นายแลน ทรบุรุษ ตอนที่ 4

กระทู้สนทนา
​เมื่อเวลาแห่งการทดสอบมาถึง นายแลน กวาดสายตาอ่านโจทย์ข้อสอบที่อยู่ตรงหน้าอย่างพิจารณา ข้อสอบในแต่ละข้อจะระบุถึงสถานการณ์จำลองต่างๆ และมีตัวเลือกปรนัยให้ 4 ตัวเลือก ซึ่งกติกาในการตรวจนั้นชัดเจนว่า ผู้สอบจะต้องเลือกคำตอบที่แฝงความอำมหิตและไร้มนุษยธรรมที่สุดในเหตุการณ์นั้นๆ จึงจะสามารถคว้าคะแนนเต็มไปครอง

​ในขณะที่กำลังจรดปากกา นายแลนก็ฉุกคิดในใจขึ้นมาด้วยความระแวง ‘ถ้าหากข้อสอบมันมีคำตอบตายตัวอยู่แค่ 4 ข้อ แล้วถ้าเกิดทุกคนเลือกข้อที่อำมหิตที่สุดเหมือนกันจนได้คะแนนเต็มกันหมด แล้วใครล่ะจะได้อันดับที่ 1?’ เพราะในเวลานั้น นายแลนเองก็สามารถสัมผัสได้ถึงรังสีอำมหิตแผ่ซ่านและกรอบความจริงจังในหน้าที่การงานของพวกเหล่าภูตฝึกหัดที่เป็นลูกศิษย์ของจินนี่ได้อย่างชัดเจน คนพวกนี้ไม่ใช่ตะเกียงที่ไร้น้ำมันอย่างแน่นอน

​ทว่า ในระหว่างที่กำลังแฝงความกังวล สายตาของนายแลนก็เหลือบไปเห็น ‘หมายเหตุ’ ตัวเล็กๆ ที่ระบุไว้ท้ายข้อสอบอย่างเป็นปริศนา

___ ​หมายเหตุ: หากผู้เข้าสอบคิดว่าตนเองมีหนทางที่สามารถลงมือได้อำมหิตและทารุณยิ่งกว่าตัวเลือกที่กำหนดไว้ข้างต้น เชิญเขียนอธิบายคำตอบเป็นตัวอักษรลงในช่องว่างได้ทันที ทางคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิจะทำการพิจารณาเพื่อมอบคะแนนพิเศษให้ โดยเกณฑ์คือ ยิ่งทารุณและต่ำช้ามากเท่าใด คะแนนพิเศษแถมพ่วงก็จะยิ่งสูงขึ้นมากเท่านั้น ___

​เมื่ออ่านจบ นายแลนก็คลี่ยิ้มหวานออกมาด้วยความย่ามใจ เขารู้ดีในวินาทีนั้นเองว่าตนเองกำลังถือไพ่เหนือกว่าใครทั้งหมด เพราะไม่มีใครบนโลกหรือในจักรวาลใดๆจะถนัดและเชี่ยวชาญในเรื่องของความต่ำช้าสามานย์ไปมากกว่าทรบุรุษอย่างเขาอีกแล้ว

​ไม่รอช้า นายแลนตัดสินใจเมินเฉยต่อตัวเลือก ก ข ค ง ทั้งหมดที่มี แน่นอนว่าในกระดาษคำตอบของเขา จะไม่มีการกากบาทเลือกข้อปรนัยเลยแม้แต่ข้อเดียว มีเพียงปลายปากกาที่เริ่มตวัดเขียนอธิบายแผนการอันอำมหิตผิดมนุษย์เลิศเลอที่กลั่นออกมาจากสมองของเขาลงไปแทน

...

และนี่ก็คือข้อตัวอย่างที่นายแลนได้ทำข้อสอบ

ถ้าโดนแมวกัด จะจัดการกับแมวอย่างไร

ก. ขังแมวตลอดชีวิต
ข. ให้ขนมแมวเลียมากขึ้น เพื่อทำให้แมวใจเย็น
ค. โยนแมวลงบ่อจระเข้
ง. ถ่มน้ำลายรดหัวแมว

นายแลนตอบว่า : จับแมวมัดกับเสา จากนั้นก็ตัดแขนตัดขาตัดหางแมว แล้วก็ตามด้วยข่มขืนแมว จากนั้นก็นำแมวคลุกเครื่องเทศ ตบท้ายด้วยการจับกินแมวทรงเครื่องตัวเป็นๆ

...

​ผลลัพธ์ที่ออกมาเป็นไปตามคาดอย่างไม่มีพลิกโผ นายแลน สามารถคว้าอันดับที่ 1 ของจักรวาลจินนี่มาครองได้อย่างขาดลอย ด้วยคำตอบที่กลั่นมาจากกมลสันดานอันต่ำช้า ส่งผลให้เขาทำคะแนนทิ้งห่างจากผู้ได้อันดับที่ 2 มากถึง 67 เท่า! เขาได้รับ ‘พรอนันต์’ ไร้ขีดจำกัดจากจินนี่มาครอบครองในที่สุด มันเป็นความรู้สึกที่ยอดเยี่ยมและสะใจยิ่งกว่าตอนที่เขาได้เป็นผู้พิพากษาใจกลางโลกเสียอีก

​ในระหว่างที่นายแลนกำลังด่ำดิ่งอยู่กับพลังอำนาจครั้งใหม่ จินนี่กลับเอ่ยปากพูดหยั่งเชิงขึ้นมาด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์

"ไหนๆ เจ้าก็พิสูจน์แล้วว่าตัวเองผิดมนุษย์สุดขั้ว ชั่วช้ายิ่งกว่าความสามานย์ทั้งปวง... ข้าขอถามหน่อยซิว่า เจ้าจะกล้าหักหลังและทรยศข้าตอนนี้เลยไหมล่ะ"

​นายแลนไหวไหล่เบาๆ ก่อนจะตอบกลับในทันที "ไม่เอาอะ"

​คำตอบที่ราบเรียบนั้นทำให้จินนี่แกล้งพูดกวนประสาทกลับไป "โถ่... พูดแบบนี้ช่างไม่สมกับศักดิ์ศรีอันดับที่ 1 เอาเสียเลยนะเนี่ย"

​"ก็ผมกลัวประวัติศาสตร์มันจะซ้ำรอยน่ะสิ... แบบตอนที่ผมไปลบหลู่ยมทูตเข้า จนต้องหนีหัวซุกหัวซุนลงไปอยู่ในถังขี้" นายแลนตอบตามตรงอย่างไม่คิดจะปิดบัง

​จินนี่เลิกคิ้วขึ้นด้วยความประหลาดใจแกมชื่นชม "เจ้านี่... ก็มีความฉลาดและรู้จักคิดพอตัวเลยนะเนี่ย"

​"ผมยอมรับว่าตัวเองฉลาดขึ้น... แต่เป็นฉลาดขึ้นในสิ่งที่เคยโง่มาก่อนน่ะนะ" นายแลนเหยียดยิ้มบางๆ แววตาแปรเปลี่ยนเป็นความนิ่งลึก "บทเรียนครั้งก่อนสอนให้รู้ว่า ต่อไปนี้ผมจะต้องพูดจาและวางตัวให้ประณีตยิ่งขึ้น... เอาละ ข้าพเจ้าขอตัวกลับสู่จักรวาลหลักก่อนก็แล้วกัน"

​สิ้นคำพูด นายแลนก็ใช้พลังจากพรอนันต์พาร่างของตนเองข้ามมิติตัดตรงกลับสู่จักรวาลหลักในทันที ชายหนุ่มก้าวเดินอยู่บนผืนแผ่นดินเดิมด้วยอารมณ์ที่เบิกบานใจและเปี่ยมสุขอย่างถึงที่สุด ทว่าท่ามกลางความลิงโลดนั้นลึกๆ ในใจกลับมีความหงุดหงิดสายหนึ่งผุดขึ้นมาสะกิดใจอย่างเสียไม่ได้

​เขายืนนิ่งพลางสบถคิดในใจด้วยความฉงน... ว่าทำไมตัวเลขคะแนนที่เขาชนะอันดับ 2 มันต้องบังเอิญออกมาสูงกว่าอยู่ตรงที่เลข "67" เท่าด้วยนะ! เป็นตัวเลขงี่เง่าที่เขาเกลียดแสนเกลียดจากพวกเด็กเกรียนพวกนั้นแท้ๆ

...

​หลังจากที่ นายแลน กลับคืนสู่จักรวาลหลักพร้อมกับพลังแห่งพรอนันต์ เขาก็เริ่มเบนเข็มความสนใจไปยังกลุ่มคนที่เป็นเป้าหมายสายตาใหม่ ชายหนุ่มรับรู้มานานแล้วว่าในแวดวงการเมืองระดับโลกนั้นเต็มไปด้วยพวก 'ไซโคพาธ' ที่ไร้หัวใจ คนกลุ่มนี้ขับเคลื่อนสังคมด้วยการปั่นหัวมวลชนอย่างเหนือชั้น พวกเขาแสดงละครตบตาจนทำให้ประชาชนหลงเชื่อสนิทใจว่าพวกเขามีอุดมการณ์อันแรงกล้าเพื่อส่วนรวม จนนำไปสู่ความขัดแย้งแบ่งฝักแบ่งฝ่ายและการห้ำหั่นกันเองของประชาชนผู้บริสุทธิ์ใจ

​นายแลนเกิดความคุมแค้นและอยากจะสั่งสอนพวกไซโคพาธเหล่านี้ใจจะขาด ทว่า... มันไม่ใช่เพราะเขาเกิดความเห็นใจหรือสงสารประชาชนผู้ตกเป็นเหยื่อแต่อย่างใด คนไร้จิตสำนึกอย่างนายแลนไม่มีวันมีความรู้สึกจำพวกนั้นอยู่แล้ว แต่เหตุผลแท้จริงเป็นเพราะความอิจฉาริษยาอันลึกล้ำต่างหาก

​เขารู้สึกอิจฉาที่พวกไซโคพาธเหล่านั้นมีความฉลาดหลักแหลม มีความกล้าที่จะลงมือทำสิ่งเสี่ยงอันตรายได้อย่างเยือกเย็น ปราศจากความหวาดหวั่นใดๆ และที่น่าเจ็บใจที่สุดคือคนพวกนี้ไม่เคยแสดงความสะทกสะท้านหรือหวาดกลัวเลยแม้ในยามที่พลาดท่า ภาพลักษณ์ความเลือดเย็นที่เห็นแล้วชวนนึกถึงดนตรีมืดมนประกอบฉาก ราวกับวายร้ายใจทมิฬในภาพยนตร์หรือการ์ตูนที่ผู้ชมพากันยกย่องว่า 'เท่ระเบิด' นั้น มันช่างจิกกัดและทำให้นายแลนรู้สึกเกลียดขี้หน้าพวกไซโคพาธเข้าไส้

​แต่นายแลนก็เลือกที่จะไม่ใช้วิธีการปั่นหัวคนพวกนี้กลับ เพราะเขาเล็งเห็นว่ามันเป็นการเสียเวลา และเขายังรู้สึกสะอิดสะเอียนเกินกว่าจะลดตัวลงไปใช้วิธีการแบบเดียวกับกลุ่มคนที่เขาชังน้ำหน้า ยิ่งไปกว่านั้น บทเรียนอันแสนอัปยศในการใช้ชีวิตใต้ดินหนึ่งปีเต็ม คลุกกับสิ่งปฏิกูลที่เดินทางผ่านรอยแตกใต้ถังบำบัดน้ำเสียยังคงตามหลอกหลอน นายแลนไม่อยากจะลงมือทำอะไรที่อำมหิตทารุณซึ่งๆ หน้าอีกแล้ว เพราะเขาขยาดและไม่อยากจะกลับมาเผชิญหน้ากับยมทูตตนนั้นอีกต่อไปแล้ว

​แม้ในเวลานี้เขาจะมีพรอนันต์อยู่ในมือ และเคยฉุกคิดที่จะขอพรให้ยมทูตอันตรธานหายไปอย่างถาวร ทว่าความหวาดระแวงก็ทำให้นายแลนต้องยับยั้งชั่งใจไว้ก่อน เนื่องจากทั้งยมทูตรวมถึงจินนี่ต่างก็เป็นตัวตนระดับอนันต์ที่อยู่เหนือธรรมชาติ หากก้าวพลาดไปลบหลู่เข้าอีกครั้ง ตัวเขาเองอาจจะไม่ปลอดภัย

​เมื่อรู้ซึ้งถึงข้อจำกัดและอันตราย ทรบุรุษผู้มีความคิดประณีตขึ้นจึงเริ่มสืบค้นและวางแผนการสั่งสอนพวกไซโคพาธอย่างเงียบเชียบ โดยตั้งมั่นว่าจะต้องเป็นวิธีที่แนบเนียน ไร้ความรุนแรงเชิงประจักษ์ แต่สร้างความทรมานใจให้อีกฝ่ายได้อย่างสาสมที่สุดโดยที่ไม่มีอำนาจเหนือธรรมชาติใดๆ สามารถเอาผิดเขาได้
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่