📌ชี้เป็นการผลาญภาษีประชาชน จี้ปฏิรูปเร่งด่วน
นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม สส.บัญชีรายชื่อและหัวหน้าพรรคไทยภักดี ออกมาเคลื่อนไหวครั้งสำคัญ เรียกร้องให้มีการปฏิรูปรัฐสภาเพื่อรักษาผลประโยชน์และเงินภาษีของประชาชน
✍🏻พร้อมทั้งเปิดโปงช่องโหว่เชิงโครงสร้างของ "กองทุนผู้ที่เคยเป็นสมาชิกรัฐสภา" ที่เอื้อประโยชน์ให้เกิดการผลาญงบประมาณอย่างไม่คุ้มค่า
📌เปิดช่องโหว่ สส. ปาร์ตี้ลิสต์สลับฟันปลา เพียงไม่กี่วันได้สิทธิประโยชน์พ่วง
นพ.วรงค์ ระบุว่า ตนได้พบช่องโหว่ร้ายแรงในกรณีที่ สส.แบบบัญชีรายชื่อ (ปาร์ตี้ลิสต์) ประกาศลาออก เพื่อขยับให้ผู้สมัครในลำดับถัดไปขึ้นมาดำรงตำแหน่งแทน ซึ่งกระบวนการนี้ทำให้บุคคลที่ก้าวขึ้นมาเป็น สส. แทน แม้จะดำรงตำแหน่งเพียง "ไม่กี่วัน" ก็สามารถเข้าถึงสิทธิประโยชน์ต่างๆ ของกองทุนฯ ได้ถึง 4 สิทธิทันที (ยกเว้นเงินบำนาญ)
📌นอกจากนี้ กฎระเบียบปัจจุบันยังระบุว่า สส. หรือ สว. ที่ดำรงตำแหน่งตั้งแต่ 1 ปีขึ้นไป จะได้รับสิทธิบำนาญตลอดชีวิต โดยเริ่มต้นที่เดือนละ 21,300 บาท รวมถึงสิทธิประโยชน์พ่วงอื่นๆ เช่น ค่ารักษาพยาบาล และทุนการศึกษาบุตร ซึ่งตนมองว่าเป็นข้อบังคับที่ละหลวมและไม่เป็นธรรมต่อเงินภาษีของประชาชน
"ผมพบช่องโหว่ กรณีที่มี สส.บัญชีรายชื่อ ประกาศลาออก และจากนั้นจะมีการดัน สส.บัญชีรายชื่อคนใหม่ขึ้นมาเป็น สส. เพียงไม่กี่วัน ก็จะได้ถึง 4 สิทธิ... นี่คือการผลาญภาษีของประชาชน" นพ.วรงค์ กล่าว
✍🏻เสนอลดโควตา "ผู้ช่วย สส.-สว." เซฟเงินแผ่นดินได้กว่า 2.5 พันล้าน
📌นอกเหนือจากประเด็นกองทุนรัฐสภาแล้ว นพ.วรงค์ ยังได้ยื่นข้อเสนอแนะในการลดรายจ่ายที่ไม่จำเป็น โดยเสนอให้ปรับลดจำนวนผู้ช่วย สส. และ สว. จากเดิมที่กำหนดไว้ให้มีได้คนละ 5 คน ให้ลดลงเหลือเพียงคนละ 3 คน ซึ่งเชื่อว่าเพียงพอต่อการปฏิบัติงานจริงแล้ว
📌หากสามารถปรับลดจำนวนผู้ช่วยฯ ได้ครบทั้ง 700 คน จะช่วยประหยัดงบประมาณแผ่นดินได้สูงถึง 2,520 ล้านบาทต่อหนึ่งสมัย (4 ปี) พร้อมกับชี้แจงทำความเข้าใจว่า ตำแหน่งผู้ช่วย สส. นั้น ไม่ใช่อาชีพหลัก แต่เป็นการอาสาเข้ามาช่วยทำงานและถือเป็นรายได้พิเศษเท่านั้น
📌จี้คัดค้าน-เรียกร้องยกเลิกบำนาญตลอดชีพ
จากปัญหาทั้งหมดที่เกิดขึ้น นพ.วรงค์ จึงขอประกาศคัดค้านและเรียกร้องให้มีการยกเลิกสิทธิบำนาญตลอดชีพของสมาชิกรัฐสภา พร้อมทั้งจี้ให้คณะกรรมการกองทุนฯ เร่งดำเนินการปรับปรุงแก้ไขกฎระเบียบต่างๆ ให้มีความรัดกุมและโปร่งใสโดยเร็วที่สุด เพื่อหยุดยั้งการนำเงินภาษีของประชาชนไปใช้ในลักษณะที่ไม่มีความคุ้มค่า
CR IG DailynewsOnline
