KEY
POINTS
ดัชนีหุ้นไทยปิดตลาดปรับตัวเพิ่มขึ้น 19.69 จุด มาอยู่ที่ระดับ 1,588.06 จุด
หุ้นกลุ่มธนาคารปรับตัวขึ้นแข็งแกร่ง สวนทางกับปัจจัยกดดันจากกรณีที่ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ประกาศลดค่าธรรมเนียมบริการทางการเงิน
หุ้นธนาคารขนาดใหญ่หลายแห่ง เช่น SCB, KBANK และ KTB ปิดการซื้อขายในแดนบวกทั้งหมด
ความเคลื่อนไหวตลาดหุ้นไทยวันนี้ (2 มิ.ย.69) ปิดตลาดที่ระดับ 1,588.06 จุด เพิ่มขึ้น 19.69 จุด หรือเปลี่ยนแปลง 1.26% จากปิดตลาดก่อนหน้า ในช่วงระหว่างวันดัชนีแกว่งตัวชนกรอบสูงสุดและต่ำสุดที่ระดับ 1,598.57 - 1,567.00 จุด โดยมีมูลค่าการซื้อขายทั้งสิ้น 93,010.91 ล้านบาท
หากแบ่งมูลค่าการซื้อขายออกตามประเภทนักลงทุน พบกว่า กลุ่มนักลงทุนต่างประเทศซื้อสุทธิสูงสุดที่ 8,597.82 ล้านบาท รองลงมาคือกลุ่มบัญชีบริษัทหลักทรัพย์ ซื้อสุทธิที่ 1,617.36 ล้านบาท ขณะที่กลุ่มนักลงทุนในประเทศ ขายสุทธิสูงสุดที่ 9,172.56 ล้านบาท และกลุ่มสถาบันขายสุทธิ 1,042.62 ล้านบาท
5 หุ้นมูลค่าซื้อขายสูงสุด
GULF ราคา 64.50 บาท เพิ่มขึ้น 2.50 บาท หรือ 4.03% มูลค่าซื้อขาย 10,605.08 ล้านบาท
DELTA ราคา 355.00 บาท เพิ่มขึ้น 2.00 บาท หรือ 0.57% มูลค่าซื้อขาย 5,612.80 ล้านบาท
ADVANC ราคา 364.00 บาท เพิ่มขึ้น 11.00 บาท หรือ 3.12% มูลค่าซื้อขาย 5,524.62 ล้านบาท
TRUE ราคา 14.00 บาท เพิ่มขึ้น 0.20 บาท หรือ 1.45% มูลค่าซื้อขาย 4,416.67 ล้านบาท
SCB ราคา 137.50 บาท เพิ่มขึ้น 3.00 บาท หรือ 2.23% มูลค่าซื้อขาย 4,254.12 ล้านบาท
หุ้นแบงก์ยืนบวก สู้ค่าธรรมเนียมลด
ทั้งนี้ จากประเด็นธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ประกาศลดค่าธรรมเนียมบริการทางการเงินครั้งใหญ่ เพื่อลดภาระประชาชนและต้นทุนของผู้ประกอบการ SMEs โดยจะเริ่มทยอยมีผลบังคับใช้ตั้งแต่ 1 กรกฎาคม 2569
นอกจากนี้ ยังยกเลิกค่าธรรมเนียมการขอ Statement ย้อนหลังไม่เกิน 12 เดือน และการโอนเงินผ่านระบบบาทเนต (BAHTNET) ผ่านช่องทางอิเล็กทรอนิกส์ฟรี รวมถึงปรับลดค่าธรรมเนียมบัตร ATM/Debit พื้นฐาน ไม่เกิน 200 บาทต่อปี, การทำธุรกรรมข้ามเขต และการเบิกถอนเงินสดจากบัตรเครดิต ลดเหลือไม่เกิน 2.5%
ขณะที่การฝาก ถอน และโอนเงินข้ามเขตผ่าน ATM/CDM/CRM จะลดค่าธรรมเนียมลงเหลือไม่เกิน 0.05% และหากทำผ่านสาขาจะเก็บได้ไม่เกิน 20 บาทต่อรายการ และยกเลิกค่าธรรมเนียมการฝากเช็คและการรับชำระค่าสินค้าและบริการ รวมถึงปรับลดค่าธรรมเนียมการโอนเงิน Bulk Payment ภายในวัน เหลือไม่เกิน 20 บาทต่อรายการ
