
หลังจากที่มีกระแสข่าวลือเมื่อเดือนที่แล้วว่า Asus กำลังเตรียมความพร้อมที่จะกลับเข้าสู่ตลาดแท็บเล็ตอีกครั้ง ล่าสุดทางบริษัทได้ออกมาประกาศยืนยันการคัมแบ็กอย่างเป็นทางการแล้ว ด้วยการเปิดตัวแท็บเล็ตรุ่นใหม่ล่าสุดภายใต้ชื่อ "Asus Pad" มาพร้อมหน้าจอแสดงผลทรงพลังแบบ Dual-layer OLED (OLED สองชั้น) ขนาด 12.2 นิ้ว อัตรารีเฟรชเรทลื่นไหลสูงถึง 144Hz อัตราส่วนหน้าจอ 3:2 ให้ความสว่าง 600 nits และมีความละเอียดอยู่ที่ 2,800 x 1,840 พิกเซล โดยตัวเครื่องมีดีไซน์ที่บางเฉียบเพียง 6.5 มิลลิเมตร น้ำหนัก 523 กรัม โครงสร้างตัวเรือนทำจากวัสดุแมกนีเซียมอัลลอยด์จับคู่กับฝาหลังที่ทำจากไฟเบอร์กลาส

ขุมพลังภายในของ Asus Pad ขับเคลื่อนด้วยชิปเซ็ต MediaTek Dimensity 8300 ทำงานร่วมกับหน่วยความจำ RAM ชนิด LPDDR5X ขนาด 8GB และมีพื้นที่จัดเก็บข้อมูลภายในตัวเครื่องมาตรฐาน UFS 3.1 สูงสุด 256GB นอกจากนี้ Asus ยังได้ติดตั้งช่องเสียบการ์ด microSD มาให้เพื่อรองรับการขยายความจุเพิ่มเติม ในด้านพลังงานถูกควบคุมด้วยแบตเตอรี่ขนาดใหญ่ความจุ 9,000mAh ที่รองรับระบบชาร์จไว 45W ด้านระบบความบันเทิงจัดเต็มด้วยลำโพง 4 ตัวที่รองรับระบบเสียง Dolby Atmos เชื่อมต่อผ่านพอร์ต USB 3.2 Gen 1 Type-C และขับเคลื่อนด้วยระบบปฏิบัติการ Android 16 เวอร์ชันใหม่ล่าสุด

สำหรับระบบกล้องถ่ายภาพ แท็บเล็ตรุ่นนี้มาพร้อมกล้องหลังความละเอียด 13 ล้านพิกเซล ควบคู่กับไฟแฟลช LED ขณะที่กล้องหน้าให้ความละเอียดมาที่ 5 ล้านพิกเซล เพื่อรองรับการเซลฟี่และการใช้งานวิดีโอคอล ส่วนระบบการเชื่อมต่อไร้สายประกอบด้วย Wi-Fi 6E และ Bluetooth 5.3 ทั้งนี้ แม้ว่าทาง Asus จะยังไม่ได้ประกาศรายละเอียดเกี่ยวกับราคาและวันวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการ แต่ยืนยันแล้วว่าเมื่อสินค้าออกสู่ตลาด ตัวเครื่องจะรองรับการใช้งานร่วมกับปากกาสไตลัส Asus Pen 2.0 รวมถึงคีย์บอร์ดบลูทูธที่เป็นอุปกรณ์เสริม และทางแบรนด์จะมีการแถมเคสป้องกันมาให้ภายในกล่องด้วยทันที
หมีเด้งวิเคราะห์ : การหวนคืนสู่สมรภูมิตลาดแท็บเล็ตของ Asus ในครั้งนี้ จะส่งผลให้การแข่งขันในเซกเมนต์แท็บเล็ตระดับพรีเมียมมีความรุนแรงและคึกคักมากยิ่งขึ้น การเลือกใช้หน้าจอเทคโนโลยีระดับสูงอย่างเดนซิตี้แสดงผลแบบ OLED สองชั้น (Dual-layer OLED) ความถี่ 144Hz ซึ่งเป็นนวัตกรรมที่มักจำกัดอยู่ในแท็บเล็ตระดับท็อปของเจ้าตลาด จะกลายเป็นการกดดันแบรนด์คู่แข่งรายอื่นให้ต้องเร่งอัปเกรดมาตรฐานหน้าจอของตนเอง นอกจากนี้การจัดสเปกที่สมดุลทั้งในแง่ความบางและแบตเตอรี่ความจุสูงถึง 9,000mAh พร้อมของแถมในกล่อง จะช่วยดึงดูดกลุ่มผู้ใช้ฝั่งแอนดรอยด์ที่ต้องการแท็บเล็ตเพื่อการทำงานและความบันเทิง และอาจส่งผลให้ส่วนแบ่งทางการตลาดของเจ้าตลาดเดิมถูกแบ่งไปหาก Asus ตั้งราคาจำหน่ายอย่างสมเหตุสมผล
source: gsmarena
