The Banner Saga เป็นเกมส์วางแผนการรบแบบสวมบทบาท โดยเน้นที่การบริหารจัดการขบวนคาราวานกับแนวผลัดตาเดินเป็นหลัก มีด้วยกันทั้งหมด 3 ภาคซึ่งมีการเล่าเรื่องราวการผจญภัยของตัวละครมากมายหลายมุมมอง ทุกๆ การตัดสินใจมีผลต่อเหตุการณ์ต่างๆ ที่จะเกิดขึ้นในอนาคต อันจะเป็นตัวตัดสินต่อชะตาการอยู่รอดของตัวละครสำคัญในเกมนี้ โดยตัวเกมได้แรงบันดาลใจจากประวัติศาสตร์และตำนานของช่วงยุคไวกิ้งที่เสริมความแฟนตาซีเข้าไปด้วย จึงมี world building ในรูปแบบของประวัติศาสตร์มุขปาฐะ ที่ดูคลุมเครือและเต็มไปด้วยตำนานมากมายแต่ก็แฝงด้วยความลึกลับอันเป็นสเน่ห์น่าค้นหามากๆ นั้นเอง
เพื่อทำความเข้าใจเกี่ยวกับโลกแห่ง The Banner Saga ให้มากขึ้น ผมจึงขอนำเสนอเรื่องราวและตำนานสำคัญต่างๆ ในช่วงก่อนที่จะเริ่มเนื้อหาในเกมหลัก ซึ่งทั้งหมดเริ่มต้นตั้งแต่.....
ยุคแห่งเทพเจ้า
ในอดีตครั้นบรรพกาลเมื่อทวยเทพทั้งหลายยังดำรงอยู่ ไร้ซึ่งโลกที่เรารู้จักกัน แต่แล้วในห้วงเวลาหนึ่ง ก็ได้มีเทพีผู้ค้นพบการถักทอชีวิตขึ้นมา นางจึงได้ถักทอสรรพชีวิตบนผืนผ้าอย่างพิถีพิถันจนกำเนิดเป็นผืนโลกขึ้นมานั้นเอง
ด้วยเหตุนี้เทพีองค์นี้จึงได้รับนามว่า มารดาผู้ถักทอ (Loom-mother) เนื่องจากนางได้สรรค์สร้างผลงานชิ้นเอกนั้นคือเผ่าพันธุ์มนุษย์ผู้เปี่ยมไปด้วยเหตุผลที่นางได้ถักทอไว้ อีกทั้งยังได้ถ่ายทอดศาสตร์แห่งการถักทอและซ่อมแซมไว้ให้กับมนุษย์กลุ่มหนึ่ง ที่ซึ่งต่อมาจะกลายเป็น Menders กลุ่มมนุษย์ผู้เข้าใจศาสตร์แห่งการซ่อมแซมและควบคุมพลังเหนือธรรมชาติ ผ่านเส้นใยที่สอดประสานทุกสิ่งบนผืนโลกนี้เอง เหล่า Menders ผู้เก่งกาจและทรงพลังจะถูกเรียกว่า Valka ผู้มีหน้าที่หลักในการช่วยเหลือและถ่ายทอดองค์ความรู้ต่างๆ ให้แก่มวลมนุษย์
แผนที่โลกในเกม The Banner Saga
เหล่าเทพทั้งหลายที่ได้ประจักษ์พลังแห่งการถักทอ จึงต่างพากันพยายามลอกเลียนแบบเพื่อสร้างชีวิตเป็นผลงานของตนเองดูบ้าง แต่เพราะด้วยความไม่เข้าใจและขาดความอดทน จึงทำให้สิ่งมีชีวิตเหล่านั้นต่างขาดความสมบูรณ์แบบและมีข้อบกพร่อง ต่างจากมนุษย์ที่ถูกสรรค์สร้างอย่างปราณีตและละเอียดอ่อน แต่ถึงอย่างนั้นเหล่าเทพก็ได้สร้างสรรค์สิ่งมีชีวิตต่างๆ บนโลกขึ้นมา พร้อมมอบคุณสมบัติและความรู้ให้แก่สิ่งมีชีวิตแต่ละเผ่าตามความถนัดของเทพแต่ละองค์