ปัจจัยดังกล่าวอาจเข้ามามีผลกระทบต่อผลการดำเนินงานของหุ้นกลุ่มแบงก์ในแง่ของรายได้ค่าธรรมเนียมที่จะปรับตัวลดลงตามเกณฑ์ดังกล่าว แต่ในวันนี้หุ้นกลุ่มแบงก์กลับยังแข็งแกร่ง ราคาหุ้นยืนแดนบวกได้ตลอดทั้งวัน
8 หุ้นแบงก์บวก
SCB หรือ บริษัท เอสซีบี เอกซ์ จำกัด (มหาชน) ปิดการซื้อขายวันนี้ที่ระดับราคา 137.50 บาท เพิ่มขึ้น 3.00 บาท หรือเปลี่ยนแปลง 2.23% จากปิดตลาดก่อนหน้า มีมูลค่าซื้อขายทั้งสิ้น 4,262.95 ล้านบาท
KBANK หรือ ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) ปิดการซื้อขายวันนี้ที่ระดับราคา 204.00 บาท เพิ่มขึ้น 3.00 บาท หรือเปลี่ยนแปลง 1.49% จากปิดตลาดก่อนหน้า มีมูลค่าซื้อขายทั้งสิ้น 3,759.56 ล้านบาท
KTB หรือ ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) ปิดการซื้อขายวันนี้ที่ระดับราคา 35.25 บาท เพิ่มขึ้น 0.50 บาท หรือเปลี่ยนแปลง 1.44% จากปิดตลาดก่อนหน้า มีมูลค่าซื้อขายทั้งสิ้น 3,015.54 ล้านบาท
BBL หรือ ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) ปิดการซื้อขายวันนี้ที่ระดับราคา 175.50 บาท เพิ่มขึ้น 2.50 บาท หรือเปลี่ยนแปลง 1.45% จากปิดตลาดก่อนหน้า มีมูลค่าซื้อขายทั้งสิ้น 2,339.18 ล้านบาท
TTB หรือ ธนาคารทหารไทยธนชาต จำกัด (มหาชน) ปิดการซื้อขายวันนี้ที่ระดับราคา 2.32 บาท เพิ่มขึ้น 0.04 บาท หรือเปลี่ยนแปลง 1.75% จากปิดตลาดก่อนหน้า มีมูลค่าซื้อขายทั้งสิ้น 540.28 ล้านบาท
BAY หรือ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) ปิดการซื้อขายวันนี้ที่ระดับราคา 36.25 บาท เพิ่มขึ้น 1.25 บาท หรือเปลี่ยนแปลง 3.57% จากปิดตลาดก่อนหน้า มีมูลค่าซื้อขายทั้งสิ้น 221.01 ล้านบาท
TISCO หรือ บริษัท ทิสโก้ไฟแนนเชียลกรุ๊ป จำกัด (มหาชน) ปิดการซื้อขายวันนี้ที่ระดับราคา 114.00 บาท เพิ่มขึ้น 1.00 บาท หรือเปลี่ยนแปลง 0.88% จากปิดตลาดก่อนหน้า มีมูลค่าซื้อขายทั้งสิ้น 321.91 ล้านบาท
KKP หรือ ธนาคารเกียรตินาคินภัทร จำกัด (มหาชน) ปิดการซื้อขายวันนี้ที่ระดับราคา 90.50 บาท เพิ่มขึ้น 2.50 บาท หรือเปลี่ยนแปลง 2.84% จากปิดตลาดก่อนหน้า มีมูลค่าซื้อขายทั้งสิ้น 912.01 ล้านบาท
อย่างไรก็ตาม มาตรการปรับลดและควบคุมค่าธรรมเนียมบริการทางการเงินของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กำลังกลายเป็นอีกหนึ่งปัจจัยกดดันต่อแนวโน้มผลประกอบการของหุ้นกลุ่มธนาคารพาณิชย์ในระยะข้างหน้า หลังรายได้ค่าธรรมเนียม (Fee Income) มีแนวโน้มชะลอตัวลงเพิ่มเติมจากการยกเลิกและจำกัดเพดานค่าธรรมเนียมหลายรายการ ทั้งค่าธรรมเนียมโอนเงินบาท เนต Statement หนังสือรับรองทางการเงิน ค่าธรรมเนียมบัตร ATM-Debit รวมถึงค่าธรรมเนียมสินเชื่อ SMEs
