ถ้าพูดถึงประเทศญี่ปุ่น หลายคนมักจะติดภาพว่าเขาเปลี่ยนผ่านไปสู่รถยนต์ไฟฟ้า (EV) ค่อนข้างช้า แต่ถ้าใครได้ตามข่าวสารนโยบายพลังงานสะอาดยุคนี้ จะรู้เลยว่ารัฐบาลญี่ปุ่นกำลัง
"เร่งเครื่อง" แบบสุดตัว โดยเฉพาะการอัปเกรดเม็ดเงินสนับสนุน รอบล่าสุดในปี 2026 นี้ บอกเลยว่าตัวเลขดุเดือดมาก จนแทบจะช่วยออกค่ารถให้คนละครึ่งเลยครับ!
วันนี้ผมเลยอยากมาพูดคุยกันว่า การผลักดัน EV ของเขาไปไกลขนาดไหน และถ้าเราเป็นคนญี่ปุ่น (โดยเฉพาะในโตเกียว) ตอนนี้เราจะซื้อรถ EV อย่าง Toyota bZ4X ได้ในราคาเหลือกี่บาท ทำไมบางกระแสข่าวถึงบอกว่าเหลือแค่ 4 แสนกว่าบาท?
1. รัฐบาลกลางอัปเกรดเงินอุดหนุนแบบก้าวกระโดด
รัฐบาลกลางญี่ปุ่นเพิ่งปรับกติกาและเพิ่มเพดานเงินสนับสนุนสำหรับรถยนต์ไฟฟ้า (BEV) ขึ้นแบบก้าวกระโดด จากเดิมที่เคยเพดานสูงสุดอยู่ที่ 900,000 เยน
ตอนนี้ดีดขึ้นไปสูงสุดถึง 1,300,000 เยน (ประมาณ 2.9 แสนบาท)
เงื่อนไขการให้เงินเต็มเพดาน 1.3 ล้านเยนนี้ ค่ายรถต้องทำคะแนนผ่านเกณฑ์เข้มงวด ทั้งประสิทธิภาพรถ โครงสร้างพื้นฐานสถานีชาร์จ และฟังก์ชันการจ่ายไฟกลับเข้าบ้าน (V2H) ยามเกิดภัยพิบัติ ซึ่ง
Toyota bZ4X คว้าคะแนนเต็มและได้สิทธิ์เงินอุดหนุนสูงสุดก้อนนี้ไปครอง
2. รัฐบาลท้องถิ่น (โตเกียว) อัดฉีด On-top เพิ่มอีกเท่าตัว
ความพีคของคนญี่ปุ่นคือ "เงินอุดหนุนมันซ้อนกันได้" ครับ ถ้าคุณอาศัยอยู่ในกรุงโตเกียว รัฐบาลท้องถิ่นเขามีนโยบาย ZEV (Zero Emission Vehicle) ที่อัดฉีดเงินสมทบให้อีกก้อนโต ยิ่งถ้าไลฟ์สไตล์เข้าเกณฑ์ประหยัดพลังงาน เช่น บ้านติดตั้งโซลาร์เซลล์ หรือใช้สัญญาไฟฟ้าที่เป็นพลังงานหมุนเวียน 100% ก็จะได้เงินแถมเพิ่มเข้าไปอีก รวมถึงเงินสมทบพิเศษจากเขตย่อยต่างๆ
3. กางตัวเลข จากรถราคาเฉียดล้านครึ่ง เหลือ 4.5 แสนบาทได้อย่างไร?
ลองมาดูเคสจำลองที่เป็นไปได้จริงและเกิดขึ้นแล้วในโตเกียวตอนนี้กันครับ
ราคาตั้งขายของ Toyota bZ4X (รุ่นปรับปรุงใหม่) ในญี่ปุ่น เริ่มต้นที่ประมาณ
4,800,000 เยน (คิดเป็นเงินไทยกลมๆ ราว 1.07 ล้านบาท)
เมื่อนำมาหักลบเงินส่วนลดและเงินอุดหนุนทั้งหมด
หักส่วนลดรัฐบาลกลาง (เต็มสิทธิ์) -1,300,000 เยน (ทำให้ราคาลดลงมาเหลือ 3.5 ล้านเยน หรือราวๆ 7.8 แสนบาททันที)
หักส่วนลด On-top จากรัฐบาลโตเกียว + โบนัสโซลาร์เซลล์ + เงินสมทบเขตย่อย ลดเพิ่มไปอีกประมาณ 1.3 - 1.5 ล้านเยน (ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขบ้านของผู้ซื้อ)
สรุปราคาจ่ายจริงขั้นสุด จากรถราคาเริ่มต้น 4.8 ล้านเยน หักเงินสนับสนุนจากทุกภาคส่วนออกไปเกือบ 2.6 - 2.8 ล้านเยน
คนโตเกียวจะเหลือจ่ายค่ารถจริงเพียงแค่ประมาณ 2,000,000 เยนต้นๆ หรือคิดเป็นเงินไทยตกราวๆ 4.5 แสนบาทเท่านั้นครับ!
ถ้าเทียบให้เห็นภาพ ราคา 2 ล้านเยนในญี่ปุ่นนี่คือราคาค่าตัวของรถยนต์ขนาดเล็กยอดนิยมอย่าง
Toyota Yaris หรือ
Nissan Note ในบ้านเขาเลยครับ เรียกว่าได้ขับ SUV ไฟฟ้าคันใหญ่ไซส์เดียวกับ CR-V ในราคาเท่า Eco Car คันเล็กๆ เลยทีเดียว ไม่แปลกใจเลยที่ยอดขาย EV ของ Toyota ในญี่ปุ่นไตรมาสแรกปีนี้จะพุ่งกระฉูดขึ้นมาเป็นประวัติการณ์
ญี่ปุ่นกำลังส่งสัญญาณอะไร?
มาตรการนี้สะท้อนชัดเจนว่า ญี่ปุ่นเอาจริงกับการดัน EV ในประเทศมาก แต่เขาเลือกที่จะอุดหนุนแบบเป็นระบบ คือไม่ได้ให้แค่คนซื้อรถ แต่เน้นให้เงินกับคนที่พร้อมทำบ้านให้ประหยัดพลังงาน (ติดโซลาร์เซลล์) และซื้อรถที่มีระบบ V2H เพื่อให้รถ EV กลายเป็น
"แบตเตอรี่สำรองของเมือง" เวลาเกิดภัยพิบัติหรือแผ่นดินไหว
ญี่ปุ่นหนุน EV โหด! Toyota bZ4X ราคาดิ่งลงมาเหลือเท่า Eco Car... 4.5 แสน?
วันนี้ผมเลยอยากมาพูดคุยกันว่า การผลักดัน EV ของเขาไปไกลขนาดไหน และถ้าเราเป็นคนญี่ปุ่น (โดยเฉพาะในโตเกียว) ตอนนี้เราจะซื้อรถ EV อย่าง Toyota bZ4X ได้ในราคาเหลือกี่บาท ทำไมบางกระแสข่าวถึงบอกว่าเหลือแค่ 4 แสนกว่าบาท?
1. รัฐบาลกลางอัปเกรดเงินอุดหนุนแบบก้าวกระโดด
รัฐบาลกลางญี่ปุ่นเพิ่งปรับกติกาและเพิ่มเพดานเงินสนับสนุนสำหรับรถยนต์ไฟฟ้า (BEV) ขึ้นแบบก้าวกระโดด จากเดิมที่เคยเพดานสูงสุดอยู่ที่ 900,000 เยน ตอนนี้ดีดขึ้นไปสูงสุดถึง 1,300,000 เยน (ประมาณ 2.9 แสนบาท)
เงื่อนไขการให้เงินเต็มเพดาน 1.3 ล้านเยนนี้ ค่ายรถต้องทำคะแนนผ่านเกณฑ์เข้มงวด ทั้งประสิทธิภาพรถ โครงสร้างพื้นฐานสถานีชาร์จ และฟังก์ชันการจ่ายไฟกลับเข้าบ้าน (V2H) ยามเกิดภัยพิบัติ ซึ่ง Toyota bZ4X คว้าคะแนนเต็มและได้สิทธิ์เงินอุดหนุนสูงสุดก้อนนี้ไปครอง
2. รัฐบาลท้องถิ่น (โตเกียว) อัดฉีด On-top เพิ่มอีกเท่าตัว
ความพีคของคนญี่ปุ่นคือ "เงินอุดหนุนมันซ้อนกันได้" ครับ ถ้าคุณอาศัยอยู่ในกรุงโตเกียว รัฐบาลท้องถิ่นเขามีนโยบาย ZEV (Zero Emission Vehicle) ที่อัดฉีดเงินสมทบให้อีกก้อนโต ยิ่งถ้าไลฟ์สไตล์เข้าเกณฑ์ประหยัดพลังงาน เช่น บ้านติดตั้งโซลาร์เซลล์ หรือใช้สัญญาไฟฟ้าที่เป็นพลังงานหมุนเวียน 100% ก็จะได้เงินแถมเพิ่มเข้าไปอีก รวมถึงเงินสมทบพิเศษจากเขตย่อยต่างๆ
3. กางตัวเลข จากรถราคาเฉียดล้านครึ่ง เหลือ 4.5 แสนบาทได้อย่างไร?
ลองมาดูเคสจำลองที่เป็นไปได้จริงและเกิดขึ้นแล้วในโตเกียวตอนนี้กันครับ
ราคาตั้งขายของ Toyota bZ4X (รุ่นปรับปรุงใหม่) ในญี่ปุ่น เริ่มต้นที่ประมาณ 4,800,000 เยน (คิดเป็นเงินไทยกลมๆ ราว 1.07 ล้านบาท)
เมื่อนำมาหักลบเงินส่วนลดและเงินอุดหนุนทั้งหมด
หักส่วนลดรัฐบาลกลาง (เต็มสิทธิ์) -1,300,000 เยน (ทำให้ราคาลดลงมาเหลือ 3.5 ล้านเยน หรือราวๆ 7.8 แสนบาททันที)
หักส่วนลด On-top จากรัฐบาลโตเกียว + โบนัสโซลาร์เซลล์ + เงินสมทบเขตย่อย ลดเพิ่มไปอีกประมาณ 1.3 - 1.5 ล้านเยน (ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขบ้านของผู้ซื้อ)
สรุปราคาจ่ายจริงขั้นสุด จากรถราคาเริ่มต้น 4.8 ล้านเยน หักเงินสนับสนุนจากทุกภาคส่วนออกไปเกือบ 2.6 - 2.8 ล้านเยน คนโตเกียวจะเหลือจ่ายค่ารถจริงเพียงแค่ประมาณ 2,000,000 เยนต้นๆ หรือคิดเป็นเงินไทยตกราวๆ 4.5 แสนบาทเท่านั้นครับ!
ถ้าเทียบให้เห็นภาพ ราคา 2 ล้านเยนในญี่ปุ่นนี่คือราคาค่าตัวของรถยนต์ขนาดเล็กยอดนิยมอย่าง Toyota Yaris หรือ Nissan Note ในบ้านเขาเลยครับ เรียกว่าได้ขับ SUV ไฟฟ้าคันใหญ่ไซส์เดียวกับ CR-V ในราคาเท่า Eco Car คันเล็กๆ เลยทีเดียว ไม่แปลกใจเลยที่ยอดขาย EV ของ Toyota ในญี่ปุ่นไตรมาสแรกปีนี้จะพุ่งกระฉูดขึ้นมาเป็นประวัติการณ์
ญี่ปุ่นกำลังส่งสัญญาณอะไร?
มาตรการนี้สะท้อนชัดเจนว่า ญี่ปุ่นเอาจริงกับการดัน EV ในประเทศมาก แต่เขาเลือกที่จะอุดหนุนแบบเป็นระบบ คือไม่ได้ให้แค่คนซื้อรถ แต่เน้นให้เงินกับคนที่พร้อมทำบ้านให้ประหยัดพลังงาน (ติดโซลาร์เซลล์) และซื้อรถที่มีระบบ V2H เพื่อให้รถ EV กลายเป็น "แบตเตอรี่สำรองของเมือง" เวลาเกิดภัยพิบัติหรือแผ่นดินไหว