ประเทศแห่งความกล้า??
ประเทศไทยเป็นประเทศที่กล้าหาญมาก
กล้าจนบางทีน่าประทับใจ
กล้าล้อมรถ
กล้าปิดถนน
กล้ายึดชายหาด
กล้าประกาศว่า "พื้นที่นี้ของพวกกู"
กล้ารวมตัวเป็นร้อยเป็นพัน
กล้าถ่ายคลิปลงโซเชียล
กล้าทำทุกอย่างต่อหน้ากล้อง
ยกเว้น...
กล้าเคารพกฎหมาย
เกาะสมุยมีคนตาย
ข่าวดังอยู่ไม่กี่วัน
คนแชร์
คนด่า
คนตกใจ
แล้วก็เลื่อนผ่าน
เกาะพะงันมีคำถามเรื่องต่างชาติสร้างอิทธิพลทางเศรษฐกิจ
คนสงสัย
คนถกเถียง
หน่วยงานตรวจสอบ
แล้วทุกอย่างก็เดินต่อไป
บางแสนมีเรื่องพื้นที่สาธารณะ
ชายหาดที่ควรเป็นของทุกคน
แต่บางครั้งกลับทำให้คนรู้สึกเหมือนกำลังเดินผ่านหน้าบ้านเจ้าพ่อประจำหาด
นั่งได้
แต่ต้องนั่งถูกที่
ใช้ได้
แต่ต้องใช้ถูกคน
และถ้าไม่ถูกใจใครบางคน
คุณอาจค้นพบว่าพื้นที่สาธารณะนั้นสาธารณะเฉพาะในเอกสารราชการ
ล่าสุดรถโดยสารสาธารณะบางประเภทรวมตัวกันล้อมระบบขนส่งสาธารณะอีกประเภท
ภาพคนยืนล้อมรถเต็มถนน
เป็นภาพที่ทำให้ประชาชนเข้าใจผิดคิดว่าตัวเองกำลังดูหนังมาเฟีย
ก่อนจะมีคนออกมาบอกว่า
"ไม่ใช่ครับ"
"เป็นการแสดงออกเชิงสัญลักษณ์"
ประเทศไทยนี่ช่างวิเศษจริง ๆ
เพราะถ้าคนธรรมดาคนหนึ่งไปขวางถนน
เรียกก่อความเดือดร้อน
แต่ถ้าไปกันสองร้อยคน
เรียกเจรจา
ถ้าแค่คนเดียวไปข่มขู่คนอื่น
เรียกคุกคาม
แต่ถ้าไปกันทั้งกลุ่ม
เรียกปกป้องผลประโยชน์
และนี่คือสิ่งที่น่าสนใจที่สุด
บางข่าวมีคนเสียชีวิต
สังคมเงียบ
บางข่าวมีคนถูกยิง
สังคมเงียบ
บางข่าวมีคนสูญเสียครอบครัว
สังคมเงียบ
แต่พอมีใครสักคนไปแตะความเชื่อ
แตะอัตลักษณ์
แตะความรู้สึกของกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง
จู่ ๆ ประเทศก็เต็มไปด้วยนักรบแห่งความยุติธรรม
คนเป็นพันพร้อมออกจากบ้าน
พร้อมรวมตัว
พร้อมตะโกน
พร้อมตัดสิน
พร้อมลงโทษ
ก่อนที่ศาลจะได้พูดอะไรสักคำ
เหมือนเรากำลังอยู่ในประเทศที่การฆ่าคนยังต้องรอขั้นตอน
แต่การโกรธคนไม่ต้องรออะไรเลย
ยิ่งนานวันเข้า
ผมก็ยิ่งสงสัยว่า
ประเทศไทยอาจไม่ได้มีปัญหาเรื่องกฎหมายอ่อนแอ
แต่มีปัญหาเรื่องคนบางกลุ่มแข็งแรงเกินไป
แข็งแรงเพราะมีพวก
แข็งแรงเพราะมีจำนวน
แข็งแรงเพราะรู้ว่า
ยิ่งรวมตัวกันมาก
ความรับผิดชอบจะยิ่งน้อยลง
และเมื่อถึงวันนั้น
เราไม่ต้องมีมาเฟียหรอก
เพราะมาเฟียอย่างน้อยก็ยังยอมรับว่าตัวเองอยู่นอกกฎหมาย
สิ่งที่น่ากลัวกว่า
คือคนที่ยืนอยู่นอกกฎหมาย
แต่เชื่อว่าตัวเองคือกฎหมาย
และนั่นอาจเป็นนิยามของปัญหาสังคมไทยในปีนี้
ไม่ใช่การขาดความยุติธรรม
แต่คือการที่ทุกคนอยากเป็นผู้พิพากษา
ตราบใดที่จำเลยไม่ใช่พวกตัวเอง
กฎหมายอยู่ในหนังสือ พวกกูอยู่ในพื้นที่
ประเทศไทยเป็นประเทศที่กล้าหาญมาก
กล้าจนบางทีน่าประทับใจ
กล้าล้อมรถ
กล้าปิดถนน
กล้ายึดชายหาด
กล้าประกาศว่า "พื้นที่นี้ของพวกกู"
กล้ารวมตัวเป็นร้อยเป็นพัน
กล้าถ่ายคลิปลงโซเชียล
กล้าทำทุกอย่างต่อหน้ากล้อง
ยกเว้น...
