Minimalism Lifestyle
เราเริ่มสนใจการใช้ชีวิตแบบไม่เยอะ
จริงๆนิสัยเราเป็นคนที่ห่างไกลจากความมินิมอล
เป็นคนมินิมาร์ทมากๆค่ะ เยอะไปหมดดด
แต่ความแก่ทำให้คิดได้ + ซื้อบ้านหลังเล็กลง
.
.
.
ตอนแรกเราอยู่อ.ฝาง เชียงใหม่
เราเป็นคนปัตตานี แต่ไปทำงานที่ฝาง 9 ปี
ตัดสินใจซื้ออาคารพาณิชย์ 3 ชั้น 2 ห้องทะลุกัน
ชั้นล่างเปิดร้าน อีก 2 ชั้นอยู่อาศัย มี 5 ห้องนอน 4 ห้องน้ำ
ถ้าลูกโตก็ให้มีห้องส่วนตัวได้สบายเลยย
ข้อเสียคือ บ้านใหญ่ บ้านเรารกแบบสุดๆไปเลยค่ะ
ผนังบ้านเต็มไปด้วยรอยขีด บนพื้นเต็มไปด้วยของเล่น
ของใช้ เสื่อผ้า ข้าวของสารพัด เห็นแล้วไม่สดชื่นเลยย
แค่เห็นก็หมดแรงจะเก็บกวาด
.
.
.
เมื่อ 3 ปีก่ออนปี 66 เราได้ย้ายจากฝางมาอยู่ อ.เมืองเชียงใหม่
ย้ายแบบกะทันหัน ไม่ได้วางแผนล่วงหน้า ลูกก็ย้ายโรงเรียน
เราซื้อบ้านใหม่กลางเมือง เป็นอาคารพาณิชย์ 1 ห้อง 3 ชั้น
ชั้นล่างเปิดร้าน ชั้นบนอยู่กัน 4 คน กับ1 แมว พื้นที่ใช้สอยน้อยกว่าเดิมมาก
ตั้งใจแน่วแน่ว่าจะไม่ซื้อบ้านเพิ่มแล้วค่ะ ผ่อนไม่ไหวแล้วว 55+
บ้านที่ฝางโชคดีที่มีคนเช่าแล้ววว ขอให้เช่ากันไปนานๆน๊าา
ข้อดีของบ้านหลังเล็ก คือ จัดบ้านบ่อย จัดบ้านสนุก
จัดบ้านทีไม่เหนื่อย(มาก) ไม่อยากทิ้งของก็ต้องทิ้ง(บ้าง)
ไม่งั้นไม่มีที่จะเดินค่าาาา ไม่ต้องคิดถึงการมีห้องส่วนตัวให้ลูกค่ะ
ถ้าลูกโต หนูค่อยไปอยู่หอพัก หรือบ้านอาม่า/บ้านยายละกานนนลู้กก
เด็กจิ๋วในวันนั้น ตอนนี้เริ่มโต(นิดๆ) ลูกชายป.3 ลูกสาวป.1 ค่าา
กว่าลูกจะโต หนักหนาสาหัสอยู่ค่ะ เลี้ยงกันเอง พี่เลี่ยงลูกเป็นขโมยไปอีกก
เราตัดสินใจไม่จ้างแม่บ้าน ไม่จ้างใคร(อีกแล้ววว) การจ้างคนคือเหนื่อยใจ พักก่อนนน
.
.
.
พอรู้ว่าต้องย้ายมาอยู่ในเมือง ต้องรีบเคลียร์ของ ปล่อยบ้านที่ฝางให้เช่า
เริ่มจากบริจาคกระเป๋าที่เคยมี บริจาคไปทั้งหมดเลย
ตั้งแต่มีลูก เราใช้แค่ใบเดียว ใช้ใบเดิมใบเดียวมา 3 ปีแล้วค่ะ
เป็นกระเป๋าผ้าของ anello ที่ผ้าไม่หนามาก เบา
.
.
.
ต่อมาก็บริจาครองเท้า + เสื้อผ้า + ของเล่นลูก +หนังสือต่างๆ
เสื้อผ้าเราไม่ได้มียี่ห้ออะไรเลย บริจาคไปไม่เสียดาย
รองเท้าก็ซื้อไปเรื่อย ส่วนมากเป็นมือสอง เราก็เริ่มเปลี่ยนสไตล์การแต่งตัว
รองเท้าก็เป็นผ้าใบ ใส่ทุกวัน จะทำงานไม่ทำงานก็ใส่ผ้าใบทุกวัน คุ้มมม
เรามีรองเท้าผ้าใบ 5 คู่ สีดำ สีขาว สีหลือง สีชมพู สีแดง ใส่สลับไป
สามีใส่รองเท้าแตะกับผ้าใบ ลูกก็มีรองเท้านักเรียน ผ้าใบ รองเท้าแตะ
ถ้าจะซื้อรองเท้าเพิ่ม ก็ต้องทิ้งคู่ที่พังไปก่อน ซื้อเพิ่มเมื่อคู่เก่าพังเท่านั้น
เราเอาตู้กับข้าวจากบ้านเก่ามาทำเป็นตู้เสื้อผ้า
แมวปีนเล่นเรียบร้อยย
เสื้อผ้าเราจะเป็นเสื้อยืด+กางเกง
เราชอบเสื้อยืดUSAมือสองมากก เราว่าใส่สบาย เนื้อผ้าดี ราคาถูก
มีเอี๊ยม จั๊มสูทบ้าง เสื้อกันหนาวส่วนใหญ่จะใส่กล่องเก็บไว้
เราจะเน้นพับเสื้อผ้าใส่ตู้ ส่วนของสามีกับลูกจะแขวนราวค่ะ
แมวชอบห้องนี้มากค่ะ เข้ามาอ้อนทุกเช้า + ปีนขึ้นลง ส่องโน่นนี่ไป
พวกตุ๊กตา ผ้าห่ม ผ้านวม เสื้อกันหนาว ยาต่างๆ ก็เอาใส่กล่องไว้
.
