ข้อคิดจากบริษัทในญี่ปุ่น ลงทุนเปลี่ยนระบบการทำงาน งดทำงานดึก เปลี่ยนเป็นทำงานเช้า งานดีขึ้น ผลพลอยได้ พลเมืองเพิ่มขึ้น
นี่มันบริษัทในฝันแล้วเนี่ย
•••••
1. Itochu (อิโตชู) บริษัทค้ารายใหญ่ของญี่ปุ่น เปลี่ยนวิธีทำงานจากหน้ามือเป็นหลังมือ ย้อนไปตอนนู้น ผู้นำสูงสุดของบริษัทเห็นว่า ลูกค้าตื่นกันตั้งแต่เช้าตรู่ แต่พอโทรศัพท์เข้าบริษัทแต่พนักงานของตัวเองกลับยังเดินทางมาไม่ถึงออฟฟิศเพราะติดนิสัยชอบทำงานจนดึกดื่น
เขาเลยสั่งห้ามทำงานดึก แล้วบังคับให้ทุกคนมาเริ่มงานตอนเช้าแทน โดยเริ่มไล่บี้จากพวกระดับหัวหน้าก่อน พอหัวหน้ามาเช้า ลูกน้องก็ต้องมาตาม จนในที่สุดก็ยกเลิกระบบเวลาทำงานยืดหยุ่นของเก่าทิ้งไปทั้งหมด เพื่อให้พนักงานมาทำงานแต่เช้า
•••••
2. ดึกๆ ไล่กลับบ้าน เช้าๆ มีตังค์แถมมีข้าวฟรี
เพื่อให้พนักงานยอมเปลี่ยนพฤติกรรม บริษัทใช้วิธีทั้งบังคับและแจกของควบคู่กัน
• สั่งห้ามทำงานดึกดื่นมืดค่ำเด็ดขาด ถ้างานไม่เสร็จให้ยกยอดไปทำพรุ่งนี้เช้าแทน ช่วงแรกๆ ถึงขั้นจ้างยามเดินตรวจตามตึก ใครอยู่ดึกโดนไล่กลับบ้านหมด แถมสั่งให้งานเลี้ยงสังสรรค์ในบริษัทต้องเลิกราแยกย้ายกันไวขึ้น เพื่อให้พนักงานได้นอนพักผ่อนเต็มที่พร้อมตื่นเช้า
• ของล่อใจ
ใครมาทำงานแต่เช้าตรู่ บริษัทจะจ่ายเงินเพิ่มพิเศษให้เป็นรางวัล นอกจากนี้ ใครมาถึงออฟฟิศก่อนเวลาก็แจกอาหารเช้าให้กินฟรี มีเมนูหมุนเวียนไม่ซ้ำกัน ทั้งข้าวปั้น กล้วย น้ำผัก ผลไม้ และของกินจากร้านสะดวกซื้อ เพื่อไม่ให้พนักงานเบื่อ
•••••
3. หลังใช้ระบบนี้ ผลลัพธ์เปลี่ยนไปทันตาเห็น
• คนเลิกอยู่ดึก
พนักงานที่เคยอู้อยู่ดึกยอมแพ้เก็บของกลับบ้านกันหมด คนหันมาเข้าออฟฟิศตอนเช้าตรู่เพิ่มขึ้นเพียบ มีคนมานั่งกินข้าวเช้าฟรีที่ออฟฟิศวันละเป็นพันคน
• งานเสร็จไวขึ้น
พนักงานบอกว่าตอนเช้าสมองโปร่งกว่า แถมไม่มีเสียงโทรศัพท์จากคนนอกโทรมากวนใจ ทำให้มีสมาธิทำงานเสร็จไวขึ้น มีการตัดลดขั้นตอนรายงานที่ยุ่งยากทิ้งไป และย้ายเวลาประชุมจากตอนเย็นมาไว้ตอนเช้าแทน
• ชีวิตดีขึ้น
