
อารมณ์ที่ 1 ชื่อว่า รูปารมณ์
รูปที่เป็นอารมณ์แก่จิต
รูปที่เป็นอารณ์แก่จิต เรียกว่า รูปารมณ์
องค์ธรรมของรูปารมณ์ คืออะไร
องค์ธรรมของรูปารมณ์ คือ
วรรณรูป
รูปารมณ์ คือ วรรณรูป
ก็คือขณะใด ที่สีวรรณรูป คือสีต่างๆเนาะ
ขณะใดที่สีต่างๆมาเป็นอารมณ์ของ จักขุวิญญาณ เขาก็ได้ชื่อว่า รูปารมณ์
อารมณ์ที่ 2 คือสัทธารมณ์
สัทธารมณ์ คือ เสียงต่าง ๆ
อารมณ์ที่ 2 คือสัทธารมณ์
สัทธารมณ์ คือ เสียงต่าง ๆ
องค์ธรรมของสัทธรรมคืออะไร
สัททะรูป
ขณะที่เสียงมาเป็นอารมณ์ให้กับโสตะวิญญาณ เป็นต้น
สัททะรูป นี่ก็เป็น สัทธารมณ์
แปลว่า สัททะที่เป็นอารมณ์แล้ว
อารมณ์ที่ 3 คันธารมณ์
คันธารมณ์ กลิ่นต่างๆ
องค์ธรรมคือคืออะไร
คันธรูป คือ สิ่งต่างๆ
ขณะที่คันธรูปมาเป็นอารมณ์ให้แก่จิต
คันธะรูปนั้นก็ได้ชื่อว่า คันธารมณ์
อารมณ์ที่ 4 เรียกว่า ระสารมณ์
รสารมณ์ คือรส ต่างๆ
องค์ธรรมของรสารมณ์ คืออะไร
ระสารูป
รสารูป คือ รสต่างๆ เปรี้ยวหวานเค็มเผ็ดขมฝาด
ขณะที่ รสารูป มาเป็นอารมณ์ให้แก่จิต ให้แก่วิญญาณ เขาก็ได้ชื่อว่าเป็น รสารมณ์
อารมณ์ที่ 5 โผฏฐัพพารมณ์
โผฏฐัพพารมณ์ อารมณ์ทางกาย
องค์ธรรมได้แก่
ได้แก่
ปัฐวี เตโช วาโย ค่ะ
ปัฐวี เตโช วาโย เป็นโผฏฐัพพารมณ์
แปลว่า อารมณ์ที่มากระทบทางกาย
งั้นขณะใดที่ ปัถวี เตโช หรือวาโย มาเป็นอารมณ์ให้แก่ กายะวิญญาณ
เขาก็ได้ชื่อว่าเป็น โผฏฐัพพารมณ์
โผฏฐัพพารมณ์ มี 3 รูป
เวลามากระทบกายะประสาทมาพร้อมกันหรือไม่พร้อมกัน
โผฏฐัพพารมณ์ มี 3
รูปปัฐวี เตโช วาโย
เวลามากระทบกายะประสาทมาพร้อมกันหรือไม่พร้อมกัน
พร้อมกัน
แล้วทำไมรู้ทีละอย่าง
รู้ที 3 อย่างเลยได้ มั้ย
รู้ได้ทีละอย่าง
ก็คืออารมณ์ไหน เด่นชัดกว่าก็รู้ก่อน
แล้วก็ไปรู้อารมณ์ที่เด่นรองลงมา
แล้วก็เด่นรองลงมา
แล้วก็มารู้อารมณ์ที่ชัดเจนกว่าอันนี้เป็นต้น
ส่วนธรรมารมณ์
ธรรมารมณ์ ความหมายคือ อะไร
คำจำกัดความ ธัมมารมณ์ คือ
อารมณ์ที่รู้ทางใจ
อารมณ์ที่รู้ได้เฉพาะทางใจ
ต้องบอกรู้ได้เฉพาะทางใจ
ก็คือเอาตาไปมอง ธรรมารมณ์ ไม่ได้
เอาหูไปฟัง ธรรมารมณ์ ก็ไม่ได้
เอาจมูกไปดม ธรรมารมณ์ ก็ไม่ได้
เอาลิ้มไปลิ้มรส ธรรมารมณ์ ก็ไม่ได้
เอา ปสาทกาย ไปสัมผัสกับ ธรรมารมณ์ ก็ไม่ได้
ครับงั้น ธรรมารมณ์ก็ เลยเป็นอารมณ์ที่รู้ได้เฉพาะทางใจ
