EPL สงคราม 3 เพื่อนรักมาแน่ครับ [อาร์เตต้า,อลองโซ,อิราโอลา]


ผมสงสัยเรื่องราวของ อันโดนี อิราโอลา, มิเกล อาร์เตตา และ ชาบี อลองโซ จึงไปหาข้อมูลและประวัติทั้งสามคนมาอ่านครับ ผมคิดว่าเป็นหนึ่งในความสัมพันธ์ที่น่าสนใจที่สุดของวงการฟุตบอลยุคปัจจุบันเลย

เพราะทั้งสามไม่ได้เป็นเพียงนักเตะร่วมรุ่น แต่เติบโตมาด้วยกันตั้งแต่วัยเด็กในแคว้นบาสก์ ประเทศสเปน

จุดเริ่มต้นของมิตรภาพเกิดขึ้นที่สโมสรเยาวชนเล็ก ๆ อย่าง อันติกัวโก (Antiguoko KE) ในเมืองซาน เซบาสเตียน


ช่วงทศวรรษ 1990 สโมสรแห่งนี้เป็นแหล่งรวมดาวรุ่งฝีเท้าดีของภูมิภาค เด็กหนุ่มทั้งสามใช้เวลาหลายปีลงสนามเคียงข้างกัน เดินทางด้วยรถบัสไปแข่งขันตามทัวร์นาเมนต์เยาวชนทั่วสเปนและยุโรป ก่อนที่เส้นทางฟุตบอลอาชีพจะพาพวกเขาแยกย้ายกันไปคนละทิศทาง

อาร์เตตาย้ายเข้าสู่อะคาเดมีของบาร์เซโลนา อลองโซเติบโตกับเรอัล โซเซียดาด ก่อนสร้างชื่อกับลิเวอร์พูลและเรอัล มาดริด

ขณะที่อิราโอลาเลือกเส้นทางกับแอธเลติก บิลเบา และก้าวขึ้นเป็นตำนานของสโมสรจากการลงสนามมากกว่า 500 นัดตลอดอาชีพค้าแข้ง

แม้จะเดินบนเส้นทางที่แตกต่างกัน แต่มิตรภาพของพวกเขายังคงแน่นแฟ้น อาร์เตตาเคยเล่าว่าเขากับอิราโอลาสนิทกันราวกับพี่น้อง

ส่วนอลองโซก็เป็นหนึ่งในสมาชิกสำคัญของกลุ่มเพื่อนที่เติบโตมาด้วยกันในยุคทองของฟุตบอลเยาวชนแคว้นบาสก์

สื่อหลายสำนักรายงานว่าพวกเขายังคงติดต่อกันอยู่เสมอ แลกเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับฟุตบอล และคอยสนับสนุนกันในช่วงเวลาสำคัญของอาชีพ

สิ่งที่น่าทึ่งยิ่งกว่าคือ หลังจากแขวนสตั๊ด ทั้งสามคนกลับประสบความสำเร็จบนเส้นทางผู้จัดการทีมพร้อมกัน

อาร์เตตาสร้างอาร์เซนอลให้กลับมาเป็นทีมลุ้นแชมป์อย่างจริงจัง อลองโซได้รับการยกย่องจากผลงานอันโดดเด่นในฐานะกุนซือรุ่นใหม่ ส่วนอิราโอลากลายเป็นหนึ่งในโค้ชที่ได้รับการจับตามองมากที่สุดของยุโรปจากผลงานกับบอร์นมัธ

แต่เชื่อหรือไม่...เรื่องราวไม่ได้หยุดอยู่แค่นั้น

ปรากฏการณ์ที่น่าสนใจมากๆ  คือ ปัจจุบันพรีเมียร์ลีกทั้งหมด20 ทีม กลับมีผู้จัดการทีมที่มีรากฐานมาจากจังหวัด กิปุซโกอา (Gipuzkoa) มากถึง 4 คน

