0 ลมยามเย็นโชยเฉื่อย .. คล้ายเหนื่อยอ่อน
เมื่อความร้อนเพียบพูนค่อยสูญสลาย
ยอมมืดมัวหม่นดำเข้ากล้ำกราย
พร้อมแสงปลายช่วงวัน .. ดับ-อันตรธาน
0 ก่อนสรรพเสียงนกค่ำ .. เริ่มร่ำร้อง
เมื่อคีตพร้องพร่ำศัพท์ขึ้นขับขาน
ลมอุสุมโลมลูบต้องรูปคราญ
เมื่อแก้วผ่านกรุ่นหอมมากล่อม-รอ
0 เหมือนหรีดหริ่งเรไร .. นั้น-ให้เสียง
แทนสำเนียงพร่ำพร้องในห้องหอ
เพรงกาลภาพก็อบอวล .. เนื้อนวลลออ
ผ่านขึ้นคลอช่วงยามพิรามจรูญ
0 จาก .. ไปวัดทำบุญเพื่อหนุนชาติ
หวังทุกข์โศกจักปลาตถึงขาดสูญ
จาก .. คำบวงคำข้าว .. ถึงเค้ามูล
การตั้งเหตุทวีคูณ .. จนท่วมใจ
0 ตราบ .. คู้ค้อมศีรษะกราบพระเจ้า
หอมกลับเคล้าคลอผ่านสมานสมัย
ร่วม-ศัพท์เสียง, ความ, คำ .. พร้อมกำไล
กรรทบให้ .. เงียบงัน .. สิ้น-อันตรธาน !
0 รูปองค์พระสีทองงามผ่องใส
เมื่อคู่นัยนาตรึงหอมซึ้งผสาน
ธูป, เทียน, ช่อเสาวคนธ์, ถ้อยบนบาน
ก็เผยผ่านครบครัน .. ในสัญญา
0 สองมือเรียวกอบประนม .. หน้าก้มน้อม
คอยแวดล้อมต่อเรื่องอยู่เบื้องหน้า
จากเมียงเมินเขินอุทธัจ .. วางศรัทธา
เชื่อมต่อรมยาจากตาสู่กมล
0 ตาสบรูป .. มือเรียว-ราวเหนี่ยวหน่วง
เงียบเหงาถ้วนทั้งปวง .. ให้ร่วงป่น
ตาสบตา .. ในแผ่นอก .. ก็-วก .. วน
สั่นไหวอลเวงจรด .. ด้วยงดงาม
0 สายลมยังโชยเฉื่อยอย่างเหนื่อยหน่าย
เหลือชม้ายเหลือบชม้อยดั่งคอยจะถาม
ว่า .. เวียนสบตาอยู่ .. ฤา-รู้ความ
ที่ .. นัยน์วามรับอยู่ .. หรือ-รู้แล้ว ?
0 รอคอยเถิด .. อกใจผู้ใฝ่หา
พากย์พรรณนาจะประคองความผ่องแผ้ว
ประนอมควรประนังเชื้อเป็นเนื้อแนว
เชื่อมพร่างแพร้วรังสิมันต์ถึงจันทิรา
.
0 รอคอยยอด-กุสุมาลย์มอบหวานซึ่ง
หอมซ่านและหวานซึ้ง .. หยัด-ซึ่งหน้า
กระหวัดสองแขนเรียวม้วนเกลียวผกา
พร้อมนัยนาฝ่าพลบเข้าจบประจัน !
.
.
สองแขนเรียวร่วมกระหวัดวงวัฏฏา
รวบอุปาทานกระเพื่อมเข้าเชื่อมประชิด !
.
.
.
https://www.bloggang.com/viewdiary.php?id=sdayoo&month=06-2026&date=05&group=238&gblog=12
O สั่งฟ้าฝากดิน .. O
0 ลมยามเย็นโชยเฉื่อย .. คล้ายเหนื่อยอ่อน
เมื่อความร้อนเพียบพูนค่อยสูญสลาย
ยอมมืดมัวหม่นดำเข้ากล้ำกราย
พร้อมแสงปลายช่วงวัน .. ดับ-อันตรธาน
0 ก่อนสรรพเสียงนกค่ำ .. เริ่มร่ำร้อง
เมื่อคีตพร้องพร่ำศัพท์ขึ้นขับขาน
ลมอุสุมโลมลูบต้องรูปคราญ
เมื่อแก้วผ่านกรุ่นหอมมากล่อม-รอ
0 เหมือนหรีดหริ่งเรไร .. นั้น-ให้เสียง
แทนสำเนียงพร่ำพร้องในห้องหอ
เพรงกาลภาพก็อบอวล .. เนื้อนวลลออ
ผ่านขึ้นคลอช่วงยามพิรามจรูญ
0 จาก .. ไปวัดทำบุญเพื่อหนุนชาติ
หวังทุกข์โศกจักปลาตถึงขาดสูญ
จาก .. คำบวงคำข้าว .. ถึงเค้ามูล
การตั้งเหตุทวีคูณ .. จนท่วมใจ
0 ตราบ .. คู้ค้อมศีรษะกราบพระเจ้า
หอมกลับเคล้าคลอผ่านสมานสมัย
ร่วม-ศัพท์เสียง, ความ, คำ .. พร้อมกำไล
กรรทบให้ .. เงียบงัน .. สิ้น-อันตรธาน !
0 รูปองค์พระสีทองงามผ่องใส
เมื่อคู่นัยนาตรึงหอมซึ้งผสาน
ธูป, เทียน, ช่อเสาวคนธ์, ถ้อยบนบาน
ก็เผยผ่านครบครัน .. ในสัญญา
0 สองมือเรียวกอบประนม .. หน้าก้มน้อม
คอยแวดล้อมต่อเรื่องอยู่เบื้องหน้า
จากเมียงเมินเขินอุทธัจ .. วางศรัทธา
เชื่อมต่อรมยาจากตาสู่กมล
0 ตาสบรูป .. มือเรียว-ราวเหนี่ยวหน่วง
เงียบเหงาถ้วนทั้งปวง .. ให้ร่วงป่น
ตาสบตา .. ในแผ่นอก .. ก็-วก .. วน
สั่นไหวอลเวงจรด .. ด้วยงดงาม
0 สายลมยังโชยเฉื่อยอย่างเหนื่อยหน่าย
เหลือชม้ายเหลือบชม้อยดั่งคอยจะถาม
ว่า .. เวียนสบตาอยู่ .. ฤา-รู้ความ
ที่ .. นัยน์วามรับอยู่ .. หรือ-รู้แล้ว ?
0 รอคอยเถิด .. อกใจผู้ใฝ่หา
พากย์พรรณนาจะประคองความผ่องแผ้ว
ประนอมควรประนังเชื้อเป็นเนื้อแนว
เชื่อมพร่างแพร้วรังสิมันต์ถึงจันทิรา
.
0 รอคอยยอด-กุสุมาลย์มอบหวานซึ่ง
หอมซ่านและหวานซึ้ง .. หยัด-ซึ่งหน้า
กระหวัดสองแขนเรียวม้วนเกลียวผกา
พร้อมนัยนาฝ่าพลบเข้าจบประจัน !
.
.
สองแขนเรียวร่วมกระหวัดวงวัฏฏา
รวบอุปาทานกระเพื่อมเข้าเชื่อมประชิด !
.
.
.
https://www.bloggang.com/viewdiary.php?id=sdayoo&month=06-2026&date=05&group=238&gblog=12