องค์ธรรมของธรรมารมณ์ ได้แก่อะไร
องค์ธรรม ธรรมารมณ์
จิต 89 เจตสิก 52
ประสาทรูป 5
สุขุมรูป 16
นิพพาน บัญญัติ

นาม 2 อย่างรูป 2 อย่าง นิพพาน บัญญัติ
นาม 2 อย่างคือ จิต 89 เจตสิก 52
เรารู้ใจคน เรารู้ด้วยทางใจ
เอาตาไปมองใจเขาไม่ได้
ปสาทรูป เป็น ความใสตามองไม่เห็น มือสัมผัสไม่ได้ ก็รู้ได้ทางใจ
สุขุมรูป
รูปละเอียดตั้งแต่ภาวะรูป 2 ลงไปถึงลักขณะรูป 4
เป็นสุขุมรูป
เป็นอารมณ์ที่ละเอียด 16 รูป
ตั้งแต่ตั้งแต่ภาวะรูป 2 ไปถึง ลักขณรูป 4
บวกกับอาโปอีก 1
ก็เรียกว่า สุขุม รูป 16 เป็นรูปละเอียดรู้ได้เฉพะทางใจ

แล้วก็นิพพาน บัญญัติก็เป็น ธรรมารมณ์
รู้ได้เฉพาะทางใจแค่นั้นเอง
อันนี้ก็คือลักษณะ ของ ธัมมารมณ์
---
เครดิตจาก
(01) 7 ม.ค.68 ปริจเฉทที่ 4 วิถีจิต โดย อจ.เทพฤทธิ์ สาธิตการมณี
https://pantip.com/topic/44111480/comment19
---
----
ความคิดเห็นของผมที่ตั้งกระทู้นี้ขึ้น เพื่อทบทวนว่า อารัมมณฉักกะ ตามศัพท์นั้น พอเข้าใจความหมายของศัพท์แบบแจกแจงเมื่อได้รับการฟังธรรมจากท่านอาจารย์หรือพระอาจารย์ ก็จะเข้าใจได้กว้างขวางดีกว่าเก่า เช่น ทำไม อาโป ถึงสัมผัสไม่ได้ คนทั่วไปจะบอกว่า บ้าเหรอทำไมน้ำจะสัมผัสไม่ได้ แต่ในทางพระธรรม นั้น อาโปเป็นสุขุมรูป สัมผัสได้ทางใจ เท่านั้นครับ เป็นต้น
กราบขอบพระคุณอาจารย์ พระอาจารย์ ด้วยความเคารพ ที่ได้อธิบายความรู้อย่างละเอียด ทำให้เข้าใจพระธรรมที่ยาก ได้อย่างถูกต้องและดี ครับ
อนุโมทนา สาธุ ครับ
อารัมมณฉักกะ -- ธรรม 6 หมวด -- เรื่อง อารมณ์ -- อารมณ์มี 6 อย่าง
อารมณ์ที่ 1 ชื่อว่า รูปารมณ์
รูปที่เป็นอารมณ์แก่จิต
รูปที่เป็นอารณ์แก่จิต เรียกว่า รูปารมณ์
องค์ธรรมของรูปารมณ์ คืออะไร
องค์ธรรมของรูปารมณ์ คือ
วรรณรูป
รูปารมณ์ คือ วรรณรูป
ก็คือขณะใด ที่สีวรรณรูป คือสีต่างๆเนาะ
ขณะใดที่สีต่างๆมาเป็นอารมณ์ของ จักขุวิญญาณ เขาก็ได้ชื่อว่า รูปารมณ์
อารมณ์ที่ 2 คือสัทธารมณ์
สัทธารมณ์ คือ เสียงต่าง ๆ
อารมณ์ที่ 2 คือสัทธารมณ์
สัทธารมณ์ คือ เสียงต่าง ๆ
องค์ธรรมของสัทธรรมคืออะไร
สัททะรูป
ขณะที่เสียงมาเป็นอารมณ์ให้กับโสตะวิญญาณ เป็นต้น
สัททะรูป นี่ก็เป็น สัทธารมณ์
แปลว่า สัททะที่เป็นอารมณ์แล้ว
อารมณ์ที่ 3 คันธารมณ์
คันธารมณ์ กลิ่นต่างๆ
องค์ธรรมคือคืออะไร