คิดเห็นอย่างไร? ‘หมอวรงค์’แฉช่องโหว่ เป็น สส. ไม่กี่วัน ก็ได้สิทธิตลอดชีพ จากเงินภาษีประชาชน
นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม สส.บัญชีรายชื่อและหัวหน้าพรรคไทยภักดี ออกมาเคลื่อนไหวครั้งสำคัญ เรียกร้องให้มีการปฏิรูปรัฐสภาเพื่อรักษาผลประโยชน์และเงินภาษีของประชาชน
✍🏻พร้อมทั้งเปิดโปงช่องโหว่เชิงโครงสร้างของ "กองทุนผู้ที่เคยเป็นสมาชิกรัฐสภา" ที่เอื้อประโยชน์ให้เกิดการผลาญงบประมาณอย่างไม่คุ้มค่า
📌เปิดช่องโหว่ สส. ปาร์ตี้ลิสต์สลับฟันปลา เพียงไม่กี่วันได้สิทธิประโยชน์พ่วง
นพ.วรงค์ ระบุว่า ตนได้พบช่องโหว่ร้ายแรงในกรณีที่ สส.แบบบัญชีรายชื่อ (ปาร์ตี้ลิสต์) ประกาศลาออก เพื่อขยับให้ผู้สมัครในลำดับถัดไปขึ้นมาดำรงตำแหน่งแทน ซึ่งกระบวนการนี้ทำให้บุคคลที่ก้าวขึ้นมาเป็น สส. แทน แม้จะดำรงตำแหน่งเพียง "ไม่กี่วัน" ก็สามารถเข้าถึงสิทธิประโยชน์ต่างๆ ของกองทุนฯ ได้ถึง 4 สิทธิทันที (ยกเว้นเงินบำนาญ)
📌นอกจากนี้ กฎระเบียบปัจจุบันยังระบุว่า สส. หรือ สว. ที่ดำรงตำแหน่งตั้งแต่ 1 ปีขึ้นไป จะได้รับสิทธิบำนาญตลอดชีวิต โดยเริ่มต้นที่เดือนละ 21,300 บาท รวมถึงสิทธิประโยชน์พ่วงอื่นๆ เช่น ค่ารักษาพยาบาล และทุนการศึกษาบุตร ซึ่งตนมองว่าเป็นข้อบังคับที่ละหลวมและไม่เป็นธรรมต่อเงินภาษีของประชาชน
"ผมพบช่องโหว่ กรณีที่มี สส.บัญชีรายชื่อ ประกาศลาออก และจากนั้นจะมีการดัน สส.บัญชีรายชื่อคนใหม่ขึ้นมาเป็น สส. เพียงไม่กี่วัน ก็จะได้ถึง 4 สิทธิ... นี่คือการผลาญภาษีของประชาชน" นพ.วรงค์ กล่าว
✍🏻เสนอลดโควตา "ผู้ช่วย สส.-สว." เซฟเงินแผ่นดินได้กว่า 2.5 พันล้าน
📌นอกเหนือจากประเด็นกองทุนรัฐสภาแล้ว นพ.วรงค์ ยังได้ยื่นข้อเสนอแนะในการลดรายจ่ายที่ไม่จำเป็น โดยเสนอให้ปรับลดจำนวนผู้ช่วย สส. และ สว. จากเดิมที่กำหนดไว้ให้มีได้คนละ 5 คน ให้ลดลงเหลือเพียงคนละ 3 คน ซึ่งเชื่อว่าเพียงพอต่อการปฏิบัติงานจริงแล้ว
📌หากสามารถปรับลดจำนวนผู้ช่วยฯ ได้ครบทั้ง 700 คน จะช่วยประหยัดงบประมาณแผ่นดินได้สูงถึง 2,520 ล้านบาทต่อหนึ่งสมัย (4 ปี) พร้อมกับชี้แจงทำความเข้าใจว่า ตำแหน่งผู้ช่วย สส. นั้น ไม่ใช่อาชีพหลัก แต่เป็นการอาสาเข้ามาช่วยทำงานและถือเป็นรายได้พิเศษเท่านั้น
📌จี้คัดค้าน-เรียกร้องยกเลิกบำนาญตลอดชีพ
จากปัญหาทั้งหมดที่เกิดขึ้น นพ.วรงค์ จึงขอประกาศคัดค้านและเรียกร้องให้มีการยกเลิกสิทธิบำนาญตลอดชีพของสมาชิกรัฐสภา พร้อมทั้งจี้ให้คณะกรรมการกองทุนฯ เร่งดำเนินการปรับปรุงแก้ไขกฎระเบียบต่างๆ ให้มีความรัดกุมและโปร่งใสโดยเร็วที่สุด เพื่อหยุดยั้งการนำเงินภาษีของประชาชนไปใช้ในลักษณะที่ไม่มีความคุ้มค่า
CR IG DailynewsOnline