เด็กหญิงคนหนึ่งจากบุรีรัมย์ อายุ 14 บินไปเกาหลีคนเดียวสอบเข้าค่ายเพลง ในรอบที่มีคนสมัครหลายพันคนทั่วไทย

เด็กหญิงคนหนึ่งจากบุรีรัมย์ อายุ 14 บินไปเกาหลีคนเดียวสอบเข้าค่ายเพลง ในรอบที่มีคนสมัครหลายพันคนทั่วไทย เธอเป็นคนเดียวที่ผ่าน

สิบเอ็ดปีต่อมา เด็กคนเดียวกันนี้กลายเป็นคนไทยที่ทำเงินจากวงการบันเทิงมากที่สุดในประวัติศาสตร์ มีบริษัทของตัวเอง มีบ้านที่ Beverly Hills เป็นแบรนด์แอมบาสเดอร์ของ Celine, Bvlgari, Louis Vuitton และเป็นคนไทยคนแรกที่ได้ขึ้นเวที Academy Awards

วันนี้แอดจะพาเพื่อนๆไปแกะธุรกิจของ "Lisa Lalisa Manobal" หรือลิซ่า BLACKPINK ของเรา ว่าเงินที่เธอหาได้เอาไปลงทุนอะไรบ้าง และเรียนรู้อะไรได้บ้างจากเส้นทางของเด็กไทยคนนี้

=ทำความรู้จัก Lisa อีกครั้ง=

  (1) Lalisa Manobal ชื่อจริงเดิม "ปราณปริยา มโนบาล" เกิด 27 มีนาคม 1997 ที่บุรีรัมย์ ปีนี้อายุ 29 ปี
  (2) เปลี่ยนชื่อเป็น Lalisa ตามคำแนะนำของหมอดูตอนเด็ก แปลว่า "ผู้ได้รับการยกย่อง" และพิสูจน์แล้วว่าหมอดูทำงานคุ้มค่าตัวจริง
  (3) แม่เป็นเชฟคนไทย พ่อเลี้ยงเป็นเชฟชาวสวิสชื่อ Marco Brüschweiler ที่ทำงานในโรงแรมระดับโลก ทำให้ Lisa โตมากับวัฒนธรรมหลากหลายตั้งแต่เด็ก
  (4) เริ่มเต้นตั้งแต่ 4 ขวบ อายุ 14 บินไปสอบเข้า YG Entertainment เป็นคนเดียวที่ผ่านในรอบไทย แล้วเข้าฝึกที่โซลคนเดียว ใช้เวลา 6 ปีก่อนเดบิวต์ ใครที่เคยเห็นรายการเรียลลิตี้ฝึกเด็กของ YG จะรู้ว่าโหดแค่ไหน หลายคนต้องเลิกกลางคัน Lisa ผ่านมาได้
  (5) Forbes และแหล่งข้อมูลทรัพย์สินดารา ประเมินทรัพย์สินสุทธิปี 2026 ที่ประมาณ 40 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือราว 1,400 ล้านบาท เป็นสมาชิก BLACKPINK ที่รวยที่สุด

=จุดเปลี่ยนชีวิต การเลิกสัญญากับ YG=

ปี 2023 BLACKPINK ครบสัญญากับ YG Entertainment สมาชิกแต่ละคนต้องเลือกว่าจะต่อสัญญาในส่วนงานเดี่ยวหรือไม่ ทั้ง 4 คนตัดสินใจไม่ต่อ และเลือกแยกย้ายไปทำบริษัทของตัวเอง

นี่คือจุดที่ Lisa เปลี่ยนเกม ปี 2024 เธอก่อตั้งบริษัทของตัวเองชื่อ "LLOUD CO." และเซ็นสัญญา partnership กับ RCA Records แทนการเป็นศิลปินภายใต้ค่าย โดยมีเงื่อนไขสำคัญคือ Lisa เป็นเจ้าของลิขสิทธิ์เพลงทั้งหมด 100% ทุกครั้งที่มีคนเปิดเพลง "Rockstar" หรือ "New Woman" ในอนาคต Lisa รับเข้ากระเป๋าเอง ไม่ใช่ค่าย

นี่คือบทเรียนเดียวกับที่ Taylor Swift เพิ่งทำในอเมริกา และเป็นการตัดสินใจที่จะส่งผลกับกระเป๋าเงินของ Lisa ในอีก 30-40 ปีข้างหน้า

