เหลือเชื่อ “ประตูน้ำ” แลนด์มาร์กย่านค้าปลีกค้าส่ง โดยเฉพาะการค้าส่งเสื้อผ้าสำเร็จรูปของไทยอย่างยาวนานกว่า 30 ปี แต่ปัจจุบันจำนวนลูกค้าหดหาย ยอดขายลดลงอย่างต่อเนื่อง ลดลง สวนทางกับค่าเช่าที่ปรับสูงขึ้น ย่านการค้าสุดคึกคักอย่างประตูน้ำ กำลังจะถึงกาลอวสานอย่างนั้นหรือ?
📌เสียงสะท้อนผู้ประกอบการ
ในมุมของผู้ประกอบการภายในพื้นที่ประตูน้ำ ส่วนใหญ่ยังคงมีความตั้งใจที่จะดำเนินธุรกิจต่อไปอีก แม้จะยังเผชิญกับแรงกดดันทางด้านรายได้ที่ลดลงและต้นทุนค่าเช่าที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
โดยสะท้อนว่าปัจจัยหลักที่เป็นอุปสรรคในขณะนี้ คือ โครงสร้างราคาค่าเช่าที่อยู่ในระดับสูง ขณะที่มีรายได้ลดลง ไม่เพียงพอสำหรับการจ่ายค่าเช่าพื้นที่และค่าใช้จ่ายอื่นๆ
ส่งผลให้เกิดภาวะกระแสเงินสดติดลบในหลายราย นอกจากนี้ โครงสร้างรายจ่ายที่ไม่สามารถปรับลดลงได้ตามรายได้ที่หดตัว ทำให้เกิดความไม่สมดุลทางธุรกิจ และเป็นแรงกดดันสำคัญต่อการตัดสินใจดำเนินกิจการต่อหรือยุติธุรกิจในเวลาถัดไป
กลุ่มผู้ประกอบการในพื้นที่ย่านประตูน้ำ และ Platinum Fashion Mall ได้เสนอให้ภาครัฐและสถาบันการเงินเข้ามามีบทบาทในการบรรเทาผลกระทบจากภาวะทางเศรษฐกิจในระยะเร่งด่วน โดยมุ่งเน้นการแก้ปัญหาด้านสภาพคล่องเป็นหลัก
เนื่องจากผู้ประกอบการร้านค้าจำนวนมากกำลังประสบกับปัญหารายได้ลดลงสวนทางกับต้นทุนค่าเช่าที่ยังคงเพิ่มขึ้นในระดับสูง
ข้อเสนอสำคัญประกอบด้วยการจัดทำมาตรการสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำสำหรับผู้ประกอบการ SME เป็นระยะเวลา 3–6 เดือน เพื่อช่วยลดภาระดอกเบี้ยและเพิ่มความสามารถในการดำเนินธุรกิจต่อเนื่องในช่วงที่สภาวะเศรษฐกิจยังไม่ฟื้นตัวเต็มที่
ผู้ประกอบการยังมองว่ามาตรการดังกล่าวจะช่วยเสริมสภาพคล่องระยะสั้น ลดแรงกดดันด้านต้นทุนคงที่ และเพิ่มโอกาสในการประคับประคองธุรกิจให้สามารถดำเนินต่อไปได้ภายใต้ภาวะเศรษฐกิจที่ยังมีความไม่แน่นอนสูงในปัจจุบัน
สถานการณ์ที่เกิดขึ้นในย่านประตูน้ำ ซึ่งเคยถูกยกให้เป็นหนึ่งในศูนย์กลางแฟชั่นและการค้าส่งของประเทศ กำลังถูกตั้งคำถามต่อว่า อนาคตของโครงสร้างเศรษฐกิจด้านการค้าปลีกในพื้นที่ ภายใต้แรงกดดันจากยอดขายที่ลดลงต่อเนื่อง
ต้นทุนที่สูงขึ้น และจำนวนผู้ประกอบการที่ทยอยปิดกิจการ ประเด็นสำคัญจึงไม่ใช่เพียงภาวะชะลอตัวระยะสั้น แต่เป็นคำถามเชิงโครงสร้างว่าพื้นที่ดังกล่าวกำลังเปลี่ยนสถานะจาก “ศูนย์กลางการค้าแฟชั่น” ไปสู่ “พื้นที่รอการฟื้นตัว” หรือไม่
ในขณะเดียวกัน ยังเกิดคำถามถึงความสามารถในการอยู่รอดของผู้ประกอบการรายย่อย หากเจ้าพื้นที่ให้เช่ายังคงค่าเช่าอยู่ในระดับเดิม ท่ามกลางรายได้ที่หดตัวลงอย่างต่อเนื่อง ธุรกิจขนาดเล็กจะสามารถประคองตัวได้อีกนานเพียงใด
ท้ายที่สุด วิกฤตครั้งนี้ยังสะท้อนคำถามสำคัญต่อภาพรวมของอุตสาหกรรมค้าปลีกและค้าส่งของประเทศไทยว่า โมเดลธุรกิจร้านค้าแบบดั้งเดิมที่พึ่งพาทำเลและค่าเช่าพื้นที่เป็นหลัก ยังมีความเหมาะสมหรือไม่ในสถานการณ์ภาวะเศรษฐกิจถดถอยในยุคปัจจุบัน ที่กำลังซื้อมีการเปลี่ยนแปลงและพฤติกรรมผู้บริโภคไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป
.
.
