มีอะไรใหม่ใน Gripen F เครื่องบินขับไล่สองที่นั่งที่ Saab เพิ่งเปิดตัว?

     บริษัท Saab จากสวีเดนจัดพิธีเปิดตัว (Rollout) เครื่องบินขับไล่แบบ Gripen F เครื่องแรกอย่างเป็นทางการที่โรงงานในเมืองลินเชอปิง ประเทศสวีเดน เมื่อวันที่ 2 มิถุนายน โดยเครื่องบินลำแรกนี้จะส่งมอบให้แก่กองทัพอากาศบราซิล (FAB) ซึ่งเป็นลูกค้ารายแรกของโครงการ
คำถามที่หลายคนอยากรู้คือ ‘Gripen F’ มีความพิเศษอย่างไร? และสร้างโอกาสการพัฒนาเทคโนโลยีการป้องกันประเทศให้แก่อุตสาหกรรมของบราซิลที่อาจเป็นต้นแบบความร่วมมือสำหรับประเทศอื่นๆ อย่างไรบ้าง? บทความนี้จะสรุปประเด็นสำคัญๆ เพื่อตอบคำถามเหล่านี้

      Gripen F เป็นมากกว่า ‘เครื่องบินฝึก’
โดยปกติแล้ว เครื่องบินขับไล่เวอร์ชัน 2 ที่นั่งในอดีต มักถูกดัดแปลงมาจากเครื่องบินที่นั่งเดี่ยวเพื่อใช้ในการฝึกซ้อมเป็นหลัก ซึ่งอาจถูกลดทอนระบบเซนเซอร์หรืออาวุธบางอย่างออกไป
     แต่สำหรับ Gripen F นั้น Saab เปิดเผยว่า เครื่องบินรบรุ่นนี้ได้รับการออกแบบและพัฒนาขึ้นสำหรับการเป็นเครื่องบินสองที่นั่งสมรรถนะสูงในตระกูล Gripen E/F มาตั้งแต่ต้น ซึ่งหมายความว่า มันยังคงรักษาขีดความสามารถในการรบ, ระบบเซนเซอร์ และสถาปัตยกรรมระบบที่ Saab ระบุว่าเป็นการปฏิวัติวงการแบบเดียวกับ Gripen E (รุ่นที่นั่งเดี่ยว) ทุกประการ
     โดยตัวเครื่องจะมีความยาวกว่ารุ่น Gripen E ประมาณ 70 เซนติเมตร เพื่อรองรับห้องนักบินที่สอง
- ใช้ปัญญาประดิษฐ์ (AI): อีกจุดเด่นของเครื่องบินตระกูล E/F คือมีระบบ AI ทำหน้าที่เป็น ‘นักบินผู้ช่วยดิจิทัล’ คอยวิเคราะห์ข้อมูลจากเรดาร์ เซนเซอร์ และระบบสื่อสารแบบเรียลไทม์ เพื่อช่วยจัดลำดับความเร่งด่วนของภัยคุกคามและแนะนำแนวทางการปฏิบัติการให้กับนักบิน

      ห้องนักบินที่สองที่แยกอิสระ ยกระดับการฝึกและความได้เปรียบในสนามรบ
การเพิ่มห้องนักบินที่สอง (Second Cockpit) ที่ทำงานแยกเป็นอิสระอย่างสมบูรณ์ ส่งผลดีใน 2 มิติหลักๆ คือ:
- ด้านการฝึกซ้อม: ครูฝึกสามารถร่วมบินและควบคุมในภารกิจจำลองสถานการณ์รบจริงได้อย่างใกล้ชิด ช่วยให้นักบินฝึกหัดเรียนรู้ได้เร็วขึ้น และร่นระยะเวลาฝึกบินในเครื่องบินแบบใหม่ (Pilot Conversion) ให้กระชับขึ้นกว่าเดิมมาก
- ด้านการรบจริง: ในสภาพแวดล้อมที่มีความเสี่ยงและภัยคุกคามสูง (High-Threat Environments) การมีนักบิน 2 คนจะช่วย "แบ่งเบาภาระงาน" (Shared Workload) โดยคนหนึ่งโฟกัสที่การบิน ส่วนอีกคนทำหน้าที่เป็นผู้ควบคุมระบบอาวุธและสั่งการภารกิจ (Mission Command) ทำให้การรบมีประสิทธิภาพและแม่นยำยิ่งขึ้น

