มาตรการคุมเข้มเงินสด (5 ล้านบาทขึ้นไป)
1️⃣มาตรการควบคุมการฝากเงินสดและการแลกธนบัตร
เกณฑ์การฝากเงินสด: ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เตรียมบังคับใช้เกณฑ์ให้ผู้ที่ต้องการฝากเงินสดตั้งแต่ 5 ล้านบาทขึ้นไป ต้องชี้แจงแหล่งที่มาของเงินอย่างชัดเจน โดยคาดว่าจะเริ่มบังคับใช้ภายใน 2-3 เดือนข้างหน้า
การแลกธนบัตรมูลค่าสูง: มาตรการนี้รวมไปถึงการนำธนบัตรใบละ 1,000 บาท มูลค่ารวม 5 ล้านบาทขึ้นไป มาขอแลกเป็นธนบัตรชนิดอื่น ซึ่งผู้ทำรายการจะต้องแจ้งวัตถุประสงค์และแหล่งที่มาของเงินด้วยเช่นกัน
2️⃣ผลลัพธ์จากการเริ่มใช้มาตรการคุมการ "ถอน" เงินสด
หลังจากที่ ธปท. ได้เริ่มใช้มาตรการควบคุมการถอนเงินสดตั้งแต่ 5 ล้านบาทขึ้นไป ไปก่อนหน้านี้ (เริ่มตั้งแต่เดือนเมษายน) พบว่าได้ผลลัพธ์ที่ชัดเจน ดังนี้:
จำนวนครั้งในการถอนเงินสดมูลค่าสูง: ลดลงประมาณ 28% เมื่อเทียบกับค่าเฉลี่ยในไตรมาสแรก
มูลค่ารวมของการถอนเงินสด: ลดลงประมาณ 25% เมื่อเทียบกับค่าเฉลี่ยในไตรมาสแรก
ข้อมูลในเดือนพฤษภาคม: พบว่าการใช้เงินสดยังคงลดลงอย่างต่อเนื่องอีกประมาณ 25-30% ซึ่งส่วนหนึ่งเป็นเพราะผู้ทำธุรกรรมหันไปใช้ช่องทางอื่นทางอิเล็กทรอนิกส์ที่สามารถตรวจสอบได้ง่ายกว่าแทน
3️⃣วัตถุประสงค์และเป้าหมายของ ธปท.
สกัดกั้นธุรกิจสีเทาและการคอร์รัปชัน: ผู้ว่าการ ธปท. ระบุว่า ธุรกรรมที่เกี่ยวข้องกับการทุจริตหรือธุรกิจผิดกฎหมายมักจะใช้เงินสดเป็นหลัก การเพิ่มความเข้มงวดทั้งการ ฝาก ถอน และแลกเงิน จะช่วยลดโอกาสในการทำธุรกิจสีเทา และเพิ่มประสิทธิภาพในการตรวจสอบย้อนหลัง
ผลักดันสู่สังคมไร้เงินสด: ธปท. ย้ำว่าเป้าหมายสำคัญคือการผลักดันให้ประชาชนและภาคธุรกิจหันไปใช้การโอนเงินหรือเครื่องมือทางการเงินดิจิทัลอื่น ๆ แทนการใช้เงินสด
ความมั่นคงในระยะยาว: แม้มาตรการนี้อาจจะเพิ่มภาระให้แก่ธนาคารพาณิชย์ในการติดตามตรวจสอบธุรกรรมมากขึ้น แต่ ธปท. เชื่อมั่นว่าจะช่วยเสริมสร้างความมั่นคงให้แก่ระบบการเงินในระยะยาวได้อย่างแน่นอน
ที่มา IG Thansettakij_official
📌มาตรการทางการเงินของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) คุมเข้มฝากเงินสด 5 ล้านบาทขึ้นไป
1️⃣มาตรการควบคุมการฝากเงินสดและการแลกธนบัตร
เกณฑ์การฝากเงินสด: ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เตรียมบังคับใช้เกณฑ์ให้ผู้ที่ต้องการฝากเงินสดตั้งแต่ 5 ล้านบาทขึ้นไป ต้องชี้แจงแหล่งที่มาของเงินอย่างชัดเจน โดยคาดว่าจะเริ่มบังคับใช้ภายใน 2-3 เดือนข้างหน้า
การแลกธนบัตรมูลค่าสูง: มาตรการนี้รวมไปถึงการนำธนบัตรใบละ 1,000 บาท มูลค่ารวม 5 ล้านบาทขึ้นไป มาขอแลกเป็นธนบัตรชนิดอื่น ซึ่งผู้ทำรายการจะต้องแจ้งวัตถุประสงค์และแหล่งที่มาของเงินด้วยเช่นกัน
2️⃣ผลลัพธ์จากการเริ่มใช้มาตรการคุมการ "ถอน" เงินสด
หลังจากที่ ธปท. ได้เริ่มใช้มาตรการควบคุมการถอนเงินสดตั้งแต่ 5 ล้านบาทขึ้นไป ไปก่อนหน้านี้ (เริ่มตั้งแต่เดือนเมษายน) พบว่าได้ผลลัพธ์ที่ชัดเจน ดังนี้:
จำนวนครั้งในการถอนเงินสดมูลค่าสูง: ลดลงประมาณ 28% เมื่อเทียบกับค่าเฉลี่ยในไตรมาสแรก
มูลค่ารวมของการถอนเงินสด: ลดลงประมาณ 25% เมื่อเทียบกับค่าเฉลี่ยในไตรมาสแรก
ข้อมูลในเดือนพฤษภาคม: พบว่าการใช้เงินสดยังคงลดลงอย่างต่อเนื่องอีกประมาณ 25-30% ซึ่งส่วนหนึ่งเป็นเพราะผู้ทำธุรกรรมหันไปใช้ช่องทางอื่นทางอิเล็กทรอนิกส์ที่สามารถตรวจสอบได้ง่ายกว่าแทน
3️⃣วัตถุประสงค์และเป้าหมายของ ธปท.
สกัดกั้นธุรกิจสีเทาและการคอร์รัปชัน: ผู้ว่าการ ธปท. ระบุว่า ธุรกรรมที่เกี่ยวข้องกับการทุจริตหรือธุรกิจผิดกฎหมายมักจะใช้เงินสดเป็นหลัก การเพิ่มความเข้มงวดทั้งการ ฝาก ถอน และแลกเงิน จะช่วยลดโอกาสในการทำธุรกิจสีเทา และเพิ่มประสิทธิภาพในการตรวจสอบย้อนหลัง
ผลักดันสู่สังคมไร้เงินสด: ธปท. ย้ำว่าเป้าหมายสำคัญคือการผลักดันให้ประชาชนและภาคธุรกิจหันไปใช้การโอนเงินหรือเครื่องมือทางการเงินดิจิทัลอื่น ๆ แทนการใช้เงินสด
ความมั่นคงในระยะยาว: แม้มาตรการนี้อาจจะเพิ่มภาระให้แก่ธนาคารพาณิชย์ในการติดตามตรวจสอบธุรกรรมมากขึ้น แต่ ธปท. เชื่อมั่นว่าจะช่วยเสริมสร้างความมั่นคงให้แก่ระบบการเงินในระยะยาวได้อย่างแน่นอน
ที่มา IG Thansettakij_official