เครียดจนหัวจะระเบิด? มาลองเคลียร์สมอง เคลียร์ใจ ด้วย Mindfulness สไตล์คนรุ่นใหม่กันครับ!

สวัสดีครับเพื่อนๆ ชาวพันทิปที่น่ารักทุกคน

วันนี้ผมมีเรื่องสำคัญที่เชื่อว่าหลายคนกำลังเผชิญอยู่มาเล่าให้ฟังครับ นั่นคือเรื่อง "ความเครียด" นี่แหละ ตัวการร้ายที่คอยตามหลอกหลอนเราทุกวัน ไม่ว่าจะเรื่องงาน เรื่องเงิน เรื่องความรัก หรือแม้แต่เรื่องรถติดตอนเช้า บางทีมันก็รุมเร้าจนเรารู้สึกว่าหัวจะระเบิดให้ได้เลยจริงไหมครับ?

ส่วนตัวผมเองก็เคยผ่านจุดที่เครียดจนนอนไม่หลับมานับไม่ถ้วน คิดวนไปวนมาทั้งคืน พอตื่นเช้ามาก็ยิ่งล้า ยิ่งไม่พร้อมจะเจอกับวันใหม่ วนลูปไปแบบนั้นจนร่างกายเริ่มประท้วงเหมือนกันครับ



แต่โชคดีที่ผมได้เจอทางออกที่ดีมากๆ อย่างหนึ่งที่อยากจะเอามาแชร์ให้ทุกคนได้ลองนำไปใช้ดู นั่นก็คือ "การทำสมาธิแบบ Mindfulness" หรือ "สติสัมปชัญญะ" นั่นเองครับ ฟังดูอาจจะเหมือนเรื่องไกลตัว หรือต้องเข้าวัดนั่งวิปัสสนา แต่จริงๆ แล้วมันง่ายกว่าที่คิดเยอะเลยครับ แล้วก็ใช้ได้ผลจริงแบบไม่ต้องไปบวชชี หรือโกนหัวอะไรเลยครับ (ฮา)

Mindfulness คืออะไร? ทำไมมันถึงเจ๋งขนาดนี้?

ง่ายๆ เลยครับ Mindfulness คือการที่เราพาตัวเองกลับมาอยู่กับ "ปัจจุบันขณะ" แบบไม่ตัดสิน ไม่ว่าเรากำลังทำอะไรอยู่ กินข้าว เดิน เล่นเกม หรือแม้กระทั่งหายใจ เราก็แค่รับรู้ถึงสิ่งนั้นอย่างเต็มที่ มันไม่ใช่การหยุดคิดนะครับ แต่เป็นการ "สังเกต" ความคิด ความรู้สึก ที่เกิดขึ้น โดยไม่ไปยึดติดกับมัน ไม่ไปไล่ตามมัน เหมือนเราเป็นผู้เฝ้ามองมากกว่าเป็นนักแสดงในละครชีวิตที่วุ่นวายของเราเองน่ะครับ

แล้วมันช่วยเรื่องความเครียดยังไงน่ะเหรอครับ? ลองนึกภาพว่าจิตใจเราคือลิงตัวหนึ่งที่ชอบกระโดดไปมา ไม่มีสติ ก็จะวิ่งวุ่นกระโดดจากกิ่งนี้ไปกิ่งนั้น กังวลเรื่องอดีต กลัวเรื่องอนาคต แต่พอเราฝึก Mindfulness มันเหมือนเราค่อยๆ ฝึกให้ลิงตัวนี้รู้จักอยู่กับที่มากขึ้น รู้จักพัก รู้จักสังเกตสิ่งรอบข้าง ทำให้ลิงในหัวเราไม่วุ่นวายเท่าเดิมไงครับ ผลลัพธ์คือสมองเราได้พักผ่อน ความเครียดที่เคยแบกไว้ก็ค่อยๆ ลดลง แถมยังทำให้เรามีสติในการใช้ชีวิตมากขึ้น ตัดสินใจอะไรก็รอบคอบขึ้นด้วยนะครับ

มาลองฝึก Mindfulness กันเถอะ! เริ่มต้นง่ายๆ ใครๆ ก็ทำได้ครับ

ไม่ต้องกังวลว่าจะต้องนั่งขัดสมาธิเป๊ะๆ หรือต้องนั่งเป็นชั่วโมงนะครับ เรามาเริ่มจากง่ายๆ กันก่อนดีกว่าครับ

1.  หามุมสงบๆ ของคุณ
    ไม่จำเป็นต้องเป็นวัดครับ แค่มุมไหนก็ได้ในบ้าน ในห้องทำงาน หรือแม้แต่บนรถเมล์ตอนที่มันไม่แน่นมากครับ แค่เป็นที่ที่คุณรู้สึกสบายและไม่ถูกรบกวนสัก 5-10 นาทีก็พอครับ จะนั่งบนเก้าอี้ บนพื้น หรือจะนอนก็ได้ถ้าคุณไม่เผลอหลับไปก่อนนะครับ (อันนี้ผมเตือนด้วยความหวังดีจริงๆ ครับ)

2.  ตั้งท่าให้สบาย
    นั่งหลังตรงสบายๆ ไม่เกร็ง ไหล่ผ่อนคลาย มือวางบนหน้าตัก หรือบนขาอย่างเป็นธรรมชาติ หลับตาลงเบาๆ หรือมองต่ำไปที่พื้นก็ได้ครับ

3.  โฟกัสที่ลมหายใจ
    นี่คือจุดเริ่มต้นที่สำคัญที่สุดครับ ลองหายใจเข้าลึกๆ หายใจออกช้าๆ แค่สังเกตการเคลื่อนไหวของลมหายใจที่ปลายจมูก หรือหน้าท้องที่พองยุบ ไม่ต้องพยายามควบคุมมันนะครับ แค่รับรู้ถึงมันก็พอครับ หายใจเข้าก็รู้ว่าหายใจเข้า หายใจออกก็รู้ว่าหายใจออก ง่ายๆ แค่นี้เลยครับ



4.  เมื่อความคิดแล่นเข้ามา... ให้สังเกตแล้วปล่อยผ่าน
    ในระหว่างที่คุณกำลังโฟกัสที่ลมหายใจ ไม่ต้องแปลกใจถ้าจู่ๆ ความคิดเรื่องงานที่ค้างไว้ หรือรายการอาหารเย็นที่คุณอยากกินจะโผล่เข้ามาในหัว มันเป็นเรื่องปกติของสมองครับ สิ่งที่เราต้องทำคือ "รับรู้" ว่ามีความคิดนั้นเข้ามา ไม่ต้องไปไล่ตามมัน ไม่ต้องไปตัดสินว่า "โอ๊ย ทำไมคิดเรื่องนี้เนี่ย!" แค่สังเกตมันเหมือนเราดูเมฆลอยผ่านไปบนฟ้า แล้วค่อยๆ พาจิตกลับมาที่ลมหายใจของเราอีกครั้งครับ ทำแบบนี้ไปเรื่อยๆ ครับ

5.  ทำบ่อยๆ สั้นๆ ก็พอ
    การทำสมาธิแบบ Mindfulness ไม่ได้วัดกันที่ความนานครับ แต่วัดกันที่ความสม่ำเสมอ เริ่มต้นแค่ 5 นาทีต่อวันก็พอแล้วครับ พอเริ่มชินแล้วค่อยๆ เพิ่มเป็น 10-15 นาที หรือตามที่คุณรู้สึกสบายครับ ทำทุกวันจะเห็นผลชัดเจนกว่าการทำครั้งเดียวนานๆ นะครับ

เคล็ดลับพิเศษ ฝึก Mindfulness ในชีวิตประจำวัน

นอกจากการนั่งหลับตาแล้ว เรายังสามารถฝึก Mindfulness ได้ในกิจกรรมอื่นๆ ในชีวิตประจำวันได้ด้วยนะครับ

   Mindful Eating เวลาทานอาหาร ลองปิดทีวี ปิดมือถือ แล้วตั้งใจทานอาหารแต่ละคำ สังเกตสี กลิ่น รสชาติ และสัมผัสของอาหาร เคี้ยวช้าๆ รับรู้ถึงความอร่อยในแต่ละคำดูนะครับ จะทำให้คุณรู้สึกอิ่มเอมกับอาหารมื้อนั้นมากกว่าเดิมเยอะเลยครับ
   Mindful Walking ลองเดินช้าๆ สังเกตความรู้สึกที่ฝ่าเท้าสัมผัสพื้น สังเกตลมที่พัดผ่านผิวหนัง หรือเสียงรอบข้างที่ได้ยิน ไม่ต้องไปสนใจจุดหมายปลายทาง แต่ให้ความสำคัญกับทุกย่างก้าวในขณะนั้นครับ



การฝึก Mindfulness ไม่ได้มีกฎตายตัวที่ซับซ้อนอะไรเลยครับ มันคือการที่เราใจดีกับตัวเอง อนุญาตให้ตัวเองได้พัก และกลับมาอยู่กับตัวเองอย่างแท้จริงในโลกที่หมุนเร็วใบนี้

ลองเอาไปทำดูนะครับ ผมเชื่อว่ามันจะช่วยลดความเครียด เพิ่มความสงบ และทำให้ชีวิตคุณมีความสุขขึ้นได้ไม่มากก็น้อยเลยครับ ถ้าใครลองทำแล้วเป็นยังไง มาเล่าให้ฟังกันบ้างนะครับ ผมรออ่านอยู่เสมอเลยครับ!

ขอให้ทุกคนมีวันที่สดใสและเต็มไปด้วยสติครับ

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่