📌วิธีคิดค่าเช่าพื้นที่ดินเปล่า เปิดร้านสะดวกซื้อ Lotus’s go fresh - Mini Big C
หนึ่งในประเด็นสำคัญที่สุด คือ “การตั้งราคาค่าเช่า” ซึ่งโดยทั่วไปมีวิธีหลักๆ คือ
1. คิดตามขนาดพื้นที่ / รายเดือน
เป็นรูปแบบที่นิยมมากที่สุด มีที่จอดรถ ขนาดพื้นที่ดินรวมประมาณ 150 – 200 ตารางวา (หรือประมาณ 600 – 800 ตารางเมตร) คิดค่าเช่าเดือนละ 40,000 – 100,000 บาท ขึ้นอยู่กับทำเล
ขนาดพื้นที่ใช้จริง และศักยภาพทางการค้า ทำเลที่อยู่ใกล้ชุมชนขนาดใหญ่ ถนนสายหลัก หรือปั๊มน้ำมัน มักสามารถตั้งค่าเช่าได้สูงกว่าปกติ
📌อาคารพาณิชย์ 2-3 คูหา ค่าเช่าอยู่ที่เท่าไหร่
กรณีเป็นอาคารพาณิชย์ในทำเลชุมชน หรือตึกแถว 2-3 คูหา พื้นที่ประมาณ 100 – 120 ตารางเมตร เหมาะกับการเปิด Mini Big C หรือ Lotus’s go fresh
ค่าเช่าโดยเฉลี่ยอยู่ที่ 35,000 – 80,000บาทต่อเดือน ขึ้นอยู่กับจำนวนคูหา ความกว้างหน้าร้าน ปริมาณคนสัญจร และบางทำเลในเมืองใหญ่หรือพื้นที่ใกล้หมู่บ้านระดับกลาง-บน อาจปล่อยเช่าได้สูงกว่านี้
📌เงื่อนไขสำคัญที่เจ้าของพื้นที่ต้องเจรจา
นอกจากค่าเช่า ยังมีรายละเอียดสำคัญที่ควรตกลงให้ชัดเจนในสัญญา ได้แก่ ระยะเวลาสัญญา ส่วนใหญ่ร้านค้าปลีกจะขอเช่าระยะยาว 9-12 ปี พร้อมออปชันต่อสัญญา
ส่วนการปรับขึ้นค่าเช่า นิยมกำหนดปรับขึ้นทุก 3 ปี ประมาณ 3-10% ตัวอย่าง ค่าเช่าเริ่มต้น 60,000 บาท ปรับขึ้น 5% ทุก 3 ปี
ช่วงตกแต่งร้าน บางกรณีผู้เช่าจะขอ “ฟรีค่าเช่า” ช่วงตกแต่งร้าน 1-2 เดือน แต่เจ้าของพื้นที่สามารถเจรจาได้ เช่น คิด 50% ของค่าเช่าปกติ หรือเริ่มคิดเต็มจำนวนทันทีเมื่อเข้าพื้นที่
สำหรับภาษีและค่าสาธารณูปโภค ต้องตกลงให้ชัดเจนว่าใครเป็นผู้รับผิดชอบ ส่วนใหญ่ทางร้านสะดวกซื้อจะเป็นผู้รับผิดชอบทั้งหมด เช่น ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าอินเทอร์เน็ต ค่าบำรุงรักษาพื้นที่ ฯลฯ
📌เจ้าของที่ดินควรประเมินอะไร ก่อนปล่อยเช่า
ผู้เชี่ยวชาญด้านอสังหาริมทรัพย์มองว่า เจ้าของพื้นที่ควรประเมิน 3 เรื่องสำคัญก่อนตัดสินใจปล่อยเช่า ได้แก่
1. ศักยภาพทำเล สำรวจว่าพื้นที่ใกล้เคียงมีร้านสะดวกซื้ออยู่แล้วกี่แห่ง และยังมีช่องว่างตลาดหรือไม่
2. มูลค่าที่ดินระยะยาว ต้องพิจารณาว่า ค่าเช่าที่ได้รับคุ้มค่ากับโอกาสในการใช้พื้นที่รูปแบบอื่นหรือไม่
3. ความมั่นคงของผู้เช่า แบรนด์ค้าปลีกรายใหญ่มีข้อดีคือความเสี่ยงต่ำ และมักจ่ายค่าเช่าตรงเวลา ทำให้เจ้าของที่ดินมีรายได้ประจำระยะยาว
การปล่อยเช่าพื้นที่ให้ร้านสะดวกซื้ออย่าง Lotus’s go fresh หรือ Mini Big C ถือเป็นอีกทางเลือกสร้างรายได้ระยะยาวที่ได้รับความสนใจมากขึ้น โดยเฉพาะในยุคที่ธุรกิจค้าปลีกขนาดเล็กยังแข่งขันขยายสาขาอย่างต่อเนื่อง
อย่างไรก็ตาม สิ่งสำคัญไม่ใช่เพียง “มีที่ดิน” แต่คือการประเมินศักยภาพทำเล การตั้งราคาค่าเช่าที่เหมาะสม และการเจรจาเงื่อนไขสัญญาอย่างรอบคอบ เพื่อให้เจ้าของพื้นที่ได้รับผลตอบแทนที่คุ้มค่าและมั่นคงในระยะยาว
สำหรับพื้นที่ศักยภาพสูงในชุมชนเมือง ปัจจุบันค่าเช่าสามารถอยู่ในระดับหลายหมื่นถึงหลักแสนบาทต่อเดือน ขึ้นอยู่กับขนาดพื้นที่ ทำเล ปริมาณคนสัญจร และความต้องการของแบรนด์ค้าปลีกในแต่ละทำเล
.
.
ไทยแฟรนไชส์เซ็นเตอร์ รวบรวมข้อมูล
Cr.
https://www.facebook.com/share/p/1CnfKjxWim/
มีทำเลเปิดร้าน Lotus’s go fresh – Mini Big C คิดค่าเช่าอย่างไร?
📌วิธีคิดค่าเช่าพื้นที่ดินเปล่า เปิดร้านสะดวกซื้อ Lotus’s go fresh - Mini Big C
หนึ่งในประเด็นสำคัญที่สุด คือ “การตั้งราคาค่าเช่า” ซึ่งโดยทั่วไปมีวิธีหลักๆ คือ
1. คิดตามขนาดพื้นที่ / รายเดือน
เป็นรูปแบบที่นิยมมากที่สุด มีที่จอดรถ ขนาดพื้นที่ดินรวมประมาณ 150 – 200 ตารางวา (หรือประมาณ 600 – 800 ตารางเมตร) คิดค่าเช่าเดือนละ 40,000 – 100,000 บาท ขึ้นอยู่กับทำเล
ขนาดพื้นที่ใช้จริง และศักยภาพทางการค้า ทำเลที่อยู่ใกล้ชุมชนขนาดใหญ่ ถนนสายหลัก หรือปั๊มน้ำมัน มักสามารถตั้งค่าเช่าได้สูงกว่าปกติ
📌อาคารพาณิชย์ 2-3 คูหา ค่าเช่าอยู่ที่เท่าไหร่
กรณีเป็นอาคารพาณิชย์ในทำเลชุมชน หรือตึกแถว 2-3 คูหา พื้นที่ประมาณ 100 – 120 ตารางเมตร เหมาะกับการเปิด Mini Big C หรือ Lotus’s go fresh
ค่าเช่าโดยเฉลี่ยอยู่ที่ 35,000 – 80,000บาทต่อเดือน ขึ้นอยู่กับจำนวนคูหา ความกว้างหน้าร้าน ปริมาณคนสัญจร และบางทำเลในเมืองใหญ่หรือพื้นที่ใกล้หมู่บ้านระดับกลาง-บน อาจปล่อยเช่าได้สูงกว่านี้
📌เงื่อนไขสำคัญที่เจ้าของพื้นที่ต้องเจรจา