ประเด็นดังกล่าวมีนัยสำคัญต่อกลุ่มแบงก์ เนื่องจากรายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ย (Non-Interest Income) ถือเป็นหนึ่งในเครื่องยนต์หลักที่ช่วยพยุงผลกำไรในช่วงที่ผ่านมา โดยเฉพาะในภาวะที่รายได้ดอกเบี้ยสุทธิ (NIM) เริ่มเผชิญแรงกดดันจากแนวโน้มดอกเบี้ยขาลง
แม้ผลกระทบอาจไม่ได้เกิดขึ้นทันทีในระดับรุนแรง แต่ตลาดเริ่มมองว่าความสามารถในการเติบโตของกำไรกลุ่มธนาคารอาจถูกจำกัดมากขึ้นในระยะถัดไป ส่งผลให้แรงเก็งกำไรในหุ้นแบงก์อาจชะลอลง โดยเฉพาะธนาคารที่มีสัดส่วนรายได้ค่าธรรมเนียมสูง หรือพึ่งพาธุรกรรมรายย่อยและสินเชื่อ SMEs เป็นหลัก
ขณะที่ในเชิงบวก มาตรการดังกล่าวอาจช่วยลดต้นทุนทางการเงินให้ประชาชนและผู้ประกอบการ เพิ่มสภาพคล่องในระบบเศรษฐกิจ และช่วยลดความเสี่ยงด้านคุณภาพสินทรัพย์ในระยะยาว แต่ในมุมของตลาดทุน นักลงทุนยังต้องติดตามว่าแต่ละธนาคารจะสามารถปรับโมเดลธุรกิจและหารายได้ใหม่มาชดเชยรายได้ค่าธรรมเนียมที่ลดลงได้มากน้อยเพียงใด
ที่มา-
https://www.thansettakij.com/finance/stockmarket/660495
หุ้นไทยปิดพุ่ง 19 จุด กลุ่มแบงก์สวนแรงกดดันลดค่าฟี SCB-KBANK-KTB บวกยกแผง
KEY
POINTS
ดัชนีหุ้นไทยปิดตลาดปรับตัวเพิ่มขึ้น 19.69 จุด มาอยู่ที่ระดับ 1,588.06 จุด
หุ้นกลุ่มธนาคารปรับตัวขึ้นแข็งแกร่ง สวนทางกับปัจจัยกดดันจากกรณีที่ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ประกาศลดค่าธรรมเนียมบริการทางการเงิน
หุ้นธนาคารขนาดใหญ่หลายแห่ง เช่น SCB, KBANK และ KTB ปิดการซื้อขายในแดนบวกทั้งหมด
ความเคลื่อนไหวตลาดหุ้นไทยวันนี้ (2 มิ.ย.69) ปิดตลาดที่ระดับ 1,588.06 จุด เพิ่มขึ้น 19.69 จุด หรือเปลี่ยนแปลง 1.26% จากปิดตลาดก่อนหน้า ในช่วงระหว่างวันดัชนีแกว่งตัวชนกรอบสูงสุดและต่ำสุดที่ระดับ 1,598.57 - 1,567.00 จุด โดยมีมูลค่าการซื้อขายทั้งสิ้น 93,010.91 ล้านบาท
หากแบ่งมูลค่าการซื้อขายออกตามประเภทนักลงทุน พบกว่า กลุ่มนักลงทุนต่างประเทศซื้อสุทธิสูงสุดที่ 8,597.82 ล้านบาท รองลงมาคือกลุ่มบัญชีบริษัทหลักทรัพย์ ซื้อสุทธิที่ 1,617.36 ล้านบาท ขณะที่กลุ่มนักลงทุนในประเทศ ขายสุทธิสูงสุดที่ 9,172.56 ล้านบาท และกลุ่มสถาบันขายสุทธิ 1,042.62 ล้านบาท
5 หุ้นมูลค่าซื้อขายสูงสุด
GULF ราคา 64.50 บาท เพิ่มขึ้น 2.50 บาท หรือ 4.03% มูลค่าซื้อขาย 10,605.08 ล้านบาท
DELTA ราคา 355.00 บาท เพิ่มขึ้น 2.00 บาท หรือ 0.57% มูลค่าซื้อขาย 5,612.80 ล้านบาท