.
.
ต่อไปห้องนอน ลูกสาวเริ่มโต รีเควสห้องส่วนตัว
ห้องก็มีอยู่แค่นี้ เลยซื้อมุ้งมากั้น สรุปลูกไม่นอน
เพราะกลัว ไม่กล้านอนคนเดียว แมวยึดซะเลยย 55+
เสื้อผ้าลูกสาวเยอะมาก เลยซื้อตู้มาเพิ่มใส่เสื่อลูก
ส่วนลูกชายเสื้อมีน้อยย เลยพับๆ ไว้ตรงชั้นริมกำแพง
โต๊ะอ่านหนังสือ ก็อยู่ในห้องนอน วางชิดริมกำแพงอีกด้านนึง
เวลาผ่านไป มวลหมู่ตุ๊กตาก็เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว
ลูกรักตุ๊กตาทุกตัว อยู่ร่วมกับตุ๊กตาหลายสิบตัวต่อไป
ต่อไปเริ่มจัดห้องน้ำ ห้องน้ำอยู่ในห้องนอน
เป็นห้องน้ำเรียบๆเล็กๆ เราไม่มีชั้นวางบนพื้น รู้สึกว่าทำความสะอาดยาก
เราพยายามทำความสะอาดบ่อยๆ เก็บเศษขยะ เศษผม
.

.
.
ห้องครัว ห้องนี้จัดง่ายสุด แต่ก็สกปรกง่ายเหมือนกัน
เรากับสามีทำงานประจำนอกบ้าน ตอนเย็นไปรับลูกที่รร. แล้วกลับมาเปิดร้าน
เลยสั่งGrab รัวๆ ไม่ได้ทำอาหารเลย ตู้เย็นไม่ค่อยมีอะไร
ที่ซื้อมาตุนทุกเดือนคือวิตามินแมววว อาหารแมววว
.
.
.
โซนแมวในบ้าน จริงๆคอนโดแมวที่เริ่มพัง เราก็เอาไปทิ้งบ้าง
เราเอาน้องมาเลี้ยงตอน 2 เดือน เป็นแมวที่โดนทิ้ง น้องน่ารักมากๆๆ เป็นตัวผู้นะคะ
น้องอยู่ทุกที่ (ที่ไม่อยากให้อยู่)
ลูกอยากได้กระโจมน่ารักๆ สรุปแมวยึดไปเรียบร้อย >.<
เต้นสีชมพู โดนแมวฟัด จนสิ้นชีพไปละค่ะ
พอตั้งใจจะ Minimal ก็ต้องเลือกสิ่งที่เราชอบจริงๆ
ซึ่งเราชอบสะสมตุ๊กตาบาร์บี้+ดิสนีย์ค่ะ โดยเฉพาะปราสาท เจ้าหญิงต่างๆ
เลยยกพื้นที่ส่วนนึงในบ้านให้เป็นห้องตุ๊กตา ช่วงแรกเราก็สะสมไปเรื่อย
ตอนนี้เราตั้งใจจะสะสมเฉพาะตัวหายาก/Limited ซื้อปีละครั้งพอค่ะ
พอเราตั้งใจจะซื้อของที่มีค่าต่อใจเราจริงๆ ไม่ซื้อตามกระแส
ก็ทำให้เราลดการ shopping online ไปได้เยอะ
คือใจมันมุ่งมั่นจะซื้อของที่เรารักจริงๆ ไม่ซื้อไปเรื่อย
เรายังคงสะสมตุ๊กตาต่อไป มีเป้าหมายชีวิตให้ชุ่มชื่นหัวใจ
พวกเครื่องสำอางค์ skin care ก็ซื้อแล้วใช้ให้หมดก่อน ถึงจะซื้อขวดใหม่
เราไม่ได้ใช้ครีม/เครื่องสำอางค์ราคาแพง ซื้อราคาไม่เกิน 500 บาท
ของปรนเปรอแมว ก็ไม่ซื้อแล้ว เพราะน้องดูจะชอบเล่นไปเรื่อยมากกว่า
ขอแค่มีวิตามินซองให้กินพอกระชุ่มกระชวย น้องก็ดูแฮปปี้ดี
เราพยายามที่จะประหยัดเงินให้มากขึ้น Minimal + Frugal
Minimalism เน้นลดจำนวนสิ่งของ เน้นคุณภาพ มีของให้น้อยที่สุดเพื่อความสบายตา และมีสมาธิ
Frugalist เน้นการประหยัด ใช้เงินอย่างคุ้มค่า
การจัดบ้านทำให้มีโอกาส Declutter ใจตัวเอง
ทิ้งเรื่องรกสมอง ปล่อยวางความกังวล ปล่อยไร้สาระที่สับสนวุ่นวายอยู่ในหัวออกไป
ทำให้ให้สมองโล่ง มีสมาธิ ช่วยให้เราโฟกัสกับสิ่งที่สำคัญจริงๆ ได้ดีขึ้น
บ้านสื่อถึงความเป็นตัวเองของสมาชิกในบ้าน
ของน้อยลงแต่มีชีวิตชีวาสดใสมากขึ้น
ด้วยรัก
#มัมมี๊อันย่า
˙⋆✮ เส้นทางกว่าจะ Minimalism (บ้างงง) . . . 𐔌՞ ܸ.ˬ.ܸ՞𐦯