สรุปให้ชัด! BYD "God’s Eye" (จีน) vs BYD "DiPilot" (ไทย)

หลายคนน่าจะเห็นข่าวคราวเรื่องระบบช่วยขับขี่ของ BYD ที่จีนประกาศนโยบายการันตีรับผิดชอบอุบัติเหตุ จนเกิดความสับสนว่ารถ BYD ที่ขายในไทยจะมีฟีเจอร์เหล่านั้นด้วยไหม? วันนี้ผมสรุปมาให้ชัดๆ ครับว่า "มันคือคนละระบบและคนละมาตรฐานกัน"

1. BYD God’s Eye (ระบบตัวท็อปในจีน)
          "God’s Eye" คือชื่อเรียกภาพรวมของระบบขับขี่อัจฉริยะ (Intelligent Driving) ที่ BYD พัฒนาขึ้นเองเพื่อทำตลาดในประเทศจีนโดยเฉพาะ โดยมีการแบ่งระดับฮาร์ดแวร์ไว้ 3 ระดับ (A, B, C)
ความสามารถ
          รองรับระดับ L3/L4 (ในบางฟังก์ชัน) สามารถทำ City NOA (City Navigation on Autopilot) คือขับเคลื่อนเองในเมืองได้ ทั้งเลี้ยวตามแยก, รอไฟแดง, เปลี่ยนเลนหลบสิ่งกีดขวาง และจอดรถอัตโนมัติ
เทคโนโลยี
          ใช้ชิปประมวลผลประสิทธิภาพสูง (เช่น Xuanji A3 ขนาด 4nm) และติดตั้ง LiDAR ในรถรุ่นใหม่ๆ เพื่อการตรวจจับที่แม่นยำระดับเซนติเมตร
ฐานข้อมูล
          ทำงานร่วมกับแผนที่ความละเอียดสูง (HD Map) และฐานข้อมูลการขับขี่มหาศาลจากรถกว่า 3 ล้านคันในจีน

2. BYD DiPilot (ระบบในไทย)
          "DiPilot" ที่เราคุ้นเคยในรถ BYD ทุกรุ่นที่จำหน่ายในประเทศไทย คือชุดระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่ (ADAS) ที่เน้นความปลอดภัยในระดับ L2
ความสามารถ
          เน้นการ "ช่วย" ไม่ใช่การ "ขับแทน" เช่น ระบบเบรกฉุกเฉิน (AEB), ระบบเตือนออกนอกเลน (LDW/LKA), ระบบควบคุมความเร็วแปรผัน (ACC), และระบบเตือนจุดอับสายตา (BSD)
จุดประสงค์
          ออกแบบมาเพื่อเป็น "ตาที่สาม" ช่วยระวังอุบัติเหตุและแบ่งเบาภาระผู้ขับขี่ แต่ยังไม่สามารถนำทางในเมืองแบบอัตโนมัติเหมือนฟังก์ชัน City NOA ในจีนครับ
สถานะ
          ในไทยยังไม่มีการนำฟีเจอร์ระดับสูงอย่าง LiDAR หรือ City NOA มาติดตั้งในรถรุ่นทั่วไปเหมือนในจีนครับ



ทำไมถึงต้องแยกให้ชัด?
ความคาดหวัง  เพื่อนๆ หลายคนอาจจะไปดูคลิปรีวิวจากจีนแล้วคาดหวังว่ารถในไทยจะทำแบบนั้นได้ ซึ่งในความเป็นจริงมันทำไม่ได้ครับ
ความปลอดภัย  ระบบ DiPilot ในไทยคือ "ผู้ช่วย" ห้ามปล่อยมือหรือละสายตาจากการขับขี่เด็ดขาด
อนาคต  แม้ตอนนี้ไทยจะยังไม่ได้ใช้ God’s Eye แต่ BYD ก็มีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ใครที่รอคอยระบบขับขี่อัจฉริยะในไทย คงต้องรอให้ทาง BYD Thailand ประกาศความพร้อมเรื่องแผนที่และกฎหมายก่อนครับ

          อย่าเพิ่งเอามาตรฐานของ God’s Eye ในจีน มาตัดสินประสิทธิภาพของรถ BYD ในไทยนะครับ รถในบ้านเราเน้นความปลอดภัยแบบ ADAS มาตรฐาน ซึ่งทำหน้าที่ได้ดีและปลอดภัยมากในแง่ของ "ผู้ช่วยขับ" แล้ว ส่วนความล้ำระดับไร้คนขับนั้น เราคงต้องติดตามกันต่อไปว่าเมื่อไหร่ที่ BYD จะพร้อมนำนวัตกรรมนี้เข้ามาปรับใช้ในบ้านเราครับ
แก้ไขข้อความเมื่อ

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่