คันธรูป คือ สิ่งต่างๆ
ขณะที่คันธรูปมาเป็นอารมณ์ให้แก่จิต
คันธะรูปนั้นก็ได้ชื่อว่า คันธารมณ์
อารมณ์ที่ 4 เรียกว่า ระสารมณ์
รสารมณ์ คือรส ต่างๆ
องค์ธรรมของรสารมณ์ คืออะไร
ระสารูป
รสารูป คือ รสต่างๆ เปรี้ยวหวานเค็มเผ็ดขมฝาด
ขณะที่ รสารูป มาเป็นอารมณ์ให้แก่จิต ให้แก่วิญญาณ เขาก็ได้ชื่อว่าเป็น รสารมณ์
อารมณ์ที่ 5 โผฏฐัพพารมณ์
โผฏฐัพพารมณ์ อารมณ์ทางกาย
องค์ธรรมได้แก่
ได้แก่
ปัฐวี เตโช วาโย ค่ะ
ปัฐวี เตโช วาโย เป็นโผฏฐัพพารมณ์
แปลว่า อารมณ์ที่มากระทบทางกาย
งั้นขณะใดที่ ปัถวี เตโช หรือวาโย มาเป็นอารมณ์ให้แก่ กายะวิญญาณ
เขาก็ได้ชื่อว่าเป็น โผฏฐัพพารมณ์
โผฏฐัพพารมณ์ มี 3 รูป
เวลามากระทบกายะประสาทมาพร้อมกันหรือไม่พร้อมกัน
โผฏฐัพพารมณ์ มี 3
รูปปัฐวี เตโช วาโย
เวลามากระทบกายะประสาทมาพร้อมกันหรือไม่พร้อมกัน
พร้อมกัน
แล้วทำไมรู้ทีละอย่าง
รู้ที 3 อย่างเลยได้ มั้ย
รู้ได้ทีละอย่าง
ก็คืออารมณ์ไหน เด่นชัดกว่าก็รู้ก่อน
แล้วก็ไปรู้อารมณ์ที่เด่นรองลงมา
แล้วก็เด่นรองลงมา
แล้วก็มารู้อารมณ์ที่ชัดเจนกว่าอันนี้เป็นต้น
ส่วนธรรมารมณ์
ธรรมารมณ์ ความหมายคือ อะไร
คำจำกัดความ ธัมมารมณ์ คือ
อารมณ์ที่รู้ทางใจ
อารมณ์ที่รู้ได้เฉพาะทางใจ
ต้องบอกรู้ได้เฉพาะทางใจ
ก็คือเอาตาไปมอง ธรรมารมณ์ ไม่ได้
เอาหูไปฟัง ธรรมารมณ์ ก็ไม่ได้
เอาจมูกไปดม ธรรมารมณ์ ก็ไม่ได้
เอาลิ้มไปลิ้มรส ธรรมารมณ์ ก็ไม่ได้
เอา ปสาทกาย ไปสัมผัสกับ ธรรมารมณ์ ก็ไม่ได้
ครับงั้น ธรรมารมณ์ก็ เลยเป็นอารมณ์ที่รู้ได้เฉพาะทางใจ
องค์ธรรมของธรรมารมณ์ ได้แก่อะไร
องค์ธรรม ธรรมารมณ์
จิต 89 เจตสิก 52
ประสาทรูป 5
สุขุมรูป 16
นิพพาน บัญญัติ
นาม 2 อย่างรูป 2 อย่าง นิพพาน บัญญัติ
นาม 2 อย่างคือ จิต 89 เจตสิก 52
เรารู้ใจคน เรารู้ด้วยทางใจ
เอาตาไปมองใจเขาไม่ได้
ปสาทรูป เป็น ความใสตามองไม่เห็น มือสัมผัสไม่ได้ ก็รู้ได้ทางใจ
สุขุมรูป
รูปละเอียดตั้งแต่ภาวะรูป 2 ลงไปถึงลักขณะรูป 4
เป็นสุขุมรูป
เป็นอารมณ์ที่ละเอียด 16 รูป
ตั้งแต่ตั้งแต่ภาวะรูป 2 ไปถึง ลักขณรูป 4
บวกกับอาโปอีก 1
ก็เรียกว่า สุขุม รูป 16 เป็นรูปละเอียดรู้ได้เฉพะทางใจ
แล้วก็นิพพาน บัญญัติก็เป็น ธรรมารมณ์
รู้ได้เฉพาะทางใจแค่นั้นเอง
อันนี้ก็คือลักษณะ ของ ธัมมารมณ์
---
เครดิตจาก