นที่ปลอดรถยนต์โดยเฉพาะ ให้ใช้สำหรับคนเดิน คนวิ่ง จักรยาน และรถเข็น ได้เชื่อมต่อย่านที่อยู่อาศัยเข้ากับพื้นที่วัฒนธรรมอย่างเป็นระบบอย่างน่าอิจฉา 


ขากลับ ผมเริ่มเร่งความเร็วขึ้น ร่างกายเริ่มร้อน กับอากาศภายนอกที่เริ่มร้อนขึ้นเช่นกัน ในกิโลเมตรท้ายๆ ความเร็วแตะ Pace 6 จังหวะหายใจและหัวใจเต้นขยับขึ้นโซนสี่ ขณะที่ผมเหลือบไปดูฝูงนกน้ำและเป็ดป่ากลุ่มเล็กๆ ลอยตัวเอื่อยๆ บนโขดหินกลางแม่น้ำซูยอง ภาพของพวกมันท่ามกลางวงล้อมของตึกสูงระฟ้า ทำให้รู้สึกผ่อนคลายและเพลิดเพลินได้อย่างประหลาด 




เมื่อวิ่งต่อมาจนเข้าเขตลานปูน สตรีทอาร์ตขี้เล่นก็โผล่มาต้อนรับ ทั้งรูปปั้นฮัลค์สวมกางเกงสไมลีย์สีเหลืองสะดุดตา และเจ้าไมค์ วาโซว์สกี ที่ยืนเกาะห่วงยางส่งยิ้มให้ริมชายฝั่ง สร้างรอยยิ้มให้ผมในช่วงกิโลท้ายๆ ได้เป็นอย่างดี 




ผมวิ่งประคองจังหวะกลับมาถึงจุดเริ่มต้น ณ ชายหาดควังอัลลีในที่สุด ท้องฟ้าสายเปิดโล่ง หาดทรายทอดยาว นักท่องเที่ยวเริ่มพลุกพล่านแล้ว ผมกดหยุดเวลานาฬิกาได้ระยะ 10.04 กิโลเมตร พักยืนสูดลมหายใจมองเก้าอี้สีเหลืองที่ตั้งอยู่อย่างโดดเดี่ยวบนหาดทรายกว้างใหญ่ การวิ่งเช้านี้ดูสมบูรณ์แบบ ร่างกายและจิตใจผ่อนคลาย บรรยากาศช่วงเช้าริมทะเลที่เมืองปูซานมอบประสบการณ์สุดพิเศษ 





ผมนั่งพักบนเก้าอี้ริมหาด หยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาเปิดดูหน้าจอเพื่อเช็กข่าวสาร เหมือนอย่างปกติทุกเช้า... ในช่วงเวลานั้น กลางเดือนกุมภาพันธ์ 2569 
 

ข่าวผลการเลือกตั้งวันที่ 8 กุมภา ยังคงเหลืออยู่ในหน้า Feed โทรศัพท์ โดยส่วนใหญ่ในการเลือกตั้งทุกครั้งหลายๆ ปีก่อน ผมจะยอมรับกับผลเลือกตั้งเสมอ ไม่ว่ามันจะตรงใจผมหรือไม่ แต่นับตั้งแต่การ ฮั้วเลือก สว. ในปี 2567 บวกกับกระแส การจัดการเลือกตั้ง 2569 ที่ล้มเหลวในครั้งนี้ มันรบกวนใจผมอย่างแรง 

ขณะที่ผมมองสะพานที่ถูกสร้างอย่างสวยงามตรงหน้า แต่ในใจผมกลับเห็นสิ่งก่อสร้างของโครงการรัฐในบ้านเราถูกทิ้งร้าง ผุพังไร้มาตรฐาน ภาพน้ำท่วมขัง ฝนรั่ว ฝ้าถล่มในอาคารรัฐสภาหมื่นล้าน ที่ใหญ่และแพงที่สุดในโลก ภาพตึก สตง. ถล่ม ที่ทิ้งซากปูนข้ามปีที่เอาผิดใครไม่ได้ บนระบบตรวจสอบที่ถูกโครงสร้างอำนาจแบบ “งูกินหาง” ครอบงำองค์กรอิสระ ภาพการ ลงทุนซื้อตึก SKYY9 Center ด้วยเงินกองทุนประกันสังคมที่แพงกว่าราคาจริงเท่าตัว โดยไม่ได้สนใจเงินบำนาญชราภาพและสิทธิรักษาพยาบาลของประชาชนในอนาคต 

ผมจำบทวิเคราะห์ข่าวหนึ่งได้ ประเทศไทยได้กลายเป็น "คนป่วยแห่งเอเชีย" (Sick Man of Asia)  บาดแผล 20 ปี ที่ทำให้ติดอยู่ในกับดัก เราเติบโตช้ากว่าโลกมาตลอด ระบบข้าราชการและรัฐวิสาหกิจที่ไร้ประสิทธิภาพ ูระบบ "บุฟเฟต์คาบิเนต" (Buffet Cabinet) ที่นักการเมืองแบ่งโควตากระทรวงตาม ผลประโยชน์ แย่งชิงเม็ดเงินภาษีและเงินออมของประชาชนผันเข้าสู่เครือข่ายพวกพ้อง 

ความรู้สึกอบอุ่นจากการวิ่ง 10 กิโลเมตรในปูซาน จางลงไป กลายเป็นไร้ความรู้สึก ไอเย็นภายนอกกลายเป็นอาการชาๆ ภายในใจ  ความเป็นจริงทำลายความรื่นรมย์ลงในชั่วพริบตา 

ที่นี่... สะพานควังอันแดกโย ถูกออกแบบและสร้างอย่างสวยงาม สิ่งก่อสร้างทางวิศวกรรมที่มุ่งสู่อนาคตเพื่อประโยชน์ของประชาชนและประเทศ 

แต่อีกด้านหนึ่ง... บ้านเรายังคงหมุนวนอยู่ในลูปทวนเข็มนาฬิกา เป็นวงจรที่วนกลับสู่ความล้มเหลวเดิมๆ และขับเคลื่อนด้วยวัฒนธรรมการโกงกินบนโครงการลงทุนก่อสร้างขนาดใหญ่ 

ถ้าเกาหลีใต้มีคำเรียก "ปาฏิหาริย์แห่งแม่น้ำฮัน" (Miracle on the Han River) ซึ่งใช้อธิบายถึง การฟื้นตัวและการเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างก้าวกระโดดของประเทศ บ้านเราคงถูกเรียกว่า  "วิบากกรรมแห่งลุ่มน้ำเจ้าพระยา" (The Ordeal of the Chao Phraya River) 

ผมหย่อนมือถือกลับลงกระเป๋ากางเกง ลุกขึ้นเงยหน้ามองเส้นโค้งขอบฟ้าของปูซาน ลมทะเลยังคงพัดโชยเย็นสบาย ผมทิ้งเก้าอี้สีเหลืองบนหาดทรายให้ตั้งอยู่อย่างโดดเดี่ยว  
.
.
.
.
เหมือนเช่นเดิม 
 

ชื่อสินค้า:   หาดควังอัลลี ปูซาน (Gwangalli Beach, Busan)
คะแนน:     

CR - Consumer Review : กระทู้รีวิวนี้เป็นกระทู้ CR โดยที่เจ้าของกระทู้

  • - จ่ายเงินซื้อเอง หรือได้รับจากคนรู้จักที่ไม่ใช่เจ้าของสินค้า เช่น เพื่อนซื้อให้
  • - ไม่ได้รับค่าจ้างและผลประโยชน์ใดๆ
แก้ไขข้อความเมื่อ

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่