เนื่องจากอีก 5 เดือนจะครบกำหนดใบขับขี่รถจักรยานยนต์ชั่วคราว 2 ปี พอมีเวลาเลยรีบไปดำเนินการ โดยเริ่มจาก
1. ไปขอใบรับรองแพทย์ ซึ่งมีอายุการใช้งานภายใน 30 วัน
2. เข้าแอป DLTSmartQueue เพื่อจองคิวออนไลน์ ปรากฏว่าคิวเต็มข้ามเดือน ลองในทุกสำนักงานขนส่งในกรุงเทพฯ 4-5 ที่ คิวเต็มเช่นเดียวกัน ซึ่งจะเลยกำหนดอายุใบรับรองแพทย์(อันนี้พลาดที่ไม่เช็คคิวก่อนไปขอใบรับรองแพทย์) เลยเปลี่ยนแผนเป็น Walkin
3. เช้าไปถึงขนส่งประมาณ 06.20 น. ลานจอดรถใกล้อาคาร 4 ยังว่าง มีรถจอดราวๆ 5-10% เริ่มเต็มราวๆ 7.30 น. อย่างไรก็ดี 06.20 น. ก็ยังมีคนมายืนต่อแถวเพื่อติดต่อขนส่งราวๆ 20-30 คน
4. ประมาณ 06.30 น. มี จนท. มาช่วยจัดคิว แนะนำวิธีเตรียมเอกสาร สำหรับการเข้าไปรับบัตรคิวจริง 06.40 น.(ขนส่งเริ่มเปิดทำการจริง 08.00 น.) และแยกตามประเภทของการทำธุรกรรมไป ระหว่างนี้ เมื่อได้รับคิวแล้วก็ไปรับประทานอาหารได้ กลับมานั่งตามที่นั่งในคิวชั้น 1 อาคาร 4 ก่อน 07.50 น.
5. สำหรับผู้ที่ต้องอบรมด้วย 5 ช.ม. คิวจะเริ่มเรียกเร็วกว่า แต่สำหรับผู้ที่เปลี่ยนประเภทบัตรคิวเริ่มเรียก 08.00 น. โดยคิวแบ่งเป็นล็อตๆละประมาณ 25 คน โดยจะเริ่มเรียกแต่ละล็อตแบ่งระยะเวลาราวๆ ครึ่ง ช.ม.
6. เมื่อเริ่มเรียกคิว จะไปดำเนินการเอกสารที่ชั้น 2 (บัตรเหลืองเดินตามเส้นสีเหลือง) และไปทดสอบร่างกายที่ ชั้น 3 สำหรับบางคนที่ทดสอบไม่ผ่าน (ได้ยินผ่านๆว่า บางคนก็ให้มาทดสอบอีกครั้งหลัง 15.00 น. หรือ บางคนให้มาวันถัดไป อาจขึ้นกับแล้วแต่กรณีและดุลยพินิจของ จนท.) หลังจากทดสอบผ่าน ยื่นเอกสารที่ชั้น 3 ก่อนลงมาชั้น 2
7. ยื่นเอกสารชั้น 2 เพื่อรับคิวทำบัตร เมื่อถึงคิวทำการถ่ายรูปและชำระเงิน โดยสามารถชำระเงินสดหรือสแกนจ่ายได้
สรุป เดินทางถึง 06.20 น. ดำเนินการแล้วเสร็จ ราวๆ 09.15 น. เดินทางกลับ โดยรวมพึงพอใจกับระบบการจัดการของกรมการขนส่งทางบก โดยเฉพาะการจัดคิวและลำดับงาน แต่ถ้าเป็นไปได้ในการอบรมและทดสอบเพื่อต่ออายุใบขับขี่ กระจายงานให้เอกชน เช่น โรงเรียนสอนขับรถ หรืออื่นๆที่ได้รับการรับรองจากกรมการขนส่งทางบก สามารถทำงานส่วนนี้ได้ก็จะดี ทุกคนจะได้ไม่ต้องไปรวมกันที่กรมการขนส่งทั้งหมดครับ
