สไนเปอร์อิสราเอล ซุ่มยิงรถครอบครัวเด็กทารก แซม ฟาฮ์ด อาบู ไฮกาล วัย 7 เดือน ตายคาที่
เป็นกระสุนสังหารมาตรฐานที่ใช้ร่วมกับปืนไรเฟิลจู่โจมประจำการของกองทัพ (เช่น ตระกูล M4 หรือ Tavor) ความเร็วของกระสุนและการคำนวณเวลาที่กระสุนเดินทางและเจาะทะลุเป้าหมายตามหลักฟิสิกส์และขีปนาวุธศาสตร์ (Ballistics) ของปืนไรเฟิลจู่โจมมาตรฐาน (เช่น M4 หรือ Tavor) ที่ใช้กระสุนขนาด 5.56×45mm NATO มีรายละเอียดดังนี้
กระสุนที่ออกจากปากกระบอกปืนมีความเร็วประมาณ 880 ถึง 910 เมตรต่อวินาที ความเร็วนี้คิดเป็นประมาณ 3,168 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ซึ่งเร็วกว่าความเร็วเสียงในอากาศประมาณ 2.6 เท่า
เนื่องจากเหตุการณ์เกิดขึ้นในระยะสายตาจากด่านตรวจ (สมมติฐานระยะห่างทางยุทธวิธีทั่วไปในเขตเมืองอยู่ที่ประมาณ 100 ถึง 200 เมตร) เวลาที่กระสุนใช้เดินทางมีดังนี้
ที่ระยะ 100 เมตร: กระสุนใช้เวลาเดินทางเพียง 0.11 วินาที
ที่ระยะ 200 เมตร: กระสุนใช้เวลาเดินทางเพียง 0.24 วินาที
หมายเหตุ: การกระพริบตาหนึ่งครั้งของมนุษย์ใช้เวลาประมาณ 0.3 ถึง 0.4 วินาที แปลว่ากระสุนเดินทางถึงเป้าหมายเร็วกว่าการกระพริบตา
ในการเจาะทะลุเป้าหมาย เมื่อหัวกระสุนพุ่งกระทบกระจกรถยนต์และผ่านเข้าสู่ร่างกายมนุษย์ ความเร็วจะลดลงเล็กน้อยจากแรงต้าน แต่ด้วยมวลและความเร็วที่สูงมาก เวลาที่ใช้ในการเจาะทะลุผ่านเนื้อเยื่อและศีรษะ (สมมติความหนาแน่นและระยะทางประมาณ 10-15 เซนติเมตร) จะเกิดขึ้นในเวลาเพียง 0.0001 ถึง 0.0002 วินาที (หรือประมาณ 0.1 ถึง 0.2 มิลลิวินาที) ในทางขีปนาวุธศาสตร์การแพทย์ เหตุการณ์ทั้งหมดตั้งแต่เสียงปืนดังขึ้นจนถึงการกระทบและเจาะทะลุเป้าหมายจึงเกิดขึ้นแทบจะพร้อมกันในเศษเสี้ยวของวินาที โดยที่เหยื่อหรือผู้ถูกยิงจะไม่สามารถหลบหลีกหรือรู้ตัวได้ทันล่วงหน้า หัวกระสุนพุ่งทะลุกระจกรถยนต์ เจาะเข้าที่บริเวณแก้มและขากรรไกรของมารดาก่อนจะพุ่งเข้าสู่ศีรษะและขากรรไกรของทารกน้อย แซม ฟาฮ์ด อาบู ไฮกาล ที่นั่งอยู่เบาะหลัง
รายงานจากสำนักข่าว WAFA ยืนยันว่า ทารกน้อยวัย 7 เดือนถูกยิงเข้าที่ บริเวณขากรรไกร (Jaw) ก่อนที่วิถีกระสุนจะพุ่งทะลุเข้าสู่ ส่วนศีรษะ (Head) สิ้นใจในที่เกิดเหตุทันทีเนื่องจากอวัยวะสำคัญและระบบประสาทส่วนกลางถูกทำลายอย่างรุนแรง
รายงานระบุว่าเป็นการลั่นไก จำนวน 1 นัด โดยกระสุนนัดเดียวนี้ได้สร้างความสูญเสียและบาดเจ็บให้แก่คนในครอบครัวถึง 3 คนในคราวเดียว (พุ่งผ่านแม่ ไปโดนลูกน้อยจนเสียชีวิต และสะเก็ดหรือวิถีกระสุนสร้างความบาดเจ็บที่มือของผู้เป็นพ่อ)
