🤍🤍🤍 นิทานเซน: ในดินแดนแห่งความฝัน 🤍🤍🤍




          ณ โรงเรียนเล็ก ๆ หลังหนึ่งในชนบทของญี่ปุ่น เมื่อแดดเริ่มแรงในยามบ่าย เด็กนักเรียนจะค่อย ๆ เงียบเสียงลง บางคนพับกระดาษ บางคนจ้องกระรอกบนต้นไม้ แต่มีบางอย่างที่เกิดขึ้นเป็นประจำจนทุกคนคุ้นตา

          อาจารย์ประจำโรงเรียนท่านหนึ่ง ซึ่งทุกคนเคารพนับถือมาก มักจะนั่งเงียบ ๆ หลังอาหารกลางวัน แล้วหลับไปบนเสื่อฟางใต้ร่มเงาของต้นไม้

          ไม่มีใครกล้ากวน ไม่มีใครสงสัย จนกระทั่งวันหนึ่ง เด็กนักเรียนคนหนึ่งเอ่ยขึ้นอย่างกล้า ๆ กลัว ๆ
          “อาจารย์ครับ ทำไมทุกวันตอนบ่ายคุณครูถึงต้องนอนหลับด้วยล่ะครับ?”
          อาจารย์ลืมตาขึ้นนิดหนึ่ง แล้วยิ้มบาง ๆ “ข้าหลับ…เพื่อเดินทางไปยังแดนแห่งความฝัน”
          เด็ก ๆ ทำหน้าสงสัย
          “ที่นั่นข้าได้พบกับบรรดาปราชญ์โบราณ เหมือนกับที่ขงจื๊อเคยฝันเห็นท่านผู้รู้ ข้าไปสนทนาธรรมกับพวกเขา แล้วกลับมาเล่าให้พวกเจ้าฟัง” อาจารย์กล่าวต่อ
          เด็ก ๆ มองหน้ากันนิ่งเงียบ ไม่แน่ใจว่าควรเชื่อหรือไม่ แต่ก็ไม่มีใครกล้าถามต่อ

          วันหนึ่ง อากาศร้อนจนเกินจะทน แม้กระทั่งในร่มเงาก็ยังอบอ้าวจนเหงื่อไหล เด็ก ๆ หลายคนเริ่มหมดแรงจะเรียน เขียนหนังสือก็ไม่ตรงแถว หาวกันคนละรอบสองรอบ
          สุดท้าย พวกเขาก็พากันเอนตัวลงนอนบนเสื่ออย่างเงียบ ๆ มีใครบางคนกระซิบเบา ๆ “ไปเจอปราชญ์ในฝันกันเถอะ…เหมือนอาจารย์ไง”

          เมื่ออาจารย์กลับมาเห็นเด็ก ๆ นอนหลับทั้งห้อง เขาขมวดคิ้วทันที “นี่เจ้าทั้งหลาย หลับกันหมดในเวลานี้ ทำไมถึงไม่ตั้งใจเรียน?”
          เด็กคนหนึ่งลุกขึ้นมาขยี้ตาแล้วพูดว่า “พวกเราก็ไปแดนแห่งความฝันครับ…ไปหาเหล่าปราชญ์โบราณเหมือนที่ท่านอาจารย์เคยเล่า”
          อาจารย์หยุดนิ่งไปครู่หนึ่ง แล้วถามกลับด้วยน้ำเสียงเรียบ ๆ “แล้วปราชญ์ทั้งหลายมีถ้อยคำใดฝากกลับมาหรือไม่?”
          เด็กคนนั้นยิ้ม และตอบอย่างมั่นใจ “เราถามท่าน ๆ ว่าท่านอาจารย์ของเรามาหาพวกท่านทุกบ่ายจริงหรือไม่… แต่พวกเขาบอกว่าไม่เคยเห็นคนหน้าตาแบบนี้มาก่อนเลยครับ!”