ADVANC ราคา 364.00 บาท เพิ่มขึ้น 11.00 บาท หรือ 3.12% มูลค่าซื้อขาย 5,524.62 ล้านบาท
TRUE ราคา 14.00 บาท เพิ่มขึ้น 0.20 บาท หรือ 1.45% มูลค่าซื้อขาย 4,416.67 ล้านบาท
SCB ราคา 137.50 บาท เพิ่มขึ้น 3.00 บาท หรือ 2.23% มูลค่าซื้อขาย 4,254.12 ล้านบาท
หุ้นแบงก์ยืนบวก สู้ค่าธรรมเนียมลด
ทั้งนี้ จากประเด็นธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ประกาศลดค่าธรรมเนียมบริการทางการเงินครั้งใหญ่ เพื่อลดภาระประชาชนและต้นทุนของผู้ประกอบการ SMEs โดยจะเริ่มทยอยมีผลบังคับใช้ตั้งแต่ 1 กรกฎาคม 2569
นอกจากนี้ ยังยกเลิกค่าธรรมเนียมการขอ Statement ย้อนหลังไม่เกิน 12 เดือน และการโอนเงินผ่านระบบบาทเนต (BAHTNET) ผ่านช่องทางอิเล็กทรอนิกส์ฟรี รวมถึงปรับลดค่าธรรมเนียมบัตร ATM/Debit พื้นฐาน ไม่เกิน 200 บาทต่อปี, การทำธุรกรรมข้ามเขต และการเบิกถอนเงินสดจากบัตรเครดิต ลดเหลือไม่เกิน 2.5%
ขณะที่การฝาก ถอน และโอนเงินข้ามเขตผ่าน ATM/CDM/CRM จะลดค่าธรรมเนียมลงเหลือไม่เกิน 0.05% และหากทำผ่านสาขาจะเก็บได้ไม่เกิน 20 บาทต่อรายการ และยกเลิกค่าธรรมเนียมการฝากเช็คและการรับชำระค่าสินค้าและบริการ รวมถึงปรับลดค่าธรรมเนียมการโอนเงิน Bulk Payment ภายในวัน เหลือไม่เกิน 20 บาทต่อรายการ
ปัจจัยดังกล่าวอาจเข้ามามีผลกระทบต่อผลการดำเนินงานของหุ้นกลุ่มแบงก์ในแง่ของรายได้ค่าธรรมเนียมที่จะปรับตัวลดลงตามเกณฑ์ดังกล่าว แต่ในวันนี้หุ้นกลุ่มแบงก์กลับยังแข็งแกร่ง ราคาหุ้นยืนแดนบวกได้ตลอดทั้งวัน
8 หุ้นแบงก์บวก
SCB หรือ บริษัท เอสซีบี เอกซ์ จำกัด (มหาชน) ปิดการซื้อขายวันนี้ที่ระดับราคา 137.50 บาท เพิ่มขึ้น 3.00 บาท หรือเปลี่ยนแปลง 2.23% จากปิดตลาดก่อนหน้า มีมูลค่าซื้อขายทั้งสิ้น 4,262.95 ล้านบาท
KBANK หรือ ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) ปิดการซื้อขายวันนี้ที่ระดับราคา 204.00 บาท เพิ่มขึ้น 3.00 บาท หรือเปลี่ยนแปลง 1.49% จากปิดตลาดก่อนหน้า มีมูลค่าซื้อขายทั้งสิ้น 3,759.56 ล้านบาท
KTB หรือ ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) ปิดการซื้อขายวันนี้ที่ระดับราคา 35.25 บาท เพิ่มขึ้น 0.50 บาท หรือเปลี่ยนแปลง 1.44% จากปิดตลาดก่อนหน้า มีมูลค่าซื้อขายทั้งสิ้น 3,015.54 ล้านบาท
BBL หรือ ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) ปิดการซื้อขายวันนี้ที่ระดับราคา 175.50 บาท เพิ่มขึ้น 2.50 บาท หรือเปลี่ยนแปลง 1.45% จากปิดตลาดก่อนหน้า มีมูลค่าซื้อขายทั้งสิ้น 2,339.18 ล้านบาท