กล้าเคารพกฎหมาย
เกาะสมุยมีคนตาย
ข่าวดังอยู่ไม่กี่วัน
คนแชร์
คนด่า
คนตกใจ
แล้วก็เลื่อนผ่าน
เกาะพะงันมีคำถามเรื่องต่างชาติสร้างอิทธิพลทางเศรษฐกิจ
คนสงสัย
คนถกเถียง
หน่วยงานตรวจสอบ
แล้วทุกอย่างก็เดินต่อไป
บางแสนมีเรื่องพื้นที่สาธารณะ
ชายหาดที่ควรเป็นของทุกคน
แต่บางครั้งกลับทำให้คนรู้สึกเหมือนกำลังเดินผ่านหน้าบ้านเจ้าพ่อประจำหาด
นั่งได้
แต่ต้องนั่งถูกที่
ใช้ได้
แต่ต้องใช้ถูกคน
และถ้าไม่ถูกใจใครบางคน
คุณอาจค้นพบว่าพื้นที่สาธารณะนั้นสาธารณะเฉพาะในเอกสารราชการ
ล่าสุดรถโดยสารสาธารณะบางประเภทรวมตัวกันล้อมระบบขนส่งสาธารณะอีกประเภท
ภาพคนยืนล้อมรถเต็มถนน
เป็นภาพที่ทำให้ประชาชนเข้าใจผิดคิดว่าตัวเองกำลังดูหนังมาเฟีย
ก่อนจะมีคนออกมาบอกว่า
"ไม่ใช่ครับ"
"เป็นการแสดงออกเชิงสัญลักษณ์"
ประเทศไทยนี่ช่างวิเศษจริง ๆ
เพราะถ้าคนธรรมดาคนหนึ่งไปขวางถนน
เรียกก่อความเดือดร้อน
แต่ถ้าไปกันสองร้อยคน
เรียกเจรจา
ถ้าแค่คนเดียวไปข่มขู่คนอื่น
เรียกคุกคาม
แต่ถ้าไปกันทั้งกลุ่ม
เรียกปกป้องผลประโยชน์
และนี่คือสิ่งที่น่าสนใจที่สุด
บางข่าวมีคนเสียชีวิต
สังคมเงียบ
บางข่าวมีคนถูกยิง
สังคมเงียบ
บางข่าวมีคนสูญเสียครอบครัว
สังคมเงียบ
แต่พอมีใครสักคนไปแตะความเชื่อ
แตะอัตลักษณ์
แตะความรู้สึกของกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง
จู่ ๆ ประเทศก็เต็มไปด้วยนักรบแห่งความยุติธรรม
คนเป็นพันพร้อมออกจากบ้าน
พร้อมรวมตัว
พร้อมตะโกน
พร้อมตัดสิน
พร้อมลงโทษ
ก่อนที่ศาลจะได้พูดอะไรสักคำ
เหมือนเรากำลังอยู่ในประเทศที่การฆ่าคนยังต้องรอขั้นตอน
แต่การโกรธคนไม่ต้องรออะไรเลย
ยิ่งนานวันเข้า
ผมก็ยิ่งสงสัยว่า
ประเทศไทยอาจไม่ได้มีปัญหาเรื่องกฎหมายอ่อนแอ
แต่มีปัญหาเรื่องคนบางกลุ่มแข็งแรงเกินไป
แข็งแรงเพราะมีพวก
แข็งแรงเพราะมีจำนวน
แข็งแรงเพราะรู้ว่า
ยิ่งรวมตัวกันมาก
ความรับผิดชอบจะยิ่งน้อยลง
และเมื่อถึงวันนั้น
เราไม่ต้องมีมาเฟียหรอก
เพราะมาเฟียอย่างน้อยก็ยังยอมรับว่าตัวเองอยู่นอกกฎหมาย
สิ่งที่น่ากลัวกว่า
คือคนที่ยืนอยู่นอกกฎหมาย
แต่เชื่อว่าตัวเองคือกฎหมาย
และนั่นอาจเป็นนิยามของปัญหาสังคมไทยในปีนี้
ไม่ใช่การขาดความยุติธรรม
แต่คือการที่ทุกคนอยากเป็นผู้พิพากษา
ตราบใดที่จำเลยไม่ใช่พวกตัวเอง