แจกสูตร วิธีทำ น้ำปลาพริกป่น๓แบบ แบบร้านอาหาร แซบจิ๊ดสะใจ
เริ่มต้นด้วยสูตรคลาสสิกที่ใช้เวลาน้อยมาก เหมาะสำหรับคนรีบๆ หรือเด็กหอที่อุปกรณ์ไม่เยอะ แต่รับรองความแซ่บซี้ดสะใจเหมือนไปกินตามร้านอาหารเลย
ส่วนผสมหลัก น้ำปลาพริกป่น
น้ำปลาแท้อย่างดี 4 ช้อนโต๊ะ
น้ำมะนาวคั้นสด 3 ช้อนโต๊ะ
พริกป่น 1-2 ช้อนโต๊ะ (ปรับลด-เพิ่มตามระดับความเผ็ดที่ชอบ)
น้ำตาลทราย 1/2 ช้อนชา (เพื่อตัดรสให้กลมกล่อม ไม่เค็มโดด ใครไม่กินหวานเลยตัดออกได้)
ขั้นตอนการทำ น้ำปลาพริกป่น
1. ละลายเครื่องปรุง เทน้ำปลา น้ำมะนาวสด และน้ำตาลทรายลงในถ้วย ใช้ช้อนคนจนน้ำตาลทรายละลายดี ไม่เหลือตกค้างเป็นเม็ด
2. เติมความเผ็ด ใส่พริกป่นตามลงไป คนให้เข้ากันอย่างเบามือ พริกป่นจะเริ่มดูดน้ำและปล่อยความเผ็ดหอมออกมา
3. จัดเสิร์ฟ ชิมรสชาติให้ได้ 3 รสคือ เปรี้ยว เค็ม เผ็ด มีหวานปลายลิ้นเล็กน้อย เพียงเท่านี้ก็ได้น้ำปลาพริกแบบง่ายๆ ไปจิ้มกับอะไรก็อร่อยแล้ว
อัปเกรดความแซ่บ! สูตรและวิธีทำน้ำปลาพริกป่นแบบต่างๆ
หากสูตรเบสิกยังไม่สะใจ เรามีสูตรประยุกต์มาให้เลือกทำตามกัน รับรองว่าหอมอร่อยนัวลึกยิ่งกว่าเดิม
1. สูตรน้ำปลาพริกป่นโบราณ (ใส่หอมแดงและกระเทียม)
สูตรนี้จะคล้ายกับน้ำจิ้มตามร้านอาหารตามสั่งชื่อดัง เพิ่มเนื้อสัมผัสให้เคี้ยวสนุกและมีความหอมสมุนไพร
ส่วนผสมเพิ่มเติม หอมแดงซอย 2 หัว กระเทียมจีนสับหยาบ 2 กลีบ
วิธีทำ ทำตามสูตรเบสิกก่อน จากนั้นใส่หอมแดงซอยและกระเทียมสับลงไปเป็นขั้นตอนสุดท้าย ทิ้งไว้ประมาณ 5 นาทีก่อนทาน เพื่อให้ความหวานจากหอมแดงซึมออกมาผสมกับน้ำปลา
2. สูตรน้ำปลาพริกป่นสายคลีน สายลดโซเดียม
สำหรับคนรักสุขภาพที่อยากแซ่บแต่ไม่อยากบวมน้ำ
ส่วนผสมเพิ่มเติม
เปลี่ยนเป็นน้ำปลาสูตรลดโซเดียม 4 ช้อนโต๊ะ และใช้น้ำตาลหล่อฮังก๊วย หรือสารให้ความหวานแทนน้ำตาล 1/4 ช้อนชา
วิธีทำ
ผสมทุกอย่างให้เข้ากัน รสชาติยังคงแซ่บจี๊ดจ๊าดจากมะนาวและพริกป่นเหมือนเดิม แต่ดีต่อสุขภาพมากขึ้น
3. สูตรน้ำปลาพริกป่นใส่มะกอก แซ่บนัวคักๆ สไตล์อีสาน
สูตรเด็ดสำหรับคนชอบความนัว รสชาติของมะกอกจะมีความเปรี้ยวอมฝาดและกลิ่นหอมเฉพาะตัวที่เป็นเอกลักษณ์ เมื่อรวมกับน้ำปลาและพริกป่นแล้วจะให้รสเปรี้ยวที่มีมิติกว่าการใช้มะนาวเดี่ยวๆ และยังช่วยตัดเลี่ยนได้ดีอีกด้วย เช่น ปลาดุกย่าง ปลาทอด และหมูสามชั้นทอดน้ำปลา เป็นต้น
ส่วนผสมหลัก
น้ำปลาแท้อย่างดี 4 ช้อนโต๊ะ
น้ำมะนาวคั้นสด 1-2 ช้อนโต๊ะ
พริกป่น 1-2 ช้อนโต๊ะ (ปรับเพิ่ม-ลดได้ตามระดับความเผ็ดที่ชอบ)
ผลมะกอกสุก (มะกอกป่าหรือมะกอกส้มตำ) 1 ลูก