กองทัพอิสราเอล (IDF) ได้ออกแถลงการณ์สารภาพว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็น "ความผิดพลาด" และยอมรับว่าเหยื่อทั้งหมดเป็น "พลเรือนที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ"
คุณยายของเด็กให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าว Reuters ว่า เมื่อรถยนต์ขับมาเห็นยานพาหนะและกำลังพลของกองทัพอิสราเอลในระยะไกล ทางครอบครัวจึงได้จอดรถหยุดนิ่งทันที ทว่าทหารกลับเปิดฉากยิงใส่ ซึ่งตอนแรกพวกเขานึกว่าเป็นเพียงการยิงขู่เตือนเท่านั้น
ทางกองทัพออกแถลงการณ์สารภาพว่า ในช่วงปฏิบัติการทางทหาร ทหารในพื้นที่รู้สึกว่ามีรถยนต์คันหนึ่งพยายามเร่งความเร็วพุ่งตรงมาหา จึงได้ยิงสกัดไปหนึ่งนัด อย่างไรก็ตาม ผลการสอบสวนเบื้องต้นของกองทัพยอมรับว่า ผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตทั้งหมดเป็น "พลเรือนที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง"
พื้นที่เกิดเหตุคือ Tel Rumeida ในเมืองเฮบรอน ถือเป็นจุดยุทธศาสตร์ที่ตึงเครียดสูงมากในเวสต์แบงก์ เนื่องจากมีกลุ่มผู้ตั้งถิ่นฐานชาวยิว (Israeli settlers) อาศัยอยู่ปะปนกับชาวปาเลสไตน์ภายใต้การคุ้มกันอย่างเข้มงวดของกองกำลังติดอาวุธ
คลิป
https://x.com/RamAbdu/status/2063154472801497205/video/1
ทีมสไนเปอร์อิสราเอล ทำงานยังไง 😳
เป็นกระสุนสังหารมาตรฐานที่ใช้ร่วมกับปืนไรเฟิลจู่โจมประจำการของกองทัพ (เช่น ตระกูล M4 หรือ Tavor) ความเร็วของกระสุนและการคำนวณเวลาที่กระสุนเดินทางและเจาะทะลุเป้าหมายตามหลักฟิสิกส์และขีปนาวุธศาสตร์ (Ballistics) ของปืนไรเฟิลจู่โจมมาตรฐาน (เช่น M4 หรือ Tavor) ที่ใช้กระสุนขนาด 5.56×45mm NATO มีรายละเอียดดังนี้
กระสุนที่ออกจากปากกระบอกปืนมีความเร็วประมาณ 880 ถึง 910 เมตรต่อวินาที ความเร็วนี้คิดเป็นประมาณ 3,168 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ซึ่งเร็วกว่าความเร็วเสียงในอากาศประมาณ 2.6 เท่า
เนื่องจากเหตุการณ์เกิดขึ้นในระยะสายตาจากด่านตรวจ (สมมติฐานระยะห่างทางยุทธวิธีทั่วไปในเขตเมืองอยู่ที่ประมาณ 100 ถึง 200 เมตร) เวลาที่กระสุนใช้เดินทางมีดังนี้
ที่ระยะ 100 เมตร: กระสุนใช้เวลาเดินทางเพียง 0.11 วินาที
ที่ระยะ 200 เมตร: กระสุนใช้เวลาเดินทางเพียง 0.24 วินาที
หมายเหตุ: การกระพริบตาหนึ่งครั้งของมนุษย์ใช้เวลาประมาณ 0.3 ถึง 0.4 วินาที แปลว่ากระสุนเดินทางถึงเป้าหมายเร็วกว่าการกระพริบตา