=ส่องพอร์ตและทรัพย์สินของน้องลิซ่า=

  (1) LLOUD CO. บริษัทของตัวเอง เป็นทั้งค่ายเพลงและบริษัทบริหารจัดการศิลปิน Lisa เป็น CEO และผู้ก่อตั้ง สินทรัพย์สำคัญสุดในพอร์ตเพราะถือลิขสิทธิ์เพลงทั้งหมด
  (2) ลิขสิทธิ์เพลงและรายได้จาก streaming เพลง "Money" เป็นเพลงเดี่ยวของศิลปิน K-pop เพลงแรกที่ทำยอด Spotify ทะลุ 1,000 ล้านสตรีม สร้างรายได้ Passive Income เข้าทุกเดือน
  (3) ดีลแบรนด์หรูระดับโลก ค่าตัวรวมต่อปีหลายร้อยล้านบาท ทั้งหมดอยู่ในเครือ LVMH เป็นหลัก คือ Celine (Global Ambassador), Louis Vuitton, Bvlgari, MAC Cosmetics, Chivas Regal, Adidas, ล่าสุดมกราคม 2026 ก็เป็น House Ambassador ของ Nike เพิ่ม
  (4) อสังหาริมทรัพย์ มีบ้านที่ Beverly Hills ในลอสแอนเจลิส มูลค่าราว 3.95 ล้านเหรียญ ที่ซื้อตั้งแต่ปี 2024 มีบ้านในย่าน Seongbuk-dong ในโซล ซึ่งเป็นย่านคนรวยระดับท็อปของเกาหลี ราคาบ้านในย่านนี้หลายสิบล้านเหรียญ และมีอสังหาในไทยอีกหลายแห่ง
  (5) รายได้จากการแสดง เริ่มขายของจริงปี 2025 แสดงใน HBO White Lotus Season 3 ที่ถ่ายในไทย ค่าตัวต่อตอนของ HBO ระดับท็อปอยู่ที่ 6-7 หลักดอลลาร์
  (6) Lalisa Comics ธุรกิจ comic ของตัวเองที่ร่วมกับ Zero Zero Entertainment
  (7) รถ Ferrari 812 GTS รุ่นพิเศษ Mansory Stallone, นาฬิกา Audemars Piguet, กระเป๋า Hermès Kelly และคอลเลกชันแฟชั่นระดับ Haute Couture

=สิ่งที่หายไปจากพอร์ต Lisa=

  (1) ยังไม่มีรายงานเปิดเผยเรื่องการลงทุนใน Bitcoin หรือ Crypto
  (2) ยังไม่มีข่าวว่าถือหุ้นบริษัทเทคใหญ่ๆแบบ Apple Microsoft Nvidia
  (3) ทรัพย์สินส่วนใหญ่อยู่ใน "ตัวเอง" คือลิขสิทธิ์เพลง ความสามารถส่วนตัว และอสังหา ไม่ได้กระจายไปในตลาดทุน

=บทเรียนการลงทุนจากเด็กไทยคนนี้=

  (1) ลงทุนในตัวเองก่อนเสมอ Lisa ใช้เวลา 6 ปีฝึกที่ YG โดยไม่ได้เงินเลย เพราะเธอเชื่อว่าทักษะคือสินทรัพย์ที่งอกเงยได้มากที่สุด นักลงทุนหลายคนลืมข้อนี้ ทักษะที่เก่งกว่าคนอื่นในงานที่ทำคือ "เงินต้น" ที่ดีที่สุด
  (2) เป็นเจ้าของของบางอย่าง ไม่ใช่ลูกจ้าง การเปลี่ยนจากศิลปินภายใต้ค่ายเป็นเจ้าของค่ายและลิขสิทธิ์เพลงของตัวเอง เป็นการตัดสินใจที่ทำให้รายได้ทั้งหมดในอนาคตเข้ากระเป๋าตัวเอง บทเรียนนี้ใช้กับนักลงทุนได้ การถือหุ้นในระยะยาวคือ "การเป็นเจ้าของบริษัท" ดีกว่าทำงานให้บริษัทคนอื่นแล้วรับเงินเดือนอย่างเดียว
  (3) Diversify รายได้ ไม่พึ่งทางเดียว Lisa มีรายได้จากเพลง การแสดง แบรนด์ บริษัทตัวเอง อสังหา หลายทาง การกระจายแหล่งรายได้ลดความเสี่ยงเมื่อทางใดทางหนึ่งซบเซา นักลงทุนทั่วไปก็ทำได้ผ่านการมีหลายช่องทางรายได้ ไม่พึ่งแค่เงินเดือนเดียว
  (4) อดทนกับการ Compound ทักษะ 6 ปีของการฝึกที่เกาหลีก่อนจะเดบิวต์ คือการลงทุนเวลาที่หลายคนอาจยอมแพ้ก่อน บทเรียนสำหรับนักลงทุนคือ ผลตอบแทนที่ดีต้องใช้เวลา การ DCA หุ้นเทคในตลาดอเมริกาก็ใช้หลักการเดียวกัน เริ่มเล็กๆแล้วทำสม่ำเสมอ
  (5) เลือกเครื่องมือที่ขยายผลได้ Lisa เลือกเซ็นกับ RCA Records ในอเมริกาเพื่อขยายตลาดออกจากเกาหลีและไทย เลือกแบรนด์ระดับโลกอย่าง Celine, Louis Vuitton แทนแบรนด์ในประเทศที่จ่ายสูงกว่าระยะสั้น แต่ขยาย Brand Power ระยะยาวได้กว่ามาก

=หมายเหตุสำหรับนักลงทุนไทย=

ถ้าอยากซื้อหุ้นบริษัทแม่ของแบรนด์ที่ Lisa เป็นแอมบาสเดอร์ ส่วนใหญ่จดทะเบียนในฝรั่งเศส เช่น LVMH (เจ้าของ Celine, Louis Vuitton, Bvlgari, Dior) ซื้อในยุโรปได้ ส่วน Nike (NKE) ที่ Lisa เพิ่งเซ็นเป็น House Ambassador จดทะเบียนในตลาดอเมริกา ถ้าซื้อผ่านแอปอย่าง DIME, WEBULL หรือโบรกในไทย จะโดน withholding tax 15% หักจากปันผลทุกครั้ง (ถ้ายื่นแบบฟอร์ม W-8BEN แล้ว ซึ่งแอปดังๆมักยื่นให้อัตโนมัติ) Nike จ่ายปันผลปกติทุกไตรมาส LVMH จ่ายปันผลปีละครั้งและขึ้นกับกฎหมายภาษีฝรั่งเศส

=ปิดท้ายด้วยคำพูดของน้องลิซ่าที่แอดชอบที่สุด=

"It is up to you to choose your own destiny ในชีวิตเราเลือกเองได้ ว่าจะให้มันเป็นยังไง" และอีกอันที่เธอเคยให้สัมภาษณ์กับ Billboard ตอนเดบิวต์อัลบั้มเดี่ยว "ตอนนี้มันมีความยืดหยุ่นมากขึ้น เราไม่ใช่มือใหม่แล้ว ฉันรู้สึกว่าฉันแค่ทำในสิ่งที่ฉันอยากทำ ตราบใดที่มันไม่ทำร้ายความรู้สึกใคร"

เรื่องราวของเด็กบุรีรัมย์อายุ 14 ที่บินไปเกาหลีคนเดียวจนกลายเป็นเจ้าของบริษัทของตัวเอง บอกเราว่าจุดเริ่มต้นไม่สำคัญเท่ากับการตัดสินใจในระหว่างทาง และทุกการลงทุนที่ดี เริ่มจากการลงทุนในตัวเองก่อนเสมอ

ปล 1 นี่ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน แอดแค่อยากชวนเพื่อนๆมาเรียนรู้แนวคิดและเส้นทางของคนไทยที่ประสบความสำเร็จระดับโลก แล้วนำมาประยุกต์ใช้ในแบบของเรา การลงทุนทุกอย่างมีความเสี่ยง ก่อนตัดสินใจอย่าลืมศึกษาให้ดีและประเมินตัวเองก่อน

ปล 2 ข้อมูลตัวเลขทรัพย์สิน รายได้ และมูลค่าธุรกิจของ Lisa รวบรวมจากแหล่งข่าวสาธารณะอย่าง Celebrity Net Worth, Forbes, Billboard และสื่ออื่นๆ ตัวเลขเป็นการประเมิน อาจไม่ได้อัพเดทล่าสุดหรือมีคลาดเคลื่อน หากผิดพลาดประการใด แอดต้องขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วย

ใครอยากให้แอดเปิดเรื่องคนไทยคนไหนต่อ หรืออยากให้เปรียบเทียบ Lisa กับศิลปินระดับโลกคนอื่นๆ เช่น Taylor Swift หรือสมาชิก BLACKPINK คนอื่น ทิ้งชื่อไว้ในคอมเมนต์ได้เลย แอดจะรวบรวมไปทำให้

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่