เหตุผลที่หลายคนเริ่มมองว่า Japan national football team มีลุ้นไปไกลมากในฟุตบอลโลก 2026 ไม่ใช่แค่เรื่อง
ทีมเอเชียที่เล่นดี อีกต่อไป แต่เป็นเพราะพวกเขากำลังมีองค์ประกอบหลายอย่างที่ทีมแชมป์โลกมักจะมี
1. นักเตะญี่ปุ่นตอนนี้อยู่ในยุคที่แข็งแกร่งที่สุดเท่าที่เคยมีมา
แกนหลักของทีมกระจายอยู่ในลีกยุโรประดับสูงแทบทั้งหมด
- Takefusa Kubo / Real Sociedad
- Wataru Endo / Liverpool FC
- Daichi Kamada / Crystal Palace FC
- Hiroki Ito / FC Bayern Munich
- Takehiro Tomiyasu / (Arsenal FC >>) Ajax Amsterdam
- Ritsu Doan / Eintracht Frankfurt
หลายคนเล่นหรือเคยเล่นในพรีเมียร์ลีก, บุนเดสลีกา, ลาลีกา และเวทียุโรปอย่างต่อเนื่อง ทำให้ญี่ปุ่นไม่ได้เสียเปรียบเรื่องประสบการณ์ระดับโลกเหมือนในอดีตอีกแล้ว
2. พวกเขาพิสูจน์มาแล้วว่า ฆ่ายักษ์ ได้จริง
ฟุตบอลโลก 2022 ญี่ปุ่นชนะทั้งเยอรมนีและสเปนในรอบแบ่งกลุ่ม ซึ่งไม่ใช่อุบัติเหตุ เพราะหลังจากนั้นพวกเขายังมีชัยชนะเหนือทีมระดับท็อปอย่างอังกฤษและบราซิลในเกมอุ่นเครื่องช่วงก่อนฟุตบอลโลก 2026 อีกด้วย นี่คือจุดที่ต่างจากอดีต เมื่อก่อนญี่ปุ่นอาจถูกมองว่าเล่นสวย แต่ตอนนี้พวกเขาเริ่มชนะทีมเต็งได้จริง
v Germany
v Spain
3. ระบบของ ฮาจิเมะ โมริยาสุ เริ่มสุกงอม
Hajime Moriyasu คุมทีมต่อเนื่องมาหลายปี

ข้อดีคือ
- นักเตะเข้าใจแทคติก
- โครงสร้างทีมชัดเจน
- การเพรสซิ่งเป็นระบบ
- เปลี่ยนแผนระหว่างเกมได้ดี
- ญี่ปุ่นกลายเป็นทีมที่เล่นได้ทั้ง
- เกมสวนกลับเร็ว
- ครองบอล
- เพรสสูง
- รับลึกแล้วโต้กลับ
ความยืดหยุ่นแบบนี้สำคัญมากในฟุตบอลโลกที่ต้องเจอคู่แข่งหลากหลายสไตล์
4. เกมรับแข็งกว่าเดิมมาก
อดีตปัญหาใหญ่ของญี่ปุ่นคือแนวรับและลูกกลางอากาศ
แต่ปัจจุบันมี
- Takehiro Tomiyasu / Ajax Amsterdam
- Ko Itakura / Ajax Amsterdam
- Hiroki Ito / FC Bayern Munich
- Zion Suzuki / Parma Calcio 1913
ทำให้ความแข็งแกร่งทางกายภาพใกล้เคียงทีมยุโรปมากขึ้นกว่าเดิมหลายเท่า
5. สถิติรอบคัดเลือกน่ากลัวมาก
ญี่ปุ่นเป็นชาติแรกที่ไม่ใช่เจ้าภาพซึ่งผ่านเข้ารอบฟุตบอลโลก 2026 และผลงานรอบคัดเลือกถือว่าโหดมาก
- ชนะ 13 จาก 16 นัด
- ยิง 54 ประตู
- เสียเพียง 3 ประตู
ตัวเลขแบบนี้สะท้อนว่าพวกเขาไม่ได้แค่ผ่านเข้ารอบ แต่ผ่านแบบกดคู่แข่งแทบทั้งทวีป
6. ความกดดันน้อยกว่าทีมเต็ง
ลองเทียบกับ Brazil, France, England, Argentina ทุกทีมถูกจับตามองทุกวินาที