หนึ่งในเผ่าพันธุ์ที่มีความโดดเด่นไม่แพ้มนุษย์เลยก็คือ Varl เหล่าคนยักษ์ผู้เกิดจากการสรรค์สร้างโดยเทพ Hadrborg ที่ทดลองรวมมนุษย์กับสัตว์เข้าด้วยกันภายใต้การชี้นำโดยเทพีผู้ถักทออย่างใกล้ชิด พวก Varl เป็นเผ่าที่เชี่ยวชาญด้านการรบพุ่งและมีอายุยืนยาว (ว่ากันว่าในตลอดหน้าประวัติศาสตร์ยังไม่เคยมี Varl ตนใดที่สิ้นชีวิตด้วยความชราภาพเลย นอกเสียจากการถูกสังหารในสนามรบ) แต่ก็มีแต่เพศชายเท่านั้นจึงทำให้ไม่สามารถขยายพันธุ์ได้
ชนเผ่า Varl
มหาสงครามครั้งที่ 1
ในยุคแรกเริ่มนั้น มนุษย์กับ Varl นั้นไม่ค่อยถูกชะตากันมากนักในการร่วมใช้ชีวิตบนผืนดินเดียวกัน ความขัดแย้งของทั้งสองเผ่านั้นค่อยๆ ขยายตัวจนเกิดเป็นสงครามครั้งใหญ่ ในช่วงเริ่มแรกนั้นมนุษย์เป็นฝ่ายที่เสียเปรียบเพราะไม่สามารถสู้กำลังของพวก Varl ได้ แต่เพราะด้วยความช่วยเหลือจากเหล่า Menders ไม่ว่าจะเป็นการชักจูงให้ Karl หนึ่งในยอดนักรบของพวก Varl เปลี่ยนฝ่ายมาช่วยเหลือมนุษย์ หรือไม่ก็การไปขอไฟจาก Baldringr เทพเจ้าสงครามเพื่อใช้ขับไล่พวก Varl จนต้องถอยไปยังแม่น้ำแดง (Red River) ได้สำเร็จ
Menders กลุ่มคนผู้มีพลังในการถักทอธรรมชาติ และเป็นกลุ่มที่มีความสำคัญต่อเหตุการณ์ในประวัติศาสตร์มาก
มหาสงครามครั้งที่ 2
แม้ว่าฝ่ายมนุษย์จะสามารถชิงความได้เปรียบในมหาสงครามครั้งที่ 1 แต่ก็ไม่สามารถยุติสงครามนี้ได้ แม้ว่าจะมีความพยายามในการสงบศึกกันเนื่องด้วยความเสียหายที่เกิดขึ้นจากเหตุแห่งสงคราม
จนกระทั่งการปรากฏตัวขี้นมาของพวก Dredge สิ่งมีชีวิตร่างสูงใหญ่ดำทมิฬที่มักสวมใส่เกราะหินหรือเกราะเหล็กขนาดใหญ่ สิ่งมีชีวิตพวกนี้ถูกสร้างโดยเทพองค์หนึ่งที่เปี่ยมด้วยความอาฆาตและอิจฉาในผลงานการสร้างสรรค์ชีวิตของเทพองค์อื่นๆ จึงได้นำเอาสิ่งชีวิตเหล่านั้นบางส่วนมาดัดแปลงจนกลายเป็นสิ่งที่ผิดธรรมชาติและถูกชักจูงให้ก่อสงครามกับสิ่งมีชีวิตเผ่าอื่นๆ บนพื้นพิภพแห่งนี้ นอกจากนี้ยังมี Dredge บางตัวที่มีพลังเหนือ Dredge ทั่วไป ทั้งยังไม่สามารถฆ่าให้ตายได้นอกเสียจากจะยินยอมสิ้นชีพเสียเอง ซึ่ง Dredge พวกนี้ถูกเรียกว่า Sundr ผู้เป็นเสมือนแม่ทัพสำคัญของเหล่า Dredge ในการเริ่มมหาสงครามครั้งที่ 2