          หลังจากคำตอบของเด็กชายลอยออกมา ห้องเรียนทั้งห้องก็เงียบไปทันที
          เพื่อน ๆ หลายคนพยายามกลั้นขำ บางคนก้มหน้ากลบยิ้ม ขณะที่อาจารย์ยืนนิ่งอยู่กลางห้อง เงียบเสียจนได้ยินเสียงใบไม้ขยับเบา ๆ จากหน้าต่าง

          อาจารย์มองหน้าศิษย์ตรงหน้า แววตายังสงบเหมือนเดิม ไม่มีรอยโกรธ ไม่มีรอยขำ
          “ปราชญ์ในฝันไม่รู้จักข้าเลยอย่างนั้นหรือ…” เขาพูดช้า ๆ “เช่นนั้น ข้าคงต้องฝึกนั่งสมาธิให้ลึกกว่านี้แล้ว”
          เด็ก ๆ เงยหน้าขึ้นอย่างงง ๆ ไม่แน่ใจว่าอาจารย์กำลังประชด หรือพูดจริง
          “หรือไม่ก็…” เขาพูดต่อ “ข้าอาจจะไปผิดห้องในความฝันทุกวันก็ได้ ในนั้นมีห้องเยอะเสียด้วยสิ”

          คราวนี้เด็กทั้งห้องหัวเราะออกมาพร้อมกัน ไม่ใช่เพราะอาจารย์ถูกล้อ แต่เพราะทุกอย่างเบาสบายเกินกว่าจะมีใครถือโทษ

          หลังจากวันนั้น อาจารย์ไม่ได้ตำหนิเรื่องเด็ก ๆ นอนหลับอีก เขากลับเริ่มเล่าถึงความฝันของเขาด้วยน้ำเสียงสนุกสนานมากขึ้น
          “เมื่อคืนนี้ ข้าไปถึงห้องหนึ่งในฝัน แต่ปราชญ์ไม่อยู่ เหลือแต่กล้วยวางอยู่กลางโต๊ะ ใครกินก็ไม่รู้…”
          เด็ก ๆ ฟังอย่างสนใจ บางคนเริ่มเล่าคืนของตัวเองกลับด้วยเช่นกัน แม้จะรู้ว่าเป็นเรื่องฝัน แต่กลับรู้สึกเหมือนได้เรียนรู้บางอย่าง

          ไม่มีใครรู้แน่ว่าอาจารย์ของพวกเขาไปพบใครในฝันจริงหรือไม่ แต่ทุกคนรู้ว่า ความฝันบางอย่าง แม้จะไม่ใช่เรื่องจริง… ก็อาจสอนใจได้จริง
          และบางคำตอบที่ทำให้คนทั้งห้องหัวเราะ ก็อาจมีน้ำหนักเท่ากับธรรมะบทหนึ่ง เพราะในเส้นทางของเซน คำตอบที่ดี ไม่จำเป็นต้องจริงเสมอ แต่ต้องจริงใจ


*** (นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า ความรู้ที่แท้จริงไม่ได้ขึ้นอยู่กับว่าเราพบใครในความฝันหรือได้ยินถ้อยคำจากปราชญ์โบราณหรือไม่ แต่อยู่ที่ว่าเรากล้าพอจะซื่อสัตย์กับความคิดของตัวเอง และใช้ปัญญาให้เบิกบานแม้ในเรื่องเล่น ๆ เพราะในเส้นทางของเซน บางครั้งคำตอบที่ทำให้เราหัวเราะ อาจเป็นคำตอบที่ทำให้เราตื่นรู้ได้ลึกที่สุด

          เด็ก ๆ ไม่ได้ลบหลู่ครูของตน แต่ใช้ไหวพริบและความกล้าในการตั้งคำถามกลับอย่างไร้ความกลัว และอาจารย์เองก็ไม่หักรั้งด้วยอำนาจ แต่เปิดใจยอมรับคำพูดของศิษย์ด้วยรอยยิ้ม นั่นแหละ… คือการเรียนรู้ที่แท้จริง)


ขอขอบคุณแหล่งที่มาข้อมูล : taleZZZ | คลังศูนย์รวมนิทานทั่วโลก



ในดินแดนเพริศแพร้ว ..... แห่งฝัน
พบปราชญ์โบราณอัน ..... นิมิตอ้าง
     ครู-ศิษย์ตอบโต้กัน ..... มิหวั่นผิด
                   ต่างเปิดจิตใจกว้าง ..... อย่างแท้แลสราญ.


Kitaro - Symphony Of Dreams
คลิกเพื่อดูคลิปวิดีโอ


แก้ไขข้อความเมื่อ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่