TTB หรือ ธนาคารทหารไทยธนชาต จำกัด (มหาชน) ปิดการซื้อขายวันนี้ที่ระดับราคา 2.32 บาท เพิ่มขึ้น 0.04 บาท หรือเปลี่ยนแปลง 1.75% จากปิดตลาดก่อนหน้า มีมูลค่าซื้อขายทั้งสิ้น 540.28 ล้านบาท
BAY หรือ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) ปิดการซื้อขายวันนี้ที่ระดับราคา 36.25 บาท เพิ่มขึ้น 1.25 บาท หรือเปลี่ยนแปลง 3.57% จากปิดตลาดก่อนหน้า มีมูลค่าซื้อขายทั้งสิ้น 221.01 ล้านบาท
TISCO หรือ บริษัท ทิสโก้ไฟแนนเชียลกรุ๊ป จำกัด (มหาชน) ปิดการซื้อขายวันนี้ที่ระดับราคา 114.00 บาท เพิ่มขึ้น 1.00 บาท หรือเปลี่ยนแปลง 0.88% จากปิดตลาดก่อนหน้า มีมูลค่าซื้อขายทั้งสิ้น 321.91 ล้านบาท
KKP หรือ ธนาคารเกียรตินาคินภัทร จำกัด (มหาชน) ปิดการซื้อขายวันนี้ที่ระดับราคา 90.50 บาท เพิ่มขึ้น 2.50 บาท หรือเปลี่ยนแปลง 2.84% จากปิดตลาดก่อนหน้า มีมูลค่าซื้อขายทั้งสิ้น 912.01 ล้านบาท
อย่างไรก็ตาม มาตรการปรับลดและควบคุมค่าธรรมเนียมบริการทางการเงินของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กำลังกลายเป็นอีกหนึ่งปัจจัยกดดันต่อแนวโน้มผลประกอบการของหุ้นกลุ่มธนาคารพาณิชย์ในระยะข้างหน้า หลังรายได้ค่าธรรมเนียม (Fee Income) มีแนวโน้มชะลอตัวลงเพิ่มเติมจากการยกเลิกและจำกัดเพดานค่าธรรมเนียมหลายรายการ ทั้งค่าธรรมเนียมโอนเงินบาท เนต Statement หนังสือรับรองทางการเงิน ค่าธรรมเนียมบัตร ATM-Debit รวมถึงค่าธรรมเนียมสินเชื่อ SMEs
ประเด็นดังกล่าวมีนัยสำคัญต่อกลุ่มแบงก์ เนื่องจากรายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ย (Non-Interest Income) ถือเป็นหนึ่งในเครื่องยนต์หลักที่ช่วยพยุงผลกำไรในช่วงที่ผ่านมา โดยเฉพาะในภาวะที่รายได้ดอกเบี้ยสุทธิ (NIM) เริ่มเผชิญแรงกดดันจากแนวโน้มดอกเบี้ยขาลง
แม้ผลกระทบอาจไม่ได้เกิดขึ้นทันทีในระดับรุนแรง แต่ตลาดเริ่มมองว่าความสามารถในการเติบโตของกำไรกลุ่มธนาคารอาจถูกจำกัดมากขึ้นในระยะถัดไป ส่งผลให้แรงเก็งกำไรในหุ้นแบงก์อาจชะลอลง โดยเฉพาะธนาคารที่มีสัดส่วนรายได้ค่าธรรมเนียมสูง หรือพึ่งพาธุรกรรมรายย่อยและสินเชื่อ SMEs เป็นหลัก
ขณะที่ในเชิงบวก มาตรการดังกล่าวอาจช่วยลดต้นทุนทางการเงินให้ประชาชนและผู้ประกอบการ เพิ่มสภาพคล่องในระบบเศรษฐกิจ และช่วยลดความเสี่ยงด้านคุณภาพสินทรัพย์ในระยะยาว แต่ในมุมของตลาดทุน นักลงทุนยังต้องติดตามว่าแต่ละธนาคารจะสามารถปรับโมเดลธุรกิจและหารายได้ใหม่มาชดเชยรายได้ค่าธรรมเนียมที่ลดลงได้มากน้อยเพียงใด
ที่มา- https://www.thansettakij.com/finance/stockmarket/660495