ชนเผ่า Dredge
การรุกรานของ Dredge ทำให้มนุษย์กับ Varl ยอมร่วมมือกันเพื่อขับไล่ภัยคุกคามที่ยิ่งใหญ่กว่าผ่าน Valka ผู้ทำหน้าที่เป็นผู้สมานความบาดหมางของทั้งสองเผ่า จนทำให้ในท้ายที่สุดเผ่า Dredge ก็ถูกกองกำลังพันธมิตรผลักดันไปยัง Valkajokull ดินแดนรกร้างทางตอนเหนือได้สำเร็จ ซึ่งเผ่า Varl ก็ได้สร้างป้อมปราการจำนวนมากตามแนวเขาเพื่อเฝ้าระวังการรุกรานจากพวก Dredge ก่อนที่ Valka จะเข้ามาขับไล่กองกำลังที่เหลืออยู่ ทำให้พวก Dredge จำต้องหลบซ่อนอยู่ใต้พื้นพิภพตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา
จุดจบของเหล่าปวงเทพ
แต่การคงอยู่ของ Dredge ก็สร้างความไม่พอใจต่อเทพีแห่งการถักทอเป็นอย่างมาก จึงได้ทำการลงโทษเทพผู้สร้าง Dredge แต่เนื่องด้วยความพิโรธจึงได้พลั้งมือสังหารเทพตนนั้นไป ซึ่งนั้นทำให้เหล่าเทพเกิดความตื่นตระหนกเป็นอย่างมากเมื่อรู้ตัวว่าเทพก็สามารถถูกสังหารได้ ความตื่นตระหนกกลายเป็นความหวาดระแวงก่อนที่จะแปรผันเป็นการฆ่ากันเองของเหล่าเทพ เทพจำนวนมากได้สิ้นชีพลง ส่วนเทพที่ยังเหลือรอดก็ได้หลบซ่อนตัวไม่เข้ายุ่งเกี่ยวกับโลกอีกเลย
เมื่อไร้ซึ่งเทพ โลกก็ไร้ซึ่งการคุ้มครองดูแลอีกต่อไป สิ่งมีชีวิตที่ได้รับผลกระทบมากสุดคือ Varl ที่ไม่สามารถเพิ่มจำนวนได้อีกแล้วเมื่อไร้ซึ่งเทพผู้สร้าง สิ่งที่ยังยืนยันถึงอิทธิพลของเทพบนโลกในตอนนี้เหลือเพียงแต่ ศิลาศักดิ์สิทธิ์แห่งเทพ (The Godstones) ที่หลงเหลือกระจัดกระจายไปตามจุดต่างๆ ทั่วโลก
หนึ่งในศิลาศักดิ์สิทธิ์แห่งเทพ (The Godstones)
ซึ่งภายหลังมหาสงครามครั้งที่ 2 มนุษย์กับ Varl ก็ต่างแยกย้ายไปตั้งถิ่นฐานตามอัธยาศัย โดย Varl ส่วนใหญ่เลือกที่จะปักหลักในแถบป้อมปราการทางเหนือนำโดย Einar ราชาตนแรกของพวก Varl ที่ได้สถาปนาเมืองหลวง ณ Einartoft เพื่อคอยเฝ้าระวังการกลับมาของ Dredge แต่บางส่วนก็เลือกที่จะอยู่ร่วมกับมนุษย์ทางตอนใต้หรือไม่ก็เลือกไปตั้งถิ่นฐานใหม่ร่วมกันในดินแดน Setterlund ทางตะวันออก ในช่วงนี้ก็มีการรบกวนจากเผ่า Horseborn หรือเหล่ามนุษย์ครึ่งม้าที่เข้าราวีและบุกปล้นเมืองต่างๆ ทั้งยังได้ลักขโมยม้าในดินแดนมนุษย์ไปเป็นจำนวนมาก (ด้วยเหตุนี้ในเกมจึงไม่ปรากฏว่ามีการใช้ม้าของฝั่งมนุษย์นั้นเอง ส่วนบรรดาม้าจะถูกเอาไปทำอะไรนั้น......ก็ไม่อาจบอกได้...) ซึ่งในท้ายที่สุดพวก Horseborn ก็ถูกขับไล่ไปยังดินแดน Dalalond ทางตอนใต้