พนักงานที่มีครอบครัวสามารถเลิกงานเย็นๆ เดินทางไปรับลูกที่สถานรับเลี้ยงเด็ก และมีเวลาทำกิจกรรมร่วมกับครอบครัวเพิ่มขึ้น
•••••
4. แม้บริษัทต้องควักเงินจ่ายค่าอาหารเช้าและเงินรางวัลตอนเช้า แต่ในภาพรวมกลับคุ้มค่ามาก
• ประหยัดค่าใช้จ่าย
พอไม่มีคนอยู่ดึก ค่าล่วงเวลาโดยรวมก็ลดลง ปริมาณการใช้ไฟฟ้าในตึกประหยัดไปได้เยอะ และค่าแท็กซี่ส่งพนักงานกลับบ้านตอนดึกก็ลดฮวบ
• กำไรพุ่งชนเพดาน
การเปลี่ยนมาทำงานตอนเช้าช่วยเพิ่มผลงาน ลดต้นทุน และเอาใจลูกค้าได้ดีขึ้น จนทำให้บริษัททำกำไรสุทธิได้สูงสุด ราคาหุ้นแพงสุด และมีมูลค่าตลาดรวมสูงที่สุดในกลุ่มบริษัทการค้าของญี่ปุ่น แซงหน้าคู่แข่งไปแบบขาดลอย
•••••
5. ผลลัพธ์ที่น่าทึ่งที่สุดคือเรื่องครอบครัว
ในอดีต พนักงานหญิงรู้สึกว่าถ้ามีลูกคงทำงานที่นี่ต่อไม่ได้เพราะงานหนักจนดึก แต่พอออฟฟิศเปลี่ยนสภาพแวดล้อมให้ทุกคนกลับบ้านได้ตามเวลา ความรู้สึกนั้นก็เปลี่ยนไป พนักงานหญิงมีเวลาใช้ชีวิตและกล้ามีลูกกันมากขึ้น จนทำให้อัตราการเกิดของลูกพนักงานพุ่งสูงกว่าค่าเฉลี่ยของทั้งประเทศญี่ปุ่นอย่างมาก จนต่างชาติถึงกับตั้งฉายาเรื่องนี้ว่าเป็นเรื่องปาฏิหาริย์ และบริษัทได้รับเชิญให้นำเสนอแนวทางนี้ในงานประชุมระดับนานาชาติเลยทีเดียว
•••••
6. ต่อมาบริษัทได้พัฒนาต่อยอดระบบใหม่
เพิ่มความยืดหยุ่นให้พนักงานสามารถทำงานเสร็จแล้วเก็บของกลับบ้านได้ตั้งแต่ช่วงบ่ายสามโมงตรงทันทีหากเคลียร์งานเรียบร้อยแล้ว ความสำเร็จนี้โด่งดังจนรัฐบาลญี่ปุ่นนำแนวคิดไปปรับใช้กับพวกข้าราชการ ชวนให้เลื่อนเวลาเริ่มงานให้เร็วขึ้นในช่วงหน้าร้อนเพื่อจะได้เลิกงานไวขึ้น
ผู้บริหารทิ้งท้ายไว้ว่า ความท้าทายที่แท้จริงไม่ใช่เรื่องการออกกฎเกณฑ์ แต่คือการเปลี่ยนความคิดของคนทั้งหมด ซึ่งจะเกิดขึ้นไม่ได้เลยหากผู้บริหารระดับสูงไม่ทำตัวเป็นแบบอย่างให้เห็น การลดชั่วโมงทำงานกลางคืนแล้วเปลี่ยนมาเน้นที่ผลงานแทน ไม่ได้ทำให้บริษัทถอยหลัง แต่กลับเป็นวิธีที่พาบริษัทขึ้นสู่จุดสูงสุดในปัจจุบัน
ข้อคิดจากบริษัทในญี่ปุ่น เปลี่ยนระบบการทำงาน งดทำงานดึก เปลี่ยนเป็นทำงานตั้งแต่เช้า งานดีขึ้น ผลพลอยได้ พลเมืองเพิ่มขึ้น