Asus คัมแบ็ก! เปิดตัว "Asus Pad" แท็บเล็ตหน้าจอ OLED สองชั้น 144Hz ท้าชนเจ้าตลาด
หลังจากที่มีกระแสข่าวลือเมื่อเดือนที่แล้วว่า Asus กำลังเตรียมความพร้อมที่จะกลับเข้าสู่ตลาดแท็บเล็ตอีกครั้ง ล่าสุดทางบริษัทได้ออกมาประกาศยืนยันการคัมแบ็กอย่างเป็นทางการแล้ว ด้วยการเปิดตัวแท็บเล็ตรุ่นใหม่ล่าสุดภายใต้ชื่อ "Asus Pad" มาพร้อมหน้าจอแสดงผลทรงพลังแบบ Dual-layer OLED (OLED สองชั้น) ขนาด 12.2 นิ้ว อัตรารีเฟรชเรทลื่นไหลสูงถึง 144Hz อัตราส่วนหน้าจอ 3:2 ให้ความสว่าง 600 nits และมีความละเอียดอยู่ที่ 2,800 x 1,840 พิกเซล โดยตัวเครื่องมีดีไซน์ที่บางเฉียบเพียง 6.5 มิลลิเมตร น้ำหนัก 523 กรัม โครงสร้างตัวเรือนทำจากวัสดุแมกนีเซียมอัลลอยด์จับคู่กับฝาหลังที่ทำจากไฟเบอร์กลาส
ขุมพลังภายในของ Asus Pad ขับเคลื่อนด้วยชิปเซ็ต MediaTek Dimensity 8300 ทำงานร่วมกับหน่วยความจำ RAM ชนิด LPDDR5X ขนาด 8GB และมีพื้นที่จัดเก็บข้อมูลภายในตัวเครื่องมาตรฐาน UFS 3.1 สูงสุด 256GB นอกจากนี้ Asus ยังได้ติดตั้งช่องเสียบการ์ด microSD มาให้เพื่อรองรับการขยายความจุเพิ่มเติม ในด้านพลังงานถูกควบคุมด้วยแบตเตอรี่ขนาดใหญ่ความจุ 9,000mAh ที่รองรับระบบชาร์จไว 45W ด้านระบบความบันเทิงจัดเต็มด้วยลำโพง 4 ตัวที่รองรับระบบเสียง Dolby Atmos เชื่อมต่อผ่านพอร์ต USB 3.2 Gen 1 Type-C และขับเคลื่อนด้วยระบบปฏิบัติการ Android 16 เวอร์ชันใหม่ล่าสุด
สำหรับระบบกล้องถ่ายภาพ แท็บเล็ตรุ่นนี้มาพร้อมกล้องหลังความละเอียด 13 ล้านพิกเซล ควบคู่กับไฟแฟลช LED ขณะที่กล้องหน้าให้ความละเอียดมาที่ 5 ล้านพิกเซล เพื่อรองรับการเซลฟี่และการใช้งานวิดีโอคอล ส่วนระบบการเชื่อมต่อไร้สายประกอบด้วย Wi-Fi 6E และ Bluetooth 5.3 ทั้งนี้ แม้ว่าทาง Asus จะยังไม่ได้ประกาศรายละเอียดเกี่ยวกับราคาและวันวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการ แต่ยืนยันแล้วว่าเมื่อสินค้าออกสู่ตลาด ตัวเครื่องจะรองรับการใช้งานร่วมกับปากกาสไตลัส Asus Pen 2.0 รวมถึงคีย์บอร์ดบลูทูธที่เป็นอุปกรณ์เสริม และทางแบรนด์จะมีการแถมเคสป้องกันมาให้ภายในกล่องด้วยทันที
หมีเด้งวิเคราะห์ : การหวนคืนสู่สมรภูมิตลาดแท็บเล็ตของ Asus ในครั้งนี้ จะส่งผลให้การแข่งขันในเซกเมนต์แท็บเล็ตระดับพรีเมียมมีความรุนแรงและคึกคักมากยิ่งขึ้น การเลือกใช้หน้าจอเทคโนโลยีระดับสูงอย่างเดนซิตี้แสดงผลแบบ OLED สองชั้น (Dual-layer OLED) ความถี่ 144Hz ซึ่งเป็นนวัตกรรมที่มักจำกัดอยู่ในแท็บเล็ตระดับท็อปของเจ้าตลาด จะกลายเป็นการกดดันแบรนด์คู่แข่งรายอื่นให้ต้องเร่งอัปเกรดมาตรฐานหน้าจอของตนเอง นอกจากนี้การจัดสเปกที่สมดุลทั้งในแง่ความบางและแบตเตอรี่ความจุสูงถึง 9,000mAh พร้อมของแถมในกล่อง จะช่วยดึงดูดกลุ่มผู้ใช้ฝั่งแอนดรอยด์ที่ต้องการแท็บเล็ตเพื่อการทำงานและความบันเทิง และอาจส่งผลให้ส่วนแบ่งทางการตลาดของเจ้าตลาดเดิมถูกแบ่งไปหาก Asus ตั้งราคาจำหน่ายอย่างสมเหตุสมผล
source: gsmarena