ชนเผ่า Horseborn
ก่อนการเริ่มต้นของมหาสงครามครั้งที่ 3
แต่ถึงแม้ว่ามหาสงครามครั้งที่ 2 จะจบลง สันติสุขก็หาได้ยั่งยืนไม่ พันธมิตรระหว่างมนุษย์กับ Varl ก็เริ่มสั่นคลอนลงเมื่อเวลาผ่านไป ส่วนเหล่า Dredge ที่เชื่อกันว่าถูกล้างเผ่าพันธุ์จนเกือบสูญสิ้นแล้วนั้น ความจริงแล้วยังคงหลงเหลืออยู่ เพียงแต่ด้วยข้อตกลงที่ทำไว้กับ Valka ในการสัญญาว่าจะไม่รุกรานโลกเบื้องบนแลกกับการได้เรียนรู้ศาสตร์แห่งการเขียน การถักทอ การใช้พลังจากตะวันทมิฬใต้พื้นพิภพ และการสืบเผ่าพันธุ์เพื่อเพิ่มจำนวน แต่ถึงกระนั้นเมื่อเวลาผ่านพ้นไป ก็กลับเริ่มพบปรากฏ Dredge บางส่วนที่ยังคงขี้นมาบนพื้นพิภพแม้ว่าจะจำนวนน้อยมากจนไม่เป็นภัยคุกคาม แต่ก็ยิ่งทำให้ชายแดนทางตอนเหนือเริ่มตึงเครียดมากขึ้นอีกครั้ง
แต่ด้วยเหตุบางอย่างที่ไม่อาจคาดได้ (ขอไม่สปอย) ในวันหนึ่งดวงตะวันกลับหยุดชะงักอยู่กลางเวหาราวกับเวลาบนโลกนี้ได้หยุดนิ่งไป พร้อมกับเหล่า Drege จำนวนมหาศาลที่ทะลักมาจากแดนรกร้างทางตอนเหนือเกินกำลังที่ป้อมปราการของ Varl จะสกัดไว้ได้ ทั้งหมดนี้เป็นสัญญาณว่ามหาสงครามครั้งที่ 3 ได้เริ่มขึ้นแล้ว ฝูง Drege ที่เคลื่อนพลมาราวกับน้ำป่าจนทำให้ผู้คนมากมายต่างต้องอพยพหนีตายไปตามกัน บีบให้มนุษย์กับ Varl ต้องหันกลับมาร่วมมืออีกครั้งเพื่อความอยู่รอดของทั้งสองเผ่า...... หรือว่านี้จะเป็นจุดจบของโลกที่เริ่มเสื่มสลายใบนี้กันแล้ว............
ทั้งหมดนี้ก็คือเรื่องราวทั้งหมดที่เกิดขึ้นโดยสรุป ก่อนที่จะเริ่มเนื้อหาของเกมส์ The Banner Saga นั้นเอง ถ้าหากสนใจอยากรู้เรื่องราวเพิ่มเติมอีก ก็สามารถไปหาซื้อเพื่อลองเล่นและดื่มด่ำไปกับเรื่องราวในเกมส์ได้เลยครับ
The Banner Saga: ปกรณัมแห่งโลกที่กำลังดับสูญ
เพื่อทำความเข้าใจเกี่ยวกับโลกแห่ง The Banner Saga ให้มากขึ้น ผมจึงขอนำเสนอเรื่องราวและตำนานสำคัญต่างๆ ในช่วงก่อนที่จะเริ่มเนื้อหาในเกมหลัก ซึ่งทั้งหมดเริ่มต้นตั้งแต่.....
