เล่าเรื่องอาหาร ข้าวต้มปลาใส่ขิง...


เมนูวัยเด็กที่ย้อนเข้ามาในความทรงจำของฉันในวันนี้ คือ เมนูอุ่นสบายท้อง กินแล้วสบายใจ เหมาะกับทุกสถานการณ์

แค่นึกถึง ก็ได้กลิ่นขิงซอยละเอียด กระเทียมเจียวที่เจียวจนเป๊นสีเหลืองทอง ผสมกับกลิ่นน้ำซุปกระดูกปลาหวานหอม พริกไทยหอมฉุน ลอยออกมาจากความทรงจำของฉัน

อาม่าตื่นแต่เช้าขึ้นมาเตรียมประกอบอาหาร อากงขี่รถมอเตอร์ไซค์คู่ใจ ไปตลาดใกล้บ้านเพื่อเลือกปลาที่สดที่สุด 

อาม่าบอกว่า "ปลาต้องตาใส เนื้อต้องเด้ง ถ้าปลาไม่สด อย่าเอามาทำข้าวต้ม เพราะมันจะคาวจนเสียของ"

อาม่าจะแล่ปลาด้วยมีดที่ลับจนคมกริบ ด้วยมือที่คล่องแคล่ว ส่วนฉันมีหน้าที่ซอยขิงอ่อน โดยมีเสียงคุ้นเคยกำชับว่า "ขิงต้องซอยบางๆ  ขิงที่ดีคือขิงที่กินแล้วอุ่นไปถึงข้างใน แต่ไม่เผ็ดจนแสบคอ"

เครื่องปรุงข้าวต้ม ของอาม่า ประกอบด้วย เนื้อปลาสดหั่นชิ้นพอดีคำ
ข้าวสวยให้ใช้ข้าวเก่า จะได้ข้าวต้มที่เป็นตัวสวยไม่เละ
น้ำซุป คือ น้ำเปล่าต้มกับกระดูกปลา ใส่ตั้งฉ่าย รากผักชีและพริกไทยเม็ด 

ขั้นตอนการทำ
ต้มน้ำให้เดือด ใส่รากผักชี พริกไทยเม็ด และตั้งฉ่ายเล็กน้อย เคี่ยวไฟอ่อนจนได้รสหวานจากกระดูก กรองเอาแต่น้ำใสๆ

นำชิ้นปลาที่หั่นไว้ลงไปลวกในน้ำซุปที่เดือดจัด แค่พอสุก อาม่าบอกว่าห้ามคนบ่อย ปลาจะคาว แล้วเอาขึ้นพักไว้ในจาน เนื้อปลาจะเด้ง

ตักข้าวสวยลงในหม้อน้ำซุป ต้มจนเมล็ดข้าวเริ่มบานและดูดซับรสหวานของน้ำซุปเข้าไป

ขั้นตอนประกอบร่าง อาม่าจะตักข้าวต้มใส่ชาม วางชิ้นปลาที่ลวกไว้ลงไปด้านบน โรยหน้าด้วยขิงซอยละเอียด ฉันชอบขิงเยอะ ๆ อาม่ารู้ใจฉันเสมอ ตามด้วยกระเทียมเจียวหอมๆ ต้นหอม คื่นช่าย และพริกไทยป่น

กินคู่กับน้ำจิ้มเต้าเจี้ยว (เต้าเจี้ยวบดผสมพริกขี้หนู มะนาว และน้ำตาลนิดหน่อย) ช่วยเพิ่มความอร่อยได้ดีเยี่ยม

ในวันที่ฉันป่วย หรือวันที่รู้สึกอ่อนแรง ต้องการกำลังใจ ข้าวต้มปลาฝีมืออาม่าคือสิ่งที่ทำให้รู้สึกว่า ไม่ว่าอย่างไร เรายังมีที่พักพิงหัวใจเสมอ

วันนี้อาม่าไม่อยู่แล้ว ห้องครัวเงียบเหงาลง แต่รสชาติข้าวต้มปลาของอาม่า ยังคงอยู่ในใจ…

รูปประกอบจาก น้อง Gemini…น้องเก่งขึ้นทุกวัน…นะคะ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่