JJNY : 5in1 ไอซ์จี้ไชยชนก│รักชนกยันตามงบสปส.│ดร.โจดึงสุรพล ยันเปลี่ยนไปแล้ว│ชัชชาติมองบวกปชน.│พันธมิตรมอบให้พัฒนาวัคซีย

กระทู้ข่าว
ไอซ์ จี้ไชยชนกเบรก TH-AI Passport ขู่ยื่นป.ป.ช.หากลุยต่อ จ่อเรียกให้ข้อมูลกมธ. 18 มิ.ย.
https://www.matichon.co.th/politics/news_5744504
.

.
‘รักชนก’ แนะ ‘ไชยชนก’ พักโครงการ TH-AI Passport ขู่ฟ้อง ป.ป.ช.หากลุยต่อ ชี้ TOR เอื้อประโยชน์กลุ่มคนสนิทในรัฐบาล-ล็อกสเป็ก เตรียมเรียกให้ข้อมูล กมธ.ติดตามงบฯ 18 มิ.ย.นี้ หวังเจ้าตัวเข้าแจงหากยืนยันทุกอย่างโปร่งใส
.
เมื่อวันที่ 2 มิถุนายน ที่สำนักงานประกันสังคม น.ส.รักชนก ศรีนอก ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ให้สัมภาษณ์ถึงโครงการ TH-AI Passport ที่ใช้งบประมาณกว่า 1,600 ล้านบาทว่า คาดหวังอยากให้นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) พับโครงการนี้ไปก่อน ถึงแม้ว่าจะต้องจ่ายค่าชดเชยให้กับผู้ชนะโครงการ แต่คุ้มค่าที่จะรักษาผลประโยชน์ก้อนใหญ่ให้กับประชาชนได้ จึงขอให้พักโครงการนี้โดยเร่งด่วน ซึ่งตัวนายไชยชนกมีอำนาจเต็มอยู่แล้ว ทั้งนี้ เมื่อไหร่ก็ตามที่มีการเปิดลงทะเบียนเกิดขึ้น กรรมาธิการติดตามงบซึ่งได้เชิญนายไชยชนก ปลัดดีอี ผู้บริหารกองทุนดีอี คณะยกร่าง tor ส.ต.ง. ป.ป.ช. กรมบัญชีกลาง มาให้ข้อมูลในวันที่ 18 มิถุนายนนี้ ก็จะรู้ว่าตัวเลขควรลงทะเบียนเป็นอย่างไร
.
น.ส.รักชนกกล่าวต่อว่า ถ้าตัวเลขลงทะเบียนน้อยและมีปัญหาการใช้งานก็เป็นหลักฐานครบถ้วน ที่จะยื่น ป.ป.ช.ในชั้นสืบสวนสอบสวนต่อไปได้ จึงหวังว่านายไชยชนกที่ยืดอกบอกทุกเวทีว่าพร้อมที่จะชี้แจงทุกข้อกังวลนั้น ท่านจะมาชี้แจงในกรรมาธิการด้วย หากไม่มาก็ต้องฝากสื่อมวลชนไปถามด้วยว่าท่านกลัวอะไร จริงๆ เราพร้อมเป็นเวทีให้ท่านได้ชี้แจง ประชาชนพร้อมรับฟังและให้การสนับสนุน
.
ขอให้นายไชยชนกพักโครงการนี้เสียเถอะ ถ้าไม่อยากมีคดีความอยู่ใน ป.ป.ช. หรือให้ชื่อเสียงป่นปี้ไปมากกว่านี้ แล้วไปทบทวนให้ละเอียดรอบคอบกว่านี้ ปิดช่องว่างช่องโหวตแต่ละจุด ไม่ว่าจะเป็น TOR ที่เสมือนล็อกสเปกให้คนคนเดียว ที่พอเช็กแล้ว เชื่อมโยงไปแล้วก็ได้รับโครงการภาครัฐจากรัฐมนตรีจากพรรคภูมิใจไทยอยู่เรื่อยๆ ซึ่งดิฉันคิดว่าเป็นข้อใหญ่ที่ทำให้ประชาชนไม่ไว้วางใจ” น.ส.รักชนกกล่าว
.