ยุคแห่งเทพเจ้า
ในอดีตครั้นบรรพกาลเมื่อทวยเทพทั้งหลายยังดำรงอยู่ ไร้ซึ่งโลกที่เรารู้จักกัน แต่แล้วในห้วงเวลาหนึ่ง ก็ได้มีเทพีผู้ค้นพบการถักทอชีวิตขึ้นมา นางจึงได้ถักทอสรรพชีวิตบนผืนผ้าอย่างพิถีพิถันจนกำเนิดเป็นผืนโลกขึ้นมานั้นเอง
ด้วยเหตุนี้เทพีองค์นี้จึงได้รับนามว่า มารดาผู้ถักทอ (Loom-mother) เนื่องจากนางได้สรรค์สร้างผลงานชิ้นเอกนั้นคือเผ่าพันธุ์มนุษย์ผู้เปี่ยมไปด้วยเหตุผลที่นางได้ถักทอไว้ อีกทั้งยังได้ถ่ายทอดศาสตร์แห่งการถักทอและซ่อมแซมไว้ให้กับมนุษย์กลุ่มหนึ่ง ที่ซึ่งต่อมาจะกลายเป็น Menders กลุ่มมนุษย์ผู้เข้าใจศาสตร์แห่งการซ่อมแซมและควบคุมพลังเหนือธรรมชาติ ผ่านเส้นใยที่สอดประสานทุกสิ่งบนผืนโลกนี้เอง เหล่า Menders ผู้เก่งกาจและทรงพลังจะถูกเรียกว่า Valka ผู้มีหน้าที่หลักในการช่วยเหลือและถ่ายทอดองค์ความรู้ต่างๆ ให้แก่มวลมนุษย์
เหล่าเทพทั้งหลายที่ได้ประจักษ์พลังแห่งการถักทอ จึงต่างพากันพยายามลอกเลียนแบบเพื่อสร้างชีวิตเป็นผลงานของตนเองดูบ้าง แต่เพราะด้วยความไม่เข้าใจและขาดความอดทน จึงทำให้สิ่งมีชีวิตเหล่านั้นต่างขาดความสมบูรณ์แบบและมีข้อบกพร่อง ต่างจากมนุษย์ที่ถูกสรรค์สร้างอย่างปราณีตและละเอียดอ่อน แต่ถึงอย่างนั้นเหล่าเทพก็ได้สร้างสรรค์สิ่งมีชีวิตต่างๆ บนโลกขึ้นมา พร้อมมอบคุณสมบัติและความรู้ให้แก่สิ่งมีชีวิตแต่ละเผ่าตามความถนัดของเทพแต่ละองค์
หนึ่งในเผ่าพันธุ์ที่มีความโดดเด่นไม่แพ้มนุษย์เลยก็คือ Varl เหล่าคนยักษ์ผู้เกิดจากการสรรค์สร้างโดยเทพ Hadrborg ที่ทดลองรวมมนุษย์กับสัตว์เข้าด้วยกันภายใต้การชี้นำโดยเทพีผู้ถักทออย่างใกล้ชิด พวก Varl เป็นเผ่าที่เชี่ยวชาญด้านการรบพุ่งและมีอายุยืนยาว (ว่ากันว่าในตลอดหน้าประวัติศาสตร์ยังไม่เคยมี Varl ตนใดที่สิ้นชีวิตด้วยความชราภาพเลย นอกเสียจากการถูกสังหารในสนามรบ) แต่ก็มีแต่เพศชายเท่านั้นจึงทำให้ไม่สามารถขยายพันธุ์ได้