แชร์ข้อมูลการไปดำเนินการเปลี่ยนใบขับขี่ชั่วคราว 2 ปี เป็น 5 ปี ณ สำนักงานขนส่งกรุงเทพมหานครพื้นที่ 5 (หมอชิต)
1. ไปขอใบรับรองแพทย์ ซึ่งมีอายุการใช้งานภายใน 30 วัน
2. เข้าแอป DLTSmartQueue เพื่อจองคิวออนไลน์ ปรากฏว่าคิวเต็มข้ามเดือน ลองในทุกสำนักงานขนส่งในกรุงเทพฯ 4-5 ที่ คิวเต็มเช่นเดียวกัน ซึ่งจะเลยกำหนดอายุใบรับรองแพทย์(อันนี้พลาดที่ไม่เช็คคิวก่อนไปขอใบรับรองแพทย์) เลยเปลี่ยนแผนเป็น Walkin
3. เช้าไปถึงขนส่งประมาณ 06.20 น. ลานจอดรถใกล้อาคาร 4 ยังว่าง มีรถจอดราวๆ 5-10% เริ่มเต็มราวๆ 7.30 น. อย่างไรก็ดี 06.20 น. ก็ยังมีคนมายืนต่อแถวเพื่อติดต่อขนส่งราวๆ 20-30 คน
4. ประมาณ 06.30 น. มี จนท. มาช่วยจัดคิว แนะนำวิธีเตรียมเอกสาร สำหรับการเข้าไปรับบัตรคิวจริง 06.40 น.(ขนส่งเริ่มเปิดทำการจริง 08.00 น.) และแยกตามประเภทของการทำธุรกรรมไป ระหว่างนี้ เมื่อได้รับคิวแล้วก็ไปรับประทานอาหารได้ กลับมานั่งตามที่นั่งในคิวชั้น 1 อาคาร 4 ก่อน 07.50 น.
5. สำหรับผู้ที่ต้องอบรมด้วย 5 ช.ม. คิวจะเริ่มเรียกเร็วกว่า แต่สำหรับผู้ที่เปลี่ยนประเภทบัตรคิวเริ่มเรียก 08.00 น. โดยคิวแบ่งเป็นล็อตๆละประมาณ 25 คน โดยจะเริ่มเรียกแต่ละล็อตแบ่งระยะเวลาราวๆ ครึ่ง ช.ม.
6. เมื่อเริ่มเรียกคิว จะไปดำเนินการเอกสารที่ชั้น 2 (บัตรเหลืองเดินตามเส้นสีเหลือง) และไปทดสอบร่างกายที่ ชั้น 3 สำหรับบางคนที่ทดสอบไม่ผ่าน (ได้ยินผ่านๆว่า บางคนก็ให้มาทดสอบอีกครั้งหลัง 15.00 น. หรือ บางคนให้มาวันถัดไป อาจขึ้นกับแล้วแต่กรณีและดุลยพินิจของ จนท.) หลังจากทดสอบผ่าน ยื่นเอกสารที่ชั้น 3 ก่อนลงมาชั้น 2
7. ยื่นเอกสารชั้น 2 เพื่อรับคิวทำบัตร เมื่อถึงคิวทำการถ่ายรูปและชำระเงิน โดยสามารถชำระเงินสดหรือสแกนจ่ายได้
สรุป เดินทางถึง 06.20 น. ดำเนินการแล้วเสร็จ ราวๆ 09.15 น. เดินทางกลับ โดยรวมพึงพอใจกับระบบการจัดการของกรมการขนส่งทางบก โดยเฉพาะการจัดคิวและลำดับงาน แต่ถ้าเป็นไปได้ในการอบรมและทดสอบเพื่อต่ออายุใบขับขี่ กระจายงานให้เอกชน เช่น โรงเรียนสอนขับรถ หรืออื่นๆที่ได้รับการรับรองจากกรมการขนส่งทางบก สามารถทำงานส่วนนี้ได้ก็จะดี ทุกคนจะได้ไม่ต้องไปรวมกันที่กรมการขนส่งทั้งหมดครับ