ขณะที่นายธีระชาติ ก่อตระกูล ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน กล่าวว่า หากเราไม่ทำโครงการนี้จะสามารถนำงบประมาณดังกล่าวไปทำโครงการอื่นๆ ได้มากกว่านี้ ที่ผ่านมาเรามี Start Up Thailand 4.0 แต่ภาครัฐไม่เคยสนับสนุนผู้ประกอบการดิจิทัล อย่างไรก็ตาม การสนับสนุนดิจิทัลไม่ใช่สนับสนุนแค่ดิจิทัลเท่านั้น แต่ต้องจับคู่กับอุตสาหกรรมอื่นที่เป็นเป้าหมาย เช่น เกษตร สุขภาพ ท่องเที่ยว สามารถทำให้ยั่งยืนกว่านี้ได้โดยการเปลี่ยนงบประมาณตรงนี้ เช่น สิงคโปร์ที่ทำไว้เป็นตัวอย่าง เขาไม่ได้ซื้อแล้วหมดไป แต่เริ่มตั้งศูนย์สร้างคน ทั้งหมดนี้ AI เป็นแค่เครื่องมือ แต่คนที่ใช้เครื่องมือไม่ว่าจะทำให้ดีขึ้นหรือแย่ลงก็อยู่ที่คนใช้
.
นายธีระชาติกล่าวด้วยว่า จุดหลักของเกมนี้ต้องกลับมาดูว่าจะเพิ่มประสิทธิภาพการแข่งขันให้กับประเทศได้อย่างไร ไม่อย่างนั้นเราจะเซ็ตบาร์ของสังคมว่าคนประสบความสำเร็จในสังคม หลังจากนี้คือคนที่แข่งขันได้จริงหรือเป็นคนที่รู้จักใคร อดีตเราจะพูดว่ากินอิฐ หิน ปูน ทราย ต่างๆ แต่คนรุ่นนี้อาจจะพูดว่ากินแอพพลิเคชั่นแทนอิฐหินปูนทรายก็ได้ ดังนั้น จึงขอฝากตรงนี้ว่าหากเปลี่ยนได้ยั่งยืนกว่านี้ก็จะทำให้ผลลัพธ์ดีกว่านี้
.

.
รักชนก ยันตามติดงบการเงินประกันสังคม มองทำงานชุ่ย ไม่ถึงขั้นทุจริต สปส.แจงยิบ งบเลือกตั้งบอร์ด
https://www.matichon.co.th/politics/news_5744393
.
‘รักชนก’ ตรวจแล้วงบประกันสังคม ‘ยังไม่พบส่อทุจริต’ มองเป็น ‘ความชุ่ย’ มากกว่า พร้อมส่งกำลังใจให้เลขาฯสปส.
.
เมื่อวันที่ 2 มิถุนายน ที่สำนักงานประกันสังคม (สปส.) น.ส.รักชนก ศรีนอก ส.ส.กทม. พรรคประชาชน ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) ติดตามงบประมาณ สภาผู้แทนราษฎร พร้อมคณะ เข้าติดตามความคืบหน้าการดำเนินงานของสำนักงานประกันสังคม ทั้งในประเด็นการจัดทำงบการเงิน การแก้ไขปัญหาระบบแอพพลิเคชั่น “SSO Core” และการเตรียมการเลือกตั้งคณะกรรมการประกันสังคม (บอร์ดประกันสังคม)
.