Cr.
https://www.youtube.com/watch?v=Ad3NrYZogZ4
ที่มา : ไทยแฟรนไชส์เซ็นเตอร์
อวสานย่านประตูน้ำ คนซื้อไม่ไป คนขายไม่ไหว ใครจะรอด! [ThaiFranchise Today]
เหลือเชื่อ “ประตูน้ำ” แลนด์มาร์กย่านค้าปลีกค้าส่ง โดยเฉพาะการค้าส่งเสื้อผ้าสำเร็จรูปของไทยอย่างยาวนานกว่า 30 ปี แต่ปัจจุบันจำนวนลูกค้าหดหาย ยอดขายลดลงอย่างต่อเนื่อง ลดลง สวนทางกับค่าเช่าที่ปรับสูงขึ้น ย่านการค้าสุดคึกคักอย่างประตูน้ำ กำลังจะถึงกาลอวสานอย่างนั้นหรือ?
📌เสียงสะท้อนผู้ประกอบการ
ในมุมของผู้ประกอบการภายในพื้นที่ประตูน้ำ ส่วนใหญ่ยังคงมีความตั้งใจที่จะดำเนินธุรกิจต่อไปอีก แม้จะยังเผชิญกับแรงกดดันทางด้านรายได้ที่ลดลงและต้นทุนค่าเช่าที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
โดยสะท้อนว่าปัจจัยหลักที่เป็นอุปสรรคในขณะนี้ คือ โครงสร้างราคาค่าเช่าที่อยู่ในระดับสูง ขณะที่มีรายได้ลดลง ไม่เพียงพอสำหรับการจ่ายค่าเช่าพื้นที่และค่าใช้จ่ายอื่นๆ
ส่งผลให้เกิดภาวะกระแสเงินสดติดลบในหลายราย นอกจากนี้ โครงสร้างรายจ่ายที่ไม่สามารถปรับลดลงได้ตามรายได้ที่หดตัว ทำให้เกิดความไม่สมดุลทางธุรกิจ และเป็นแรงกดดันสำคัญต่อการตัดสินใจดำเนินกิจการต่อหรือยุติธุรกิจในเวลาถัดไป
กลุ่มผู้ประกอบการในพื้นที่ย่านประตูน้ำ และ Platinum Fashion Mall ได้เสนอให้ภาครัฐและสถาบันการเงินเข้ามามีบทบาทในการบรรเทาผลกระทบจากภาวะทางเศรษฐกิจในระยะเร่งด่วน โดยมุ่งเน้นการแก้ปัญหาด้านสภาพคล่องเป็นหลัก
เนื่องจากผู้ประกอบการร้านค้าจำนวนมากกำลังประสบกับปัญหารายได้ลดลงสวนทางกับต้นทุนค่าเช่าที่ยังคงเพิ่มขึ้นในระดับสูง
ข้อเสนอสำคัญประกอบด้วยการจัดทำมาตรการสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำสำหรับผู้ประกอบการ SME เป็นระยะเวลา 3–6 เดือน เพื่อช่วยลดภาระดอกเบี้ยและเพิ่มความสามารถในการดำเนินธุรกิจต่อเนื่องในช่วงที่สภาวะเศรษฐกิจยังไม่ฟื้นตัวเต็มที่
ผู้ประกอบการยังมองว่ามาตรการดังกล่าวจะช่วยเสริมสภาพคล่องระยะสั้น ลดแรงกดดันด้านต้นทุนคงที่ และเพิ่มโอกาสในการประคับประคองธุรกิจให้สามารถดำเนินต่อไปได้ภายใต้ภาวะเศรษฐกิจที่ยังมีความไม่แน่นอนสูงในปัจจุบัน
สถานการณ์ที่เกิดขึ้นในย่านประตูน้ำ ซึ่งเคยถูกยกให้เป็นหนึ่งในศูนย์กลางแฟชั่นและการค้าส่งของประเทศ กำลังถูกตั้งคำถามต่อว่า อนาคตของโครงสร้างเศรษฐกิจด้านการค้าปลีกในพื้นที่ ภายใต้แรงกดดันจากยอดขายที่ลดลงต่อเนื่อง
ต้นทุนที่สูงขึ้น และจำนวนผู้ประกอบการที่ทยอยปิดกิจการ ประเด็นสำคัญจึงไม่ใช่เพียงภาวะชะลอตัวระยะสั้น แต่เป็นคำถามเชิงโครงสร้างว่าพื้นที่ดังกล่าวกำลังเปลี่ยนสถานะจาก “ศูนย์กลางการค้าแฟชั่น” ไปสู่ “พื้นที่รอการฟื้นตัว” หรือไม่
ในขณะเดียวกัน ยังเกิดคำถามถึงความสามารถในการอยู่รอดของผู้ประกอบการรายย่อย หากเจ้าพื้นที่ให้เช่ายังคงค่าเช่าอยู่ในระดับเดิม ท่ามกลางรายได้ที่หดตัวลงอย่างต่อเนื่อง ธุรกิจขนาดเล็กจะสามารถประคองตัวได้อีกนานเพียงใด
ท้ายที่สุด วิกฤตครั้งนี้ยังสะท้อนคำถามสำคัญต่อภาพรวมของอุตสาหกรรมค้าปลีกและค้าส่งของประเทศไทยว่า โมเดลธุรกิจร้านค้าแบบดั้งเดิมที่พึ่งพาทำเลและค่าเช่าพื้นที่เป็นหลัก ยังมีความเหมาะสมหรือไม่ในสถานการณ์ภาวะเศรษฐกิจถดถอยในยุคปัจจุบัน ที่กำลังซื้อมีการเปลี่ยนแปลงและพฤติกรรมผู้บริโภคไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป
.
.
Cr. https://www.youtube.com/watch?v=Ad3NrYZogZ4
ที่มา : ไทยแฟรนไชส์เซ็นเตอร์