ธปท.คุมเข้มเงินสดทั้งระบบ บังคับแจงที่มา เงินฝาก 5 ล้านบาท
.
ธนาคารแห่งประเทศไทย เตรียมออกมาตรการใหม่ให้ผู้ฝากเงินสดตั้งแต่ 5 ล้านบาทขึ้นไป ต้องแจ้งแหล่งที่มาของเงิน ภายใน 2-3 เดือนข้างหน้า หลังมาตรการคุมถอนเงินสดวงเงินสูงเริ่มเห็นผลชัดเจน
.
นายวิทัย รัตนากร ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า ธปท. เตรียมบังคับใช้เกณฑ์การฝากเงินสดตั้งแต่ 5 ล้านบาทขึ้นไป โดยผู้ฝากต้องชี้แจงแหล่งที่มาของเงินอย่างชัดเจน
.
มาตรการดังกล่าวจะรวมถึงการแลกธนบัตรมูลค่าสูง เช่น การนำธนบัตรใบละ 1,000 บาท มูลค่ารวม 5 ล้านบาท มาแลกเป็นธนบัตรชนิดอื่น ซึ่งต้องแจ้งวัตถุประสงค์และแหล่งที่มาของเงินเช่นเดียวกัน
.
หลังเริ่มใช้มาตรการควบคุมการถอนเงินสดตั้งแต่ 5 ล้านบาทขึ้นไปในเดือนเมษายนที่ผ่านมา จำนวนครั้งการถอนเงินสดมูลค่าสูงลดลงประมาณ 28% และมูลค่ารวมลดลงประมาณ 25% เมื่อเทียบกับค่าเฉลี่ยไตรมาสแรก
.
ข้อมูลเดือนพฤษภาคมพบว่าการใช้เงินสดยังลดลงต่อเนื่องอีกประมาณ 25-30% โดยส่วนหนึ่งมาจากการที่ผู้ทำธุรกรรมหันไปใช้ช่องทางอื่นที่สามารถตรวจสอบได้มากกว่า
.
ผู้ว่าการ ธปท. ระบุว่า ธุรกรรมที่เกี่ยวข้องกับคอร์รัปชันหรือธุรกิจผิดกฎหมายมักใช้เงินสดเป็นหลัก การคุมเข้มทั้งการฝาก ถอน และแลกเงิน จะช่วยลดโอกาสการทำธุรกิจสีเทาและเพิ่มความสามารถในการตรวจสอบย้อนหลัง
.
ธปท. ย้ำว่ามาตรการนี้มีเป้าหมายผลักดันให้ประชาชนและภาคธุรกิจใช้การโอนเงินหรือเครื่องมือทางการเงินอื่นแทนเงินสด แม้อาจเพิ่มภาระด้านการติดตามธุรกรรมให้ธนาคารพาณิชย์ แต่เชื่อว่าจะช่วยเสริมความมั่นคงของระบบการเงินในระยะยาว
https://www.facebook.com/share/1T44fo72g7/
💸 ธปท.คุมเข้มเงินสดทั้งระบบ บังคับแจงที่มา เงินฝาก 5 ล้านบาท
.
ธนาคารแห่งประเทศไทย เตรียมออกมาตรการใหม่ให้ผู้ฝากเงินสดตั้งแต่ 5 ล้านบาทขึ้นไป ต้องแจ้งแหล่งที่มาของเงิน ภายใน 2-3 เดือนข้างหน้า หลังมาตรการคุมถอนเงินสดวงเงินสูงเริ่มเห็นผลชัดเจน
.
นายวิทัย รัตนากร ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า ธปท. เตรียมบังคับใช้เกณฑ์การฝากเงินสดตั้งแต่ 5 ล้านบาทขึ้นไป โดยผู้ฝากต้องชี้แจงแหล่งที่มาของเงินอย่างชัดเจน
.
มาตรการดังกล่าวจะรวมถึงการแลกธนบัตรมูลค่าสูง เช่น การนำธนบัตรใบละ 1,000 บาท มูลค่ารวม 5 ล้านบาท มาแลกเป็นธนบัตรชนิดอื่น ซึ่งต้องแจ้งวัตถุประสงค์และแหล่งที่มาของเงินเช่นเดียวกัน
.
หลังเริ่มใช้มาตรการควบคุมการถอนเงินสดตั้งแต่ 5 ล้านบาทขึ้นไปในเดือนเมษายนที่ผ่านมา จำนวนครั้งการถอนเงินสดมูลค่าสูงลดลงประมาณ 28% และมูลค่ารวมลดลงประมาณ 25% เมื่อเทียบกับค่าเฉลี่ยไตรมาสแรก
.
ข้อมูลเดือนพฤษภาคมพบว่าการใช้เงินสดยังลดลงต่อเนื่องอีกประมาณ 25-30% โดยส่วนหนึ่งมาจากการที่ผู้ทำธุรกรรมหันไปใช้ช่องทางอื่นที่สามารถตรวจสอบได้มากกว่า
.
ผู้ว่าการ ธปท. ระบุว่า ธุรกรรมที่เกี่ยวข้องกับคอร์รัปชันหรือธุรกิจผิดกฎหมายมักใช้เงินสดเป็นหลัก การคุมเข้มทั้งการฝาก ถอน และแลกเงิน จะช่วยลดโอกาสการทำธุรกิจสีเทาและเพิ่มความสามารถในการตรวจสอบย้อนหลัง
.
ธปท. ย้ำว่ามาตรการนี้มีเป้าหมายผลักดันให้ประชาชนและภาคธุรกิจใช้การโอนเงินหรือเครื่องมือทางการเงินอื่นแทนเงินสด แม้อาจเพิ่มภาระด้านการติดตามธุรกรรมให้ธนาคารพาณิชย์ แต่เชื่อว่าจะช่วยเสริมความมั่นคงของระบบการเงินในระยะยาว
https://www.facebook.com/share/1T44fo72g7/