น.ส.รักชนกกล่าวภายหลังการประชุมว่า กมธ.จะติดตามความคืบหน้าการแก้ไขปัญหาการบันทึกบัญชีและการจัดทำงบการเงินของสำนักงานประกันสังคมอย่างต่อเนื่อง โดยสำนักงานประกันสังคมจะรายงานความคืบหน้าต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานทุกเดือน อย่างไรก็ตาม เรื่องดังกล่าวเกี่ยวข้องกับระบบบัญชีและระบบพัสดุภาครัฐ จึงอาจต้องเชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) กรมบัญชีกลาง และสำนักงบประมาณ เข้ามาร่วมให้ข้อมูลเพิ่มเติม เพื่อให้สามารถตรวจสอบได้ลึกถึงระดับระบบ
.
เรื่องนี้เป็นเรื่องของการบันทึกบัญชีและระบบพัสดุภาครัฐ ซึ่งยังต้องติดตามกันต่อ เพราะไม่แน่ใจว่าจะสามารถดำเนินการแล้วเสร็จภายในปีนี้หรือไม่” น.ส.รักชนกกล่าว พร้อมให้กำลังใจกับทางเลขาธิการประกันสังคม
.
สำหรับความคืบหน้าการแก้ไขปัญหาแอพพลิเคชั่น SSO Core ซึ่งมีผู้ประกันตนร้องเรียนเรื่องการคำนวณเงินสมทบ การแสดงข้อมูลสิทธิประโยชน์ และการเบิกจ่ายในบางกรณี น.ส.รักชนกกล่าวว่า สำนักงานประกันสังคมยืนยันว่าภายในไตรมาส 3 ของปีนี้ ระบบจะมีความสมบูรณ์ประมาณ 95% โดยคาดว่าภายในเดือนกันยายน ปัญหาการแสดงข้อมูลและการเบิกจ่ายสิทธิประโยชน์จะกลับมาเป็นปกติ และข้อผิดพลาดต่างๆ จะลดลงอย่างมาก นอกจากนี้ ยังมีการหารือถึงการเรียกค่าปรับจากผู้รับจ้างพัฒนาระบบ โดย กมธ.ได้ตั้งข้อสังเกตให้สำนักงานประกันสังคมดำเนินการอย่างตรงไปตรงมาและคำนึงถึงผลประโยชน์ของผู้ประกันตนเป็นสำคัญ ขณะที่ข้อมูลเบื้องต้นระบุว่า ค่าปรับที่อาจเรียกคืนได้มีมูลค่ารวมประมาณ 576 ล้านบาท จากกรณีส่งมอบงานล่าช้า ค่าใช้จ่ายในการดูแลระบบเดิม และค่าใช้จ่ายอื่นที่เกี่ยวข้อง
.
เมื่อถามว่า กมธ.มีประเด็นสงสัยใดหรือไม่ โดยเฉพาะเรื่องงบประมาณ น.ส.รักชนกกล่าวว่า จากข้อมูลที่ได้รับฟังในขณะนี้ ยังไม่พบข้อบ่งชี้ที่ชัดเจนว่าเป็นการทุจริตหรือคอร์รัปชั่น แต่มีลักษณะเป็นความผิดพลาดจากการดำเนินงานหรือความไม่รอบคอบในการปฏิบัติงานมากกว่า
.
ประชาชนจำนวนมากอาจตั้งข้อสงสัยว่าเป็นเรื่องการทุจริตหรือไม่ แต่จากข้อมูลที่ได้รับฟังวันนี้ ดิฉันมองว่าน่าจะเป็นเรื่องของความชุ่ย หรือความไม่รอบคอบในการทำงาน หรือ Human Error มากกว่าการทุจริตคอร์รัปชั่น อย่างไรก็ตาม กมธ.จะยังคงติดตามตรวจสอบเรื่องนี้อย่างต่อเนื่อง” น.ส.รักชนกกล่าว
.