แต่ญี่ปุ่นอยู่ในสถานะ "ม้ามืดตัวใหญ่"
ถ้าพวกเขาเข้ารอบลึกได้ ความกดดันจะตกไปอยู่ฝั่งคู่แข่งมากกว่า
แต่สิ่งที่ยังขวางทางแชมป์โลกอยู่
ญี่ปุ่นยังไม่เคยชนะเกมรอบน็อกเอาต์ฟุตบอลโลกแม้แต่นัดเดียว
พวกเขาตกรอบ 16 ทีมมาแล้วหลายครั้ง เช่น
ตุรกี 2002
ปารากวัย 2010
เบลเยียม 2018
โครเอเชีย 2022
ซึ่งนัดเจอโครแอท ก็เสมอในเกม 1-1 แต่ต้องแพ้ด้วยการดวลจุดโทษไปแบบน่าเสียดาย
นี่คือ "กำแพงทางจิตวิทยา" ที่ยังต้องพังให้ได้ก่อนจะพูดถึงแชมป์โลกจริงจัง
Squad ปัจจุบัน มีเพียง 3 คน ที่เล่นอยู่ใน J League
ถ้าถามว่า ญี่ปุ่นมีโอกาสเป็นแชมป์โลกไหม
คำตอบคือ
มีมากกว่าครั้งไหนในประวัติศาสตร์ของพวกเขา
แต่ถ้าถามว่า เป็นตัวเต็งอันดับ 1 หรือไม่ ก็ยังไม่ถึงระดับนั้นอะเนาะ
.............แต่ในฐานะกองเชียร์ ขอฟันธงว่า เทพนิยายซามูไรเกิดขึ้นแน่!!!!
ฟันธง ซามูไรบลูแชมป์!!!!!!!
ฟันธง ซามูไรบลูแชมป์!!!!!!!
ฟันธง ซามูไรบลูแชมป์!!!!!!!
ฟันธง ซามูไรบลูแชมป์!!!!!!!
#ซามูไรบลูแชมป์
รอเชียร์ เอ้ย รอดู เอ้ยรอใครไม่รู้ที่บอกว่าคนไทยต้องได้ดู
ปีนี้เชียร์ถึงแชมป์ได้เต็มปากแน่นอน ทีมม้าเทา(ไม่มืดแล้ว) อย่างน้อยก็เซมิไฟนอล
1. นักเตะญี่ปุ่นตอนนี้อยู่ในยุคที่แข็งแกร่งที่สุดเท่าที่เคยมีมา
แกนหลักของทีมกระจายอยู่ในลีกยุโรประดับสูงแทบทั้งหมด
- Takefusa Kubo / Real Sociedad
- Wataru Endo / Liverpool FC
- Daichi Kamada / Crystal Palace FC
- Hiroki Ito / FC Bayern Munich
- Takehiro Tomiyasu / (Arsenal FC >>) Ajax Amsterdam
- Ritsu Doan / Eintracht Frankfurt
หลายคนเล่นหรือเคยเล่นในพรีเมียร์ลีก, บุนเดสลีกา, ลาลีกา และเวทียุโรปอย่างต่อเนื่อง ทำให้ญี่ปุ่นไม่ได้เสียเปรียบเรื่องประสบการณ์ระดับโลกเหมือนในอดีตอีกแล้ว
2. พวกเขาพิสูจน์มาแล้วว่า ฆ่ายักษ์ ได้จริง
ฟุตบอลโลก 2022 ญี่ปุ่นชนะทั้งเยอรมนีและสเปนในรอบแบ่งกลุ่ม ซึ่งไม่ใช่อุบัติเหตุ เพราะหลังจากนั้นพวกเขายังมีชัยชนะเหนือทีมระดับท็อปอย่างอังกฤษและบราซิลในเกมอุ่นเครื่องช่วงก่อนฟุตบอลโลก 2026 อีกด้วย นี่คือจุดที่ต่างจากอดีต เมื่อก่อนญี่ปุ่นอาจถูกมองว่าเล่นสวย แต่ตอนนี้พวกเขาเริ่มชนะทีมเต็งได้จริง
v Germany
v Spain
3. ระบบของ ฮาจิเมะ โมริยาสุ เริ่มสุกงอม
Hajime Moriyasu คุมทีมต่อเนื่องมาหลายปี
ข้อดีคือ
- นักเตะเข้าใจแทคติก
- โครงสร้างทีมชัดเจน
- การเพรสซิ่งเป็นระบบ
- เปลี่ยนแผนระหว่างเกมได้ดี
- ญี่ปุ่นกลายเป็นทีมที่เล่นได้ทั้ง
- เกมสวนกลับเร็ว
- ครