ความบาดหมางในวงการฟุตบอลที่มีการเมืองเข้ามาเกี่ยวข้อง เซอร์เบีย vs แอลเบเนีย (เกมยูโร 2016 รอบคัดเลือก)

กระทู้สนทนา
# สิ่งที่ทางฟีฟ่าและยูฟ่ามักจะยืนยันและย้ำอยู่เสมอนั่นก็คือ เรื่องที่ฟุตบอลจะไม่ข้องเกี่ยวข้องกับการเมือง ดังนั้นจะเห็นได้ว่าในบางประเทศที่มีปัญหาการเมืองแทรกแซงก็มักจะถูกแบนถูกตัดสิทธิ์จากการแข่งขันฟุตบอลในระดับนานาชาติ

# ตัวอย่างที่เห็นชัดเจนในปัจจุบันก็คือ ทีมชาติรัสเซีย ซึ่งยังถูกแบนจากเกมในระดับนานาชาติจากทั้งฟีฟ่าและยูฟ่าจากสาเหตุที่เป็นประเทศผู้ก่อสงครามซึ่งได้ทำการรุกรานประเทศยูเครนในช่วงต้นปี 2022

# แต่หากย้อนไปในปี 2014 ในแมตช์การแข่งขันฟุตบอลยูโร 2016 รอบคัดเลือกในกลุ่มไอระหว่าง เซอร์เบีย กับ แอลเบเนีย ก็ได้เกิดเหตุความวุ่นวายจนสุดท้ายก็ต้องถูกยกเลิกการแข่งขัน

# สำหรับการแข่งขันฟุตบอลยูโรรอบคัดเลือกถูกควบคุมดูแลโดยทางยูฟ่า แม้ว่าทางยูฟ่าจะทราบดีถึงความบาดหมางระหว่างเซอร์เบียกับแอลเบเนียซึ่งทั้ง 2 ชาติมีความขัดแย้งในดินแดนพิพาทโคโซโว แต่ยูฟ่าก็ไม่ได้ให้ทั้ง 2 ชาติถูกจับแยกไปอยู่คนละกลุ่มพร้อมกับให้เหตุผลว่าไม่ได้มีการทำสงครามกันโดยตรงระหว่างเซอร์เบียกับแอลเบเนียและไม่ได้มีการร้องเรียนจากสมาคมฟุตบอลของทั้ง 2 ประเทศ

# การที่ทั้งเซอร์เบียและแอลเบเนียมาอยู่ในกลุ่มเดียวกันก็ย่อมเกิดความเสี่ยงที่อาจมีการปะทะหรือการจราจลซึ่งทางยูฟ่าก็ทราบดี ทำให้เกมระหว่างเซอร์เบียกับแอลเบเนียซึ่งจัดแข่งในวันที่ 14 ตุลาคม 2014 ที่กรุงเบลเกรดในประเทศเซอร์เบีย ทางยูฟ่าได้สั่งแบนไม่ให้แฟนบอลของแอลเบเนียเข้ามาชมเกมในสนาม ทั้งนี้ก็เพื่อหลีกเลี่ยงการปะทะกันของแฟนบอลทั้ง 2 ชาติ

# แต่ถึงแม้จะมีการสั่งห้ามไม่ให้แฟนบอลแอลเบเนียเข้ามาชมเกมในสนาม แต่เหตุการณ์ความวุ่นวายก็ยังเกิดขึ้นทั้งในช่วงก่อนวันแข่งขันซึ่งรถบัสของนักเตะแอลเบเนียถูกแฟนบอลเซอร์เบียปาหินใส่ รวมถึงในช่วงที่นักเตะแอลเบเนียลงวอร์มอัพก่อนแข่งก็ถูกแฟนบอลเซอร์เบียตะโกนด่าพร้อมมีการปาเหรียญและไฟแช็คลงมาในสนาม

# ก่อนเกมการแข่งขันจะเริ่มก็ค่อนข้างจะเดือดแล้ว เมื่อเริ่มการแข่งขันก็ยิ่งเพิ่มความดุเดือดไปเป็นทวีคูณ โดยแฟนบอลชาวเซิร์บได้มีการตะโกนคำว่า "Ubij, ubij Šiptara" ซึ่งแปลเป็นไทยได้ว่า "ไล่ฆ่า ไล่ฆ่า พวกแอลเบเนียน"

# นอกจากนั้นแฟนบอลเซอร์เบียยังได้ทำการเผาธงของนาโต้รวมทั้งยังมีการโยนพลุไฟใส่ อันซี อากอลลี ผู้เล่นของแอลเบเนียในระหว่างที่จะมาเล่นลูกเตะมุม โดยที่ผู้เล่นของเซอร์เบียทั้ง ดานโก ลาโซวิช และ อเล็กซานดรา โคลารอฟ พยายามเข้าระงับเหตุและห้ามปรามแฟนบอลของตนเองแต่ก็ไม่เป็นผลจนสุดท้ายเกมก็ต้องถูกหยุดชั่วคราว

# เกมกลับมาแข่งขันกันต่อพร้อมกับโฆษกในสนามได้มีการประกาศห้ามไม่ให้แฟนบอลปาสิ่งของลงมาในสนาม แต่แล้วในนาทีที่ 42 มาร์ติน แอตกินสัน ผู้ตัดสินชาวอังกฤษก็สั่งหยุดเกมอีกครั้ง หลังจากที่แฟนบอลเซอร์เบียยังคงจุดพลุและขว้างปาสิ่งของลงมาในสนาม

# ในช่วงระหว่างที่หยุดเกมนี้เองก็ได้มี โดรน ปริศนาบินป้วนเปี้ยนเข้ามาในสนามพร้อมกับได้ธงซึ่งมีใบหน้าของ อิสมาอิล เคมาล (ผู้นำคนแรกของแอลเบเนีย) และ อิซา โบเลตินี (นักปฏิวัติชาวแอลเบเนีย) ลอยเข้าในสนาม

# เมื่อ สเตฟาน มิโตรวิช นักเตะเซอร์เบียเห็นธงดังกล่าวก็ได้ทำการกระชากธงลงมา แต่นั่นก็ได้สร้างความไม่พอใจให้กับผู้เล่นแอลเบเนียซึ่งทั้ง อันดี ไลลา และ ทอลันต์ ชาก้า ได้วิ่งเข้าไปเพื่อแย่งธงคืนนั่นจึงทำให้เกิดการปะทะกันระหว่างนักเตะทั้ง 2 ฝ่าย

# โดยการปะทะกันของบรรดานักเตะก็เริ่มลุกลามใหญ่โตซึ่งหลังจากนั้นก็มีแฟนบอลของเซอร์เบียบางส่วนวิ่งลงมาในสนามและเข้าทำร้ายร่างกายผู้เล่นของแอลเบเนียซึ่ง เบคิม บาลาจ ก็ถูกเก้าอี้พลาสติกฟาดเข้าไปที่ศีรษะ

# หลังจากนั้นก็เริ่มกลายเป็นการตะลุมบอนระหว่างแฟนบอลเซอร์เบียกับนักเตะแอลเบเนีย ลอริค กาน่า กัปตันทีมแอลเบเนียได้จับแฟนบอลเซอร์เบียและต่อยเข้าที่ใบหน้าซึ่งนั่นก็ยิ่งสร้างความโกรธให้แก่แฟนบอลเจ้าถิ่นและได้วิ่งลงมาในสนามมากยิ่งขึ้น

# เมื่อสถานการณ์เริ่มแย่ลง ผู้ตัดสินจึงตัดสินใจยุติเกมทันทีพร้อมกับบอกให้ผู้เล่นแอลเบเนียวิ่งกลับไปที่อุโมงค์ห้องแต่งตัว โดยระหว่างที่ผู้เล่นแอลเบเนียวิ่งกลับเข้าสู่อุโมงค์ก็ได้มีทั้งเก้าอี้และสิ่งของต่างๆพุ่งลงมายังพวกเขาอย่างต่อเนื่อง

# หลังจากจบความวุ่นวายในเกมดังกล่าวซึ่งไม่สามารถแข่งขันได้จนจบทั้งเซอร์เบียและแอลเบเนียต่างก็ถูกยูฟ่าตัดสินว่ามีความผิดพร้อมกับถูกปรับเงินคนละ 100,000 ยูโร โดยที่เซอร์เบียถูกสั่งห้ามไม่ให้มีแฟนบอลเข้ามาชมเกมในสนามใน 2 แมตช์ที่ได้เล่นในบ้าน ส่วนทางแอลเบเนียก็ถูกปรับแพ้ด้วยสกอร์ 3-0

# การตัดสินของยูฟ่าสร้างความไม่พอใจกับทั้ง 2 ฝ่าย สุดท้ายแล้วเรื่องก็ไปถึงทาง CAS หรือศาลอนุญาโตตุลาการของวงการกีฬา ซึ่งทาง CAS ก็ตัดสินขั้นเด็ดขาดด้วยการปฏิเสธคำอุทธรณ์ของฝั่งเซอร์เบียพร้อมกับรับคำอุทธรณ์ของแอลเบเนีย นั่นจึงทำให้เซอร์เบียถูกปรับให้แพ้ด้วยสกอร์ 0-3 และถูกหักอีก 3 คะแนน

# การถูกตัดแต้มและถูกปรับแพ้ก็กลายเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้เซอร์เบียตกรอบคัดเลือกของศึกยูโร 2016 ส่วนทางแอลเบเนียจบเป็นรองแชมป์กลุ่มไอซึ่งก็ทำให้พวกเขาผ่านเข้าไปเล่นฟุตบอลยูโร 2016 ได้สำเร็จและกลายเป็นรายการฟุตบอลระดับเมเจอร์ครั้งแรกของชนชาติแอลเบเนีย

ที่มา - เพจ นักฟุตบอล นอกกระแส





โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่