ตัดเหลี่ยมเซียน - ศึกพญาไม้

.

"หมากดีที่วัดหนัง เบี้ยขลังวัดนายโรง ..."
— กลอนโบราณบรรยายสรรพคุณเครื่องราง ๙ อย่าง


---
เช้าวันเสาร์ปลายฤดูฝน ปี2534 ตลาดพระเครื่องพญาไม้ตีนสะพานพุทธฯ ฝั่งธน

หน้าตู้พระเครื่องเบอร์ 22 ป้ายร้านชื่อว่า ซ้ง วัดหนัง
ลูกค้ากำลังจ้องมองพระผ่านกระจกตู้
ไกสร วิจิตรบันลือ หรือที่หลายคนเรียกกันติดปากว่า โก๋ ปากเกร็ด
ชายร่างสูงโปร่ง อายุประมาณสี่สิบ
กำลังนั่งดูพระกริ่งไพรีพินาศ วัดบวรฯ  
เขาวางพระบนฝ่ามือซ้ายแล้วค่อย ๆ
ใช้มือขวาบรรจงพลิกอย่างนุ่มมือ
ก่อนจะล้วงกล้องจากกระเป๋าเสื้อเชิ้ตขึ้นมาส่อง


“เท่าไหร่เหรอ” โก๋เงยขึ้นมองเจ้าของตู้ที่ยืนอยู่ฝั่งตรงข้าม
หยิบบุหรี่ที่จุดเอาไว้ก่อนแล้วจากจานรองมาสูบ


“120,000 องค์นี้แชมป์งานศรีนคร” ตัวเลขกลมๆ ดังขึ้นพอให้ได้ยิน
ท่ามกลางความปั่นป่วนรอบข้างที่มีทั้งขาจรนักแสวงโชค
นักสะสม และเซียนพระแนวหน้าของวงการ


“พระสวยมากเทหล่อออกมาดี แต่ราคาเต็มไปหน่อยนะ”
โก๋งัดลูกเล่นคลาสสิกของวงการออกมาหยั่งเชิง  


“อาภัทร ลือเอากาแฟร้อนมาให้แปะโก๋หน่อย”
เจ้าของร้านพระเครื่องบอกลูกสาววัยมัธยมปลายให้บริการแขก


“ฮ่าฮ่า… เซียนใหญ่อย่างเฮียโก๋ไม่มีคำว่าราคาเต็มหรอก จริงมั้ย”
ซ้งสวนด้วยน้ำเสียงทั่วไป ดวงตาร่าเริง เหมือนคุยกับคนรู้จัก


โก๋หยิบกล่องแสตนเลสใบเท่า 2 ฝ่ามือออกจากกระเป๋าหนังสีน้ำตาล วางบนตู้กระจก เปิดออกมามีพระร่วมสิบองค์

“เอางี้… เราหยิบพระมาคนละองค์ให้อีกฝ่ายดูว่าเก๊หรือแท้
ใครชนะสามารถเลือกพระเอาไปได้องค์หนึ่ง”
โก๋ยกแก้วจิบกาแฟร้อนมาที่วางอยู่บนตู้กระจก


คนรอบข้างได้ยินว่าจะมีการปะทะระหว่างเซียนใหญ่
พากันมุงเข้ารุมล้อม เสียงซุบซิบเบาๆ
แต่หลายคู่อื้ออึงอยู่ข้างหลังโก๋ ปากเกร็ด


ซ้งยืนมองหน้าพระในกล่องที่เป็นพระหลักแสนทุกองค์
ทั้งพระกริ่ง เหรียญ รูปหล่อ สมเด็จ

“น่าสนใจ พระในกล่องของเฮียก็มีราคาไม่แพ้ไพรีพินาศองค์นี้” เขาพยักหน้าเบาๆ “มาลองกันสักตั้ง”

ซ้งเปิดตู้ดึงกล่องสแตนเลสที่ปิดไว้แล้วหยิบหมากทุยออกมา 3 ลูก
โก๋เห็นหมากทุยของซ้ง เขาสะแยะยิ้มออกมา มือหยิบเบี้ยแก้ 3 ตัวออกมาวางบนถาด

“โอ้โห… เป็นบุญตาจริง ๆ หมากทุยวัดหนังปะทะเบี้ยแก้วัดนายโรง”
เสียงชายมีอายุคนหนึ่งดังแหวกม่านไทยมุงมาจากด้านหลัง

“จริงเหรอ ที่เขาว่าหมากดีที่วัดหนัง เบี้ยขลังวัดนายโรง”
ใครบางคนกระซิบถามกองเชียร์ข้างหลังโก๋
“อุบ๊ะ… สุดยอดเครื่องรางมาปะทะกัน” เซียนขาจรรายหนึ่งพูด


“มานั่งตรงนี้ดีกว่านะ” ซ้งบอกคู่ปะทะให้ย้ายจากหน้าร้านมาที่โต๊ะรับแขกกลางห้อง

ฝนเริ่มตกลงมา เสียงกองเชียร์หน้าร้านก็เริ่มดังขึ้นเรื่อย ๆ
แข่งกับเสียงเม็ดฝนกระทบหลังคาสังกะสี  
ของ 6 ชิ้นวางอยู่ระหว่างเซียนทั้ง 2
แต่ละคนหยิบของอีกฝ่ายขึ้นมาส่องช้า ๆ ทีละชิ้น
ไม่นานทั้งคู่ก็วางลงบนถาดกำมะหยี่สีแดง


โก๋แขกท้าชิงหยิบหมากทุยขึ้นทีละลูก
เขย่า
ฟังเสียง
ส่องดูลายถัก
ก่อนจะสะดุดอยู่ที่ลูกกลาง “หมากลูกมีปัญหา ที่เหลือแท้”


ซ้งจ้องมองดวงตาของฝั่งตรงข้าม “มันมีปัญหายังไง”

โก๋แบมือที่ถือหมากทุยขนาดเท่าหัวใจไก่
“ลูกนี้ไม่ถักเชือก ไม่ลงรัก มีแค่ชันโรงอุดปิดไว้ข้างบน นี่แหละที่มีปัญหา”


“เฮ้ย… เฮียโก๋แกบอกว่ามีปัญหาลูกนึงหว่ะ” กองลุ้นคนหนึ่งหันไปบอกเพื่อน  
“อ้าว งี้ซ้งมันก็โดนเก๊เป็นกะเขาด้วยเรอะ” อีกคนสวน
“แหม… เซียนแท้ที่ไหนไม่เคยโดน” เจ้ร้านขายหนังสือพระแทรก
“มีแต่เซียนปลอม ๆ นั่นแหละมั๊งที่ชอบโม้ว่าไม่เคยโดนเก๊ ฮ่าฮ่า”
..
..
..

(...ขอบคุณทุกการอ่านและคำแนะนำ)
แก้ไขข้อความเมื่อ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่