วิธีทำ
นำผลมะกอกสุกมาล้างให้สะอาด จากนั้นใช้มีดฝานเปลือกออก ส่วนแกนกลางเอามายีๆ ให้เนื้อหลุดออกมาจากเม็ด
นำน้ำปลาและน้ำมะนาวใส่ตามลงไป ใช้ช้อนบดๆ บี้ๆ ให้มะกอกผสมเข้ากับน้ำปลาและมะนาว
โรยพริกป่น คนให้เข้ากัน ทิ้งไว้ 2-3 นาทีค่อยรับประทาน

น้ำปลาพริกป่น กินกับอะไรดี
เมื่อได้ น้ำจิ้มพริกป่น รสเด็ดมาแล้ว ลองจับคู่กับอาหารเหล่านี้ดูนะคะ บอกเลยว่าเข้ากันมาก
- ไข่ต้ม ไข่เจียวฟูๆ และ ไข่ดาวกรอบๆ เมนูคลาสสิกขวัญใจคนทุกวัย ข้าวสวยร้อนๆ โปะไข่เจียวฟูกรอบ แล้วราดน้ำปลาพริกป่นชุ่มๆ ความมันของไข่ตัดกับความเปรี้ยวเผ็ดได้ลงตัวสุดๆ เลย
- หมูทอด ไม่ว่าจะเป็นหมูสามชั้นทอดน้ำปลา หรือหมูกรอบเนื้อฉ่ำๆ การจิ้มน้ำปลาพริกป่นจะช่วยตัดเลี่ยนความมันของหมู ทำให้ทานได้เรื่อยๆ แบบไม่มีเบื่อ
- คอหมูย่างและไก่ย่าง เนื้อย่างหอมๆ จิ้มกับพริกป่นน้ำปลารสจัดจ้าน เคี้ยวคู่กับกระเทียมในน้ำจิ้ม ช่วยชูรสชาติได้ดีเลย
- ข้าวผัด ใครที่ชอบทานข้าวผัดปู ข้าวผัดหมู หรือข้าวผัดรถไฟ ลองเหยาะน้ำปลาพริกป่นลงไปคลุกกับข้าวผัดดู ความเปรี้ยวของมะนาวจะช่วยชูรสชาติของข้าวผัดให้กลมกล่อมขึ้นอย่างมาก
- ปลาดุกย่างหรือปลานิลเผา เนื้อปลารสหวานธรรมชาติ เมื่อเจอกับน้ำปลาพริกป่นสูตรใส่หอมแดงซอย จะช่วยดับคาวปลาและเพิ่มรสชาติจัดจ้านได้อย่างลงตัว
- ต้มจืด เช่น แกงจืด ต้มเลือดหมู ต้มเครื่องใน เวลากินให้เอาเนื้อสัตว์หรือเครื่องในจิ้มน้ำปลาพริกป่นกินก่อน ซดตามด้วยซุปร้อนๆ บอกเลยว่าฟินสุดๆ
เคล็ดลับการทำ น้ำปลาพริกป่น ให้อร่อยเหาะ
เคล็ดลับอยู่ที่ "ความสด" ค่ะ ควรใช้น้ำมะนาวคั้นสดจากลูกแทนมะนาวขวด เพราะจะได้ความหอมสดชื่นที่ไม่เหมือนใคร และควรเลือกใช้พริกป่นที่คั่วใหม่ๆ เม็ดพริกจะยังมีความกรอบและส่งกลิ่นหอมฟุ้งชวนน้ำลายสอ หากคั่วเองได้ยิ่งดี เพราะมั่นใจได้ว่าไม่มีเชื้อรา และไม่ผสมขั้วพริกมาด้วย ทำให้ได้ความเผ็ดหอมแบบเต็มๆ
แจกสูตร วิธีทำ น้ำปลาพริกป่น๓แบบ แบบร้านอาหาร แซบจิ๊ดสะใจ
2. เติมความเผ็ด ใส่พริกป่นตามลงไป คนให้เข้ากันอย่างเบามือ พริกป่นจะเริ่มดูดน้ำและปล่อยความเผ็ดหอมออกมา
3. จัดเสิร์ฟ ชิมรสชาติให้ได้ 3 รสคือ เปรี้ยว เค็ม เผ็ด มีหวานปลายลิ้นเล็กน้อย เพียงเท่านี้ก็ได้น้ำปลาพริกแบบง่ายๆ ไปจิ้มกับอะไรก็อร่อยแล้ว
เปลี่ยนเป็นน้ำปลาสูตรลดโซเดียม 4 ช้อนโต๊ะ และใช้น้ำตาลหล่อฮังก๊วย หรือสารให้ความหวานแทนน้ำตาล 1/4 ช้อนชา
ผสมทุกอย่างให้เข้ากัน รสชาติยังคงแซ่บจี๊ดจ๊าดจากมะนาวและพริกป่นเหมือนเดิม แต่ดีต่อสุขภาพมากขึ้น