"นอบน้อม พุทธธรรมสงฆ์ อันเป็นที่พึ่งของข้าพเจ้า"
**********
เอสุการีสูตร
เอสุการีสูตร มีเนื้อหาเป็นการสนทนาระหว่างพระพุทธเจ้ากับเอสุการีพราหมณ์ ว่าด้วยเรื่องเกณฑ์ตัดสินความประเสริฐของมนุษย์หัวใจสำคัญของพระสูตรนี้มีรายละเอียดดังนี้
1.ความเชื่อเรื่องวรรณะของพราหมณ์เอสุการีพราหมณ์ได้กราบทูลถึงอาชีพและหน้าที่ ที่พราหมณ์บัญญัติไว้เพื่อยกย่องวรรณะของตนเอง โดยอ้างว่า
-วรรณะพราหมณ์ ควรได้รับการปรนนิบัติจากทุกวรรณะ
-วรรณะกษัตริย์ พราหมณ์ แพศย์ และศูทร ต่างก็มีหน้าที่ตามบัญญัติที่แตกต่างกันไปในการรับใช้หรือทำอาชีพตามสายตระกูล
2. คำตรัสโต้แย้งของพระพุทธเจ้าพระพุทธเจ้าตรัสอธิบายว่า ในความเป็นจริงแล้ว ทั่วโลกล้วนมีความเสมอภาคกันในทางปฏิบัติ ไม่มีใครสามารถผูกขาดความดีหรือความประเสริฐได้ด้วยชาติตระกูลหรืออาชีพ โดยทรงชี้ให้เห็นว่า
-ความประเสริฐไม่ได้ขึ้นอยู่กับวรรณะ
-คนวรรณะใดก็ตาม หากทำความชั่วก็ย่อมได้รับผลของความชั่ว และหากทำความดีก็ย่อมได้รับผลของความดีเช่นกัน
-เรื่องของอาหารและการหาเลี้ยงชีพพราหมณ์เองก็ประกอบอาชีพเพื่อหาเงินและแสวงหาทรัพย์สินไม่ต่างจากคนทั่วไป ซึ่งการได้มาของโภคทรัพย์ไม่ได้ทำให้คนนั้นสูงส่งกว่าคนอื่น
3.บทสรุปของพระสูตรพระพุทธเจ้าทรงจำแนกให้เห็นว่า บุคคลไม่ว่าจะอยู่ในวรรณะใด หากมี กุศลกรรมบถ 10 (การเว้นจากการทำชั่วทางกาย วาจา ใจ) และปฏิบัติชอบ ย่อมเป็นผู้ประเสริฐเสมอกัน จนในที่สุดเอสุการีพราหมณ์เกิดความเลื่อมใส ทูลขอปฏิญาณตนเป็นอุบาสกผู้ถึงพระรัตนตรัยตลอดชีวิต
เนื้อหาพระสูตรเต็ม
https://84000.org/tipitaka/read/r.php?B=13&A=10535
อรรถกถา
https://84000.org/tipitaka/attha/attha.php?b=13&i=661
"Ai"
คนจะดีหรือชั่วไม่ได้อยู่ที่วรรณะแต่อยู่ที่การกระทำ (2)
**********
เอสุการีสูตร
เอสุการีสูตร มีเนื้อหาเป็นการสนทนาระหว่างพระพุทธเจ้ากับเอสุการีพราหมณ์ ว่าด้วยเรื่องเกณฑ์ตัดสินความประเสริฐของมนุษย์หัวใจสำคัญของพระสูตรนี้มีรายละเอียดดังนี้
1.ความเชื่อเรื่องวรรณะของพราหมณ์เอสุการีพราหมณ์ได้กราบทูลถึงอาชีพและหน้าที่ ที่พราหมณ์บัญญัติไว้เพื่อยกย่องวรรณะของตนเอง โดยอ้างว่า
-วรรณะพราหมณ์ ควรได้รับการปรนนิบัติจากทุกวรรณะ
-วรรณะกษัตริย์ พราหมณ์ แพศย์ และศูทร ต่างก็มีหน้าที่ตามบัญญัติที่แตกต่างกันไปในการรับใช้หรือทำอาชีพตามสายตระกูล
2. คำตรัสโต้แย้งของพระพุทธเจ้าพระพุทธเจ้าตรัสอธิบายว่า ในความเป็นจริงแล้ว ทั่วโลกล้วนมีความเสมอภาคกันในทางปฏิบัติ ไม่มีใครสามารถผูกขาดความดีหรือความประเสริฐได้ด้วยชาติตระกูลหรืออาชีพ โดยทรงชี้ให้เห็นว่า
-ความประเสริฐไม่ได้ขึ้นอยู่กับวรรณะ
-คนวรรณะใดก็ตาม หากทำความชั่วก็ย่อมได้รับผลของความชั่ว และหากทำความดีก็ย่อมได้รับผลของความดีเช่นกัน
-เรื่องของอาหารและการหาเลี้ยงชีพพราหมณ์เองก็ประกอบอาชีพเพื่อหาเงินและแสวงหาทรัพย์สินไม่ต่างจากคนทั่วไป ซึ่งการได้มาของโภคทรัพย์ไม่ได้ทำให้คนนั้นสูงส่งกว่าคนอื่น
3.บทสรุปของพระสูตรพระพุทธเจ้าทรงจำแนกให้เห็นว่า บุคคลไม่ว่าจะอยู่ในวรรณะใด หากมี กุศลกรรมบถ 10 (การเว้นจากการทำชั่วทางกาย วาจา ใจ) และปฏิบัติชอบ ย่อมเป็นผู้ประเสริฐเสมอกัน จนในที่สุดเอสุการีพราหมณ์เกิดความเลื่อมใส ทูลขอปฏิญาณตนเป็นอุบาสกผู้ถึงพระรัตนตรัยตลอดชีวิต
เนื้อหาพระสูตรเต็ม
https://84000.org/tipitaka/read/r.php?B=13&A=10535
อรรถกถา
https://84000.org/tipitaka/attha/attha.php?b=13&i=661
"Ai"