ในการเจาะทะลุเป้าหมาย เมื่อหัวกระสุนพุ่งกระทบกระจกรถยนต์และผ่านเข้าสู่ร่างกายมนุษย์ ความเร็วจะลดลงเล็กน้อยจากแรงต้าน แต่ด้วยมวลและความเร็วที่สูงมาก เวลาที่ใช้ในการเจาะทะลุผ่านเนื้อเยื่อและศีรษะ (สมมติความหนาแน่นและระยะทางประมาณ 10-15 เซนติเมตร) จะเกิดขึ้นในเวลาเพียง 0.0001 ถึง 0.0002 วินาที (หรือประมาณ 0.1 ถึง 0.2 มิลลิวินาที) ในทางขีปนาวุธศาสตร์การแพทย์ เหตุการณ์ทั้งหมดตั้งแต่เสียงปืนดังขึ้นจนถึงการกระทบและเจาะทะลุเป้าหมายจึงเกิดขึ้นแทบจะพร้อมกันในเศษเสี้ยวของวินาที โดยที่เหยื่อหรือผู้ถูกยิงจะไม่สามารถหลบหลีกหรือรู้ตัวได้ทันล่วงหน้า หัวกระสุนพุ่งทะลุกระจกรถยนต์ เจาะเข้าที่บริเวณแก้มและขากรรไกรของมารดาก่อนจะพุ่งเข้าสู่ศีรษะและขากรรไกรของทารกน้อย แซม ฟาฮ์ด อาบู ไฮกาล ที่นั่งอยู่เบาะหลัง
รายงานจากสำนักข่าว WAFA ยืนยันว่า ทารกน้อยวัย 7 เดือนถูกยิงเข้าที่ บริเวณขากรรไกร (Jaw) ก่อนที่วิถีกระสุนจะพุ่งทะลุเข้าสู่ ส่วนศีรษะ (Head) สิ้นใจในที่เกิดเหตุทันทีเนื่องจากอวัยวะสำคัญและระบบประสาทส่วนกลางถูกทำลายอย่างรุนแรง
รายงานระบุว่าเป็นการลั่นไก จำนวน 1 นัด โดยกระสุนนัดเดียวนี้ได้สร้างความสูญเสียและบาดเจ็บให้แก่คนในครอบครัวถึง 3 คนในคราวเดียว (พุ่งผ่านแม่ ไปโดนลูกน้อยจนเสียชีวิต และสะเก็ดหรือวิถีกระสุนสร้างความบาดเจ็บที่มือของผู้เป็นพ่อ)
กองทัพอิสราเอล (IDF) ได้ออกแถลงการณ์สารภาพว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็น "ความผิดพลาด" และยอมรับว่าเหยื่อทั้งหมดเป็น "พลเรือนที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ"
คุณยายของเด็กให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าว Reuters ว่า เมื่อรถยนต์ขับมาเห็นยานพาหนะและกำลังพลของกองทัพอิสราเอลในระยะไกล ทางครอบครัวจึงได้จอดรถหยุดนิ่งทันที ทว่าทหารกลับเปิดฉากยิงใส่ ซึ่งตอนแรกพวกเขานึกว่าเป็นเพียงการยิงขู่เตือนเท่านั้น
ทางกองทัพออกแถลงการณ์สารภาพว่า ในช่วงปฏิบัติการทางทหาร ทหารในพื้นที่รู้สึกว่ามีรถยนต์คันหนึ่งพยายามเร่งความเร็วพุ่งตรงมาหา จึงได้ยิงสกัดไปหนึ่งนัด อย่างไรก็ตาม ผลการสอบสวนเบื้องต้นของกองทัพยอมรับว่า ผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตทั้งหมดเป็น "พลเรือนที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง"
พื้นที่เกิดเหตุคือ Tel Rumeida ในเมืองเฮบรอน ถือเป็นจุดยุทธศาสตร์ที่ตึงเครียดสูงมากในเวสต์แบงก์ เนื่องจากมีกลุ่มผู้ตั้งถิ่นฐานชาวยิว (Israeli settlers) อาศัยอยู่ปะปนกับชาวปาเลสไตน์ภายใต้การคุ้มกันอย่างเข้มงวดของกองกำลังติดอาวุธ
คลิป
https://x.com/RamAbdu/status/2063154472801497205/video/1