นอกจากค่าเช่า ยังมีรายละเอียดสำคัญที่ควรตกลงให้ชัดเจนในสัญญา ได้แก่ ระยะเวลาสัญญา ส่วนใหญ่ร้านค้าปลีกจะขอเช่าระยะยาว 9-12 ปี พร้อมออปชันต่อสัญญา
ส่วนการปรับขึ้นค่าเช่า นิยมกำหนดปรับขึ้นทุก 3 ปี ประมาณ 3-10% ตัวอย่าง ค่าเช่าเริ่มต้น 60,000 บาท ปรับขึ้น 5% ทุก 3 ปี
ช่วงตกแต่งร้าน บางกรณีผู้เช่าจะขอ “ฟรีค่าเช่า” ช่วงตกแต่งร้าน 1-2 เดือน แต่เจ้าของพื้นที่สามารถเจรจาได้ เช่น คิด 50% ของค่าเช่าปกติ หรือเริ่มคิดเต็มจำนวนทันทีเมื่อเข้าพื้นที่
สำหรับภาษีและค่าสาธารณูปโภค ต้องตกลงให้ชัดเจนว่าใครเป็นผู้รับผิดชอบ ส่วนใหญ่ทางร้านสะดวกซื้อจะเป็นผู้รับผิดชอบทั้งหมด เช่น ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าอินเทอร์เน็ต ค่าบำรุงรักษาพื้นที่ ฯลฯ
📌เจ้าของที่ดินควรประเมินอะไร ก่อนปล่อยเช่า
ผู้เชี่ยวชาญด้านอสังหาริมทรัพย์มองว่า เจ้าของพื้นที่ควรประเมิน 3 เรื่องสำคัญก่อนตัดสินใจปล่อยเช่า ได้แก่
1. ศักยภาพทำเล สำรวจว่าพื้นที่ใกล้เคียงมีร้านสะดวกซื้ออยู่แล้วกี่แห่ง และยังมีช่องว่างตลาดหรือไม่
2. มูลค่าที่ดินระยะยาว ต้องพิจารณาว่า ค่าเช่าที่ได้รับคุ้มค่ากับโอกาสในการใช้พื้นที่รูปแบบอื่นหรือไม่
3. ความมั่นคงของผู้เช่า แบรนด์ค้าปลีกรายใหญ่มีข้อดีคือความเสี่ยงต่ำ และมักจ่ายค่าเช่าตรงเวลา ทำให้เจ้าของที่ดินมีรายได้ประจำระยะยาว
การปล่อยเช่าพื้นที่ให้ร้านสะดวกซื้ออย่าง Lotus’s go fresh หรือ Mini Big C ถือเป็นอีกทางเลือกสร้างรายได้ระยะยาวที่ได้รับความสนใจมากขึ้น โดยเฉพาะในยุคที่ธุรกิจค้าปลีกขนาดเล็กยังแข่งขันขยายสาขาอย่างต่อเนื่อง
อย่างไรก็ตาม สิ่งสำคัญไม่ใช่เพียง “มีที่ดิน” แต่คือการประเมินศักยภาพทำเล การตั้งราคาค่าเช่าที่เหมาะสม และการเจรจาเงื่อนไขสัญญาอย่างรอบคอบ เพื่อให้เจ้าของพื้นที่ได้รับผลตอบแทนที่คุ้มค่าและมั่นคงในระยะยาว
สำหรับพื้นที่ศักยภาพสูงในชุมชนเมือง ปัจจุบันค่าเช่าสามารถอยู่ในระดับหลายหมื่นถึงหลักแสนบาทต่อเดือน ขึ้นอยู่กับขนาดพื้นที่ ทำเล ปริมาณคนสัญจร และความต้องการของแบรนด์ค้าปลีกในแต่ละทำเล
.
.
ไทยแฟรนไชส์เซ็นเตอร์ รวบรวมข้อมูล
Cr. https://www.facebook.com/share/p/1CnfKjxWim/