ในยุคแรกเริ่มนั้น มนุษย์กับ Varl นั้นไม่ค่อยถูกชะตากันมากนักในการร่วมใช้ชีวิตบนผืนดินเดียวกัน ความขัดแย้งของทั้งสองเผ่านั้นค่อยๆ ขยายตัวจนเกิดเป็นสงครามครั้งใหญ่ ในช่วงเริ่มแรกนั้นมนุษย์เป็นฝ่ายที่เสียเปรียบเพราะไม่สามารถสู้กำลังของพวก Varl ได้ แต่เพราะด้วยความช่วยเหลือจากเหล่า Menders ไม่ว่าจะเป็นการชักจูงให้ Karl หนึ่งในยอดนักรบของพวก Varl เปลี่ยนฝ่ายมาช่วยเหลือมนุษย์ หรือไม่ก็การไปขอไฟจาก Baldringr เทพเจ้าสงครามเพื่อใช้ขับไล่พวก Varl จนต้องถอยไปยังแม่น้ำแดง (Red River) ได้สำเร็จ
มหาสงครามครั้งที่ 2
การรุกรานของ Dredge ทำให้มนุษย์กับ Varl ยอมร่วมมือกันเพื่อขับไล่ภัยคุกคามที่ยิ่งใหญ่กว่าผ่าน Valka ผู้ทำหน้าที่เป็นผู้สมานความบาดหมางของทั้งสองเผ่า จนทำให้ในท้ายที่สุดเผ่า Dredge ก็ถูกกองกำลังพันธมิตรผลักดันไปยัง Valkajokull ดินแดนรกร้างทางตอนเหนือได้สำเร็จ ซึ่งเผ่า Varl ก็ได้สร้างป้อมปราการจำนวนมากตามแนวเขาเพื่อเฝ้าระวังการรุกรานจากพวก Dredge ก่อนที่ Valka จะเข้ามาขับไล่กองกำลังที่เหลืออยู่ ทำให้พวก Dredge จำต้องหลบซ่อนอยู่ใต้พื้นพิภพตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา
จุดจบของเหล่าปวงเทพ
แต่การคงอยู่ของ Dredge ก็สร้างความไม่พอใจต่อเทพีแห่งการถักทอเป็นอย่างมาก จึงได้ทำการลงโทษเทพผู้สร้าง Dredge แต่เนื่องด้วยความพิโรธจึงได้พลั้งมือสังหารเทพตนนั้นไป ซึ่งนั้นทำให้เหล่าเทพเกิดความตื่นตระหนกเป็นอย่างมากเมื่อรู้ตัวว่าเทพก็สามารถถูกสังหารได้ ความตื่นตระหนกกลายเป็นความหวาดระแวงก่อนที่จะแปรผันเป็นการฆ่ากันเองของเหล่าเทพ เทพจำนวนมากได้สิ้นชีพลง ส่วนเทพที่ยังเหลือรอดก็ได้หลบซ่อนตัวไม่เข้ายุ่งเกี่ยวกับโลกอีกเลย
เมื่อไร้ซึ่งเทพ โลกก็ไร้ซึ่งการคุ้มครองดูแลอีกต่อไป สิ่งมีชีวิตที่ได้รับผลกระทบมากสุดคือ Varl ที่ไม่สามารถเพิ่มจำนวนได้อีกแล้วเมื่อไร้ซึ่งเทพผู้สร้าง สิ่งที่ยังยืนยันถึงอิทธิพลของเทพบนโลกในตอนนี้เหลือเพียงแต่ ศิลาศักดิ์สิทธิ์แห่งเทพ (The Godstones) ที่หลงเหลือกระจัดกระจายไปตามจุดต่างๆ ทั่วโลก
ซึ่งภายหลังมหาสงครามครั้งที่ 2 มนุษย์กับ Varl ก็ต่างแยกย้ายไปตั้งถิ่นฐานตามอัธยาศัย โดย Varl ส่วนใหญ่เลือกที่จะปักหลักในแถบป้อมปราการทางเหนือนำโดย Einar ราชาตนแรกของพวก Varl ที่ได้สถาปนาเมืองหลวง ณ Einartoft เพื่อคอยเฝ้าระวังการกลับมาของ Dredge