      โมเดลการถ่ายทอดเทคโนโลยีสู่โอกาสครั้งใหญ่ของอุตสาหกรรมบราซิล
โครงการ Gripen E/F ของบราซิลมีการลงนามในปี 2014 เพื่อจัดหาเครื่องบินขับไล่ทั้งหมด 36 เครื่อง โดยแบ่งเป็น Gripen E จำนวน 28 เครื่อง และ Gripen F 8 เครื่อง ถือเป็นสัญลักษณ์ความสำเร็จครั้งสำคัญ เพราะบราซิลไม่ได้เป็นเพียงผู้ซื้อเท่านั้น แต่ Saab ยืนยันว่า บราซิลเป็นผู้ร่วมพัฒนาเครื่องบิน (Co-developer) ผ่านโปรแกรมการถ่ายทอดเทคโนโลยี (Transfer of Technology) ที่ครอบคลุม ซึ่งได้สร้างโอกาสและการเปลี่ยนแปลงให้แก่บราซิลในหลายด้าน:
- การยกระดับบุคลากร: วิศวกรและช่างเทคนิคชาวบราซิลหลายร้อยคนได้รับการฝึกอบรมเชิงลึกเกี่ยวกับการออกแบบ การบูรณาการระบบ และการพัฒนาอากาศยานขั้นสูง
- การเสริมความแข็งแกร่งให้กับฐานอุตสาหกรรมในประเทศ: ความร่วมมือนี้เปิดโอกาสให้อุตสาหกรรมการบินและอวกาศ รวมถึงบริษัทท้องถิ่นของบราซิล เข้ามามีส่วนร่วมโดยตรงในทุกช่วงวงจรชีวิตของเครื่องบิน (Lifecycle) ตั้งแต่ขั้นตอนการออกแบบไปจนถึงการผลิต
- ความร่วมมือระยะยาว: เป็นการวางรากฐานความร่วมมือทางอุตสาหกรรมและการทหารที่ยั่งยืนระหว่างสวีเดน อุตสาหกรรมบราซิล และกองทัพอากาศบราซิล
     Lars Tossman หัวหน้าภาคธุรกิจการบิน (Aeronautics) ของ Saab ได้กล่าวถึงความสำเร็จในการร่วมมือครั้งนี้ว่า "การเปิดตัว Gripen F ในครั้งนี้ ถือเป็นความสำเร็จร่วมกันระหว่าง Saab อุตสาหกรรมของบราซิล และกองทัพอากาศบราซิล สะท้อนให้เห็นถึงความไว้วางใจอันลึกซึ้งที่เราได้สร้างร่วมกันมาหลายปี การพัฒนาเครื่องบินลำนี้ร่วมกันแสดงให้เห็นถึงความพร้อมและความสมบูรณ์แบบของความร่วมมือนี้ มันไม่เพียงแต่เป็นเครื่องบินขับไล่ที่มีสมรรถนะสูงสำหรับกองทัพอากาศบราซิลเท่านั้น แต่ยังเป็นผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรมจากการพัฒนาร่วมกันอย่างต่อเนื่อง"

      อนาคตในตลาดโลก (รวมถึงประเทศไทย)
จากการเป็นเครื่องบินรบเอนกประสงค์ที่ตอบโจทย์ทั้ง ‘การฝึกซ้อมระดับสูง’ และ ‘การปฏิบัติการรบจริง’ ในเครื่องเดียว ทำให้ Gripen F อาจกลายเป็นโมเดลที่อยู่ในเรดาร์ความสนใจของตลาดโลกมากขึ้น
     นอกจากกองทัพอากาศบราซิลแล้ว ปัจจุบัน Saab ยังได้รับคำสั่งซื้อเครื่องบินรุ่น Gripen F นี้จากไทยและโคลอมเบียด้วย โดยโคลอมเบียจะใช้โมเดลความร่วมมือและการถ่ายทอดเทคโนโลยีคล้ายกับบราซิล
     ส่วนไทยตั้งเป้าที่จะนำส่วนผสมระหว่าง Gripen E และ Gripen F เข้ามาเสริมสร้างความแข็งแกร่งและเพิ่มขีดความสามารถของกองทัพอากาศในอนาคต

     สำหรับขั้นตอนหลังจากการเปิดตัวที่โรงงานแล้ว Gripen F เครื่องแรกนี้จะถูกย้ายไปที่ศูนย์ทดสอบการบินของ Saab ในประเทศสวีเดน เพื่อเข้าสู่กระบวนการทดสอบการบิน (Flight Test Campaign) เพื่อทดสอบและรับรองสมรรถนะการบินขั้นสุดท้ายให้สมบูรณ์ ก่อนจะส่งมอบถึงมือของกองทัพอากาศบราซิลต่อไป

ภาพ: Saab

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่