น.ส.รักชนกกล่าวอีกว่า ในส่วนของการเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม บรรยากาศการลงทะเบียนในช่วง 2 วันแรกถือเป็นสัญญาณที่ดี มีผู้ประกันตนให้ความสนใจจำนวนมาก หวังว่าความตื่นตัวดังกล่าวจะดำเนินต่อเนื่องไปจนถึงวันเลือกตั้ง พร้อมเชิญชวนให้ผู้ประกันตนและนายจ้างออกมาใช้สิทธิ เนื่องจากบอร์ดประกันสังคมมีบทบาทสำคัญต่อการกำหนดนโยบายและสิทธิประโยชน์ของผู้ประกันตน ทั้งนี้ กมธ.ได้เสนอให้สำนักงานประกันสังคมจัดทำแดชบอร์ด (Dashboard) แสดงจำนวนผู้ลงทะเบียนเลือกตั้งของทั้งผู้ประกันตนและนายจ้างแบบเรียลไทม์ เพื่อสร้างการรับรู้และกระตุ้นการมีส่วนร่วมของผู้มีสิทธิเลือกตั้ง รวมถึงย้ำข้อเสนอเรื่องการเปิดเผยรายงานการประชุมและมติของบอร์ดประกันสังคม เพื่อเพิ่มความโปร่งใสในการดำเนินงาน
.
ด้าน น.ส.กาญจนา พูลแก้ว เลขาธิการสำนักงานประกันสังคม กล่าวว่า สำนักงานให้ความสำคัญกับการจัดทำแดชบอร์ดดังกล่าว และอยู่ระหว่างพิจารณารูปแบบการนำเสนอข้อมูล เพื่อให้ประชาชนสามารถติดตามจำนวนผู้ลงทะเบียนเลือกตั้งได้อย่างต่อเนื่อง พร้อมทั้งจะดำเนินการประชาสัมพันธ์เชิงรุกในทุกพื้นที่ เพื่อกระตุ้นให้ผู้มีสิทธิออกมาใช้สิทธิเลือกตั้งให้มากที่สุด
.
ส่วนกรณีข้อสังเกตเกี่ยวกับงบการเงินที่ถูก สตง.ตรวจพบความคลาดเคลื่อนนั้น น.ส.กาญนากล่าวว่า ขณะนี้สำนักงานประกันสังคมได้เร่งตรวจสอบข้อมูลทั่วประเทศ โดยเปรียบเทียบข้อมูลระหว่างระบบพัสดุและระบบบัญชีภาครัฐอย่างละเอียด ซึ่งตัวเลขที่คลาดเคลื่อนส่วนใหญ่เกิดจากการบันทึกข้อมูลที่ไม่สอดคล้องกัน ไม่ได้เกิดจากการสูญหายของทรัพย์สินหรือเงินกองทุน

เงินไม่ได้หายไปไหน ทรัพย์สินไม่ได้หายไปไหน แต่เป็นเรื่องของการลงข้อมูลในระบบที่ไม่ตรงกัน ขณะนี้มีการติดตามแก้ไขทั้งรายสัปดาห์และรายเดือน โดยจากตัวเลขที่เคยคลาดเคลื่อนประมาณ 2,600 ล้านบาท ขณะนี้สามารถตรวจสอบจนตัวเลขตรงกันได้แล้วราว 700 ล้านบาท” น.ส.กาญนากล่าว
.
เมื่อถามถึงงบประมาณการจัดการเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคมที่ถูกตั้งข้อสังเกตว่ามีมูลค่าสูงถึงกว่า 300 ล้านบาท น.ส.กาญนากล่าวว่า งบประมาณทั้งหมดอยู่ที่ 255 ล้านบาท ไม่ใช่งบประชาสัมพันธ์ทั้งหมด โดยเป็นค่าใช้จ่ายในการจัดหน่วยเลือกตั้ง ค่าตอบแทนคณะกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง และค่าใช้จ่ายด้านการบริหารจัดการเลือกตั้งในพื้นที่ทั่วประเทศ
.
งบประชาสัมพันธ์เป็นเพียงส่วนหนึ่งเท่านั้น งบส่วนใหญ่เป็นค่าใช้จ่ายในการจัดการเลือกตั้ง เพราะมีการจัดหน่วยเลือกตั้งอย่างน้อย 1 หน่วยต่อ 1 อำเภอ และมีค่าใช้จ่ายของคณะกรรมการดำเนินการเลือกตั้งในแต่ละพื้นที่” น.ส.กาญนากล่าว
.
น.ส.กาญจนากล่าวด้วยว่า ภาพรวมการลงทะเบียนเลือกตั้งในปีนี้ถือว่าได้รับการตอบรับที่ดี ล่าสุดมีผู้ลงทะเบียนแล้วมากกว่า 100,000 รายในช่วงเริ่มต้น ซึ่งสูงกว่าการเลือกตั้งครั้งก่อนอย่างมีนัยสำคัญ สะท้อนถึงความตื่นตัวของผู้ประกันตนและสังคมที่ให้ความสนใจกับการบริหารกองทุนประกันสังคมมากขึ้น
.
เมื่อถามถึงกระแสความกังวลของผู้ประกันตนบางส่วนที่ตั้งคำถามถึงความโปร่งใสในการบริหารกองทุน และมีเสียงเรียกร้องไม่ต้องการส่งเงินสมทบประกันสังคมอีกต่อไป น.ส.รักชนกกล่าวว่า แม้ที่ผ่านมาอาจมีประเด็นที่ทำให้ผู้ประกันตนขาดความเชื่อมั่นต่อการบริหารกองทุน แต่ยังยืนยันว่าระบบประกันสังคมเป็นหลักประกันที่มีความคุ้มค่าและจำเป็นต่อผู้ใช้แรงงานทุกคน
.
ไม่ว่าที่ผ่านมาจะเกิดอะไรขึ้นกับประกันสังคม จนทำให้หลายคนรู้สึกไม่เชื่อมั่นต่อการบริหารกองทุน แต่ดิฉันอยากยืนยันว่าประกันสังคมยังเป็นหลักประกันที่คุ้มค่ามากที่สุด เป็นเบาะรองรับในวันที่ผู้ประกันตนประสบปัญหา ไม่ว่าจะเป็นการเจ็บป่วย ว่างงาน ทุพพลภาพ มีบุตร หรือเสียชีวิต แม้สิทธิประโยชน์อาจไม่มากพอให้ใครตั้งตัวได้ แต่ก็ช่วยให้ผ่านพ้นช่วงเวลาวิกฤตของชีวิตไปได้” น.ส.รักชนกกล่าว
.
น.ส.รักชนกกล่าวว่า โดยเฉพาะสิทธิประโยชน์กรณีว่างงานและบำนาญชราภาพ ถือเป็นหลักประกันสำคัญสำหรับผู้ใช้แรงงานในระยะยาว จึงไม่อยากให้ผู้ประกันตนละทิ้งระบบประกันสังคมเพียงเพราะความไม่พอใจต่อการบริหารจัดการในบางช่วงเวลา พร้อมยืนยันว่าในฐานะกรรมาธิการติดตามงบประมาณ จะทำหน้าที่ตรวจสอบและผลักดันให้การบริหารกองทุนมีความโปร่งใสมากขึ้น เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับผู้ประกันตนทุกคน
.
นอกจากนี้ น.ส.กาญนาเปิดเผยว่า สำนักงานประกันสังคมอยู่ระหว่างศึกษามาตรการลดอัตราเงินสมทบผู้ประกันตน ตามนโยบายของกระทรวงแรงงาน โดยขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณาของคณะอนุกรรมการที่เกี่ยวข้อง ก่อนเสนอเข้าสู่การพิจารณาของคณะกรรมการประกันสังคม เพื่อให้การช่วยเหลือผู้ประกันตนเป็นไปอย่างเหมาะสมและไม่กระทบต่อเสถียรภาพของกองทุนในระยะยาว
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่