แต่บางส่วนก็เลือกที่จะอยู่ร่วมกับมนุษย์ทางตอนใต้หรือไม่ก็เลือกไปตั้งถิ่นฐานใหม่ร่วมกันในดินแดน Setterlund ทางตะวันออก ในช่วงนี้ก็มีการรบกวนจากเผ่า Horseborn หรือเหล่ามนุษย์ครึ่งม้าที่เข้าราวีและบุกปล้นเมืองต่างๆ ทั้งยังได้ลักขโมยม้าในดินแดนมนุษย์ไปเป็นจำนวนมาก (ด้วยเหตุนี้ในเกมจึงไม่ปรากฏว่ามีการใช้ม้าของฝั่งมนุษย์นั้นเอง ส่วนบรรดาม้าจะถูกเอาไปทำอะไรนั้น......ก็ไม่อาจบอกได้...) ซึ่งในท้ายที่สุดพวก Horseborn ก็ถูกขับไล่ไปยังดินแดน Dalalond ทางตอนใต้
ก่อนการเริ่มต้นของมหาสงครามครั้งที่ 3
แต่ถึงแม้ว่ามหาสงครามครั้งที่ 2 จะจบลง สันติสุขก็หาได้ยั่งยืนไม่ พันธมิตรระหว่างมนุษย์กับ Varl ก็เริ่มสั่นคลอนลงเมื่อเวลาผ่านไป ส่วนเหล่า Dredge ที่เชื่อกันว่าถูกล้างเผ่าพันธุ์จนเกือบสูญสิ้นแล้วนั้น ความจริงแล้วยังคงหลงเหลืออยู่ เพียงแต่ด้วยข้อตกลงที่ทำไว้กับ Valka ในการสัญญาว่าจะไม่รุกรานโลกเบื้องบนแลกกับการได้เรียนรู้ศาสตร์แห่งการเขียน การถักทอ การใช้พลังจากตะวันทมิฬใต้พื้นพิภพ และการสืบเผ่าพันธุ์เพื่อเพิ่มจำนวน แต่ถึงกระนั้นเมื่อเวลาผ่านพ้นไป ก็กลับเริ่มพบปรากฏ Dredge บางส่วนที่ยังคงขี้นมาบนพื้นพิภพแม้ว่าจะจำนวนน้อยมากจนไม่เป็นภัยคุกคาม แต่ก็ยิ่งทำให้ชายแดนทางตอนเหนือเริ่มตึงเครียดมากขึ้นอีกครั้ง
แต่ด้วยเหตุบางอย่างที่ไม่อาจคาดได้ (ขอไม่สปอย) ในวันหนึ่งดวงตะวันกลับหยุดชะงักอยู่กลางเวหาราวกับเวลาบนโลกนี้ได้หยุดนิ่งไป พร้อมกับเหล่า Drege จำนวนมหาศาลที่ทะลักมาจากแดนรกร้างทางตอนเหนือเกินกำลังที่ป้อมปราการของ Varl จะสกัดไว้ได้ ทั้งหมดนี้เป็นสัญญาณว่ามหาสงครามครั้งที่ 3 ได้เริ่มขึ้นแล้ว ฝูง Drege ที่เคลื่อนพลมาราวกับน้ำป่าจนทำให้ผู้คนมากมายต่างต้องอพยพหนีตายไปตามกัน บีบให้มนุษย์กับ Varl ต้องหันกลับมาร่วมมืออีกครั้งเพื่อความอยู่รอดของทั้งสองเผ่า...... หรือว่านี้จะเป็นจุดจบของโลกที่เริ่มเสื่มสลายใบนี้กันแล้ว............
ทั้งหมดนี้ก็คือเรื่องราวทั้งหมดที่เกิดขึ้นโดยสรุป ก่อนที่จะเริ่มเนื้อหาของเกมส์ The Banner Saga นั้นเอง ถ้าหากสนใจอยากรู้เรื่องราวเพิ่มเติมอีก ก็สามารถไปหาซื้อเพื่อลองเล่นและดื่มด่ำไปกับเรื่องราวในเกมส์ได้เลยครับ