ได้แก่ มิเกล อาร์เตตา (44 ปี) , อันโดนี อิราโอลา (43 ปี) , ชาบี อลองโซ (44 ปี)  และ อูไน เอเมรี (54 ปี) คิดเป็นสัดส่วนถึง 20 เปอร์เซ็นต์ของกุนซือในลีกสูงสุดของอังกฤษ ทั้ง ๆ ที่จังหวัดแห่งนี้มีประชากรเพียงราว 700,000 คนเท่านั้น

เรื่องราวที่น่าสนใจยิ่งกว่านี้คือ เมื่อพิจารณาว่า อาร์เตตา อิราโอลา และอลองโซ ทั้ง 3 คน ต่างเติบโตมาในพื้นที่ที่อยู่ห่างกันเพียงไม่กี่สิบกิโลเมตร (ราว 10–20 กิโลเมตร ส่วนบ้านอูไนห่างไปราว 30 กิโลเมตร) และยังเคยผ่านการฝึกฝนจากสโมสรเยาวชน Antiguoko ร่วมกันตั้งแต่วัยเด็ก ก่อนจะก้าวขึ้นมาเป็นหนึ่งในมันสมองลูกหนังที่ได้รับการยอมรับมากที่สุดของยุโรปในปัจจุบัน  

ด้วยเหตุนี้ จึงเกิดคำถามที่น่าสนใจตามมาว่า เหตุใดจังหวัดเล็ก ๆ ทางตอนเหนือของสเปนแห่งนี้ จึงสามารถผลิตทั้งนักเตะและผู้จัดการทีมระดับแนวหน้าของโลกได้อย่างต่อเนื่อง

จนกลายเป็นหนึ่งในแหล่งบ่มเพาะบุคลากรฟุตบอลคุณภาพสูงที่สุดแห่งหนึ่งของวงการฟุตบอลยุคใหม่

คำตอบส่วนหนึ่งอยู่ที่วัฒนธรรมฟุตบอลของกิปุซโกอา ซึ่งให้ความสำคัญกับการพัฒนาทักษะ ความเข้าใจเกม และการเรียนรู้ระยะยาวมากกว่าผลการแข่งขันในระดับเยาวชน

สโมสรท้องถิ่นอย่าง Antiguoko ทำหน้าที่เสมือนศูนย์บ่มเพาะนักฟุตบอล โดยมุ่งสร้างคนให้พร้อมสำหรับก้าวต่อไป มากกว่าการยึดติดกับความสำเร็จของสโมสรเอง

ขณะเดียวกัน วัฒนธรรมแบบบาสก์ที่ให้ความสำคัญกับชุมชน มิตรภาพ และการเรียนรู้ร่วมกัน ก็ช่วยสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเติบโตของทั้งนักเตะและโค้ช

คุณค่าดังกล่าวสะท้อนให้เห็นอย่างชัดเจนในความสัมพันธ์ของอาร์เตตา อลองโซ และอิราโอลา ที่แม้จะกลายเป็นคู่แข่งกันในสนาม แต่ยังคงรักษาความผูกพันในฐานะเพื่อนร่วมทางมาตลอดหลายสิบปี

จากเด็กกลุ่มหนึ่งที่เคยวิ่งเล่นริมชายหาดและสนามเล็ก ๆ ในซาน เซบาสเตียน วันนี้พวกเขากลายเป็นผู้กำหนดทิศทางของสโมสรยักษ์ใหญ่ในยุโรป และกำลังสร้างบทใหม่ให้กับประวัติศาสตร์พรีเมียร์ลีกผ่านสิ่งที่หลายคนเรียกว่า “Basque Connection”

นี่จึงเรื่องราวของมิตรภาพ การแข่งขัน และความฝันที่เติบโตมาจากบ้านเกิดเดียวกัน ก่อนจะพาเจ้าของความฝันเหล่านั้นขึ้นสู่จุดสูงสุดของวงการฟุตบอลโลกเลยครับ
แก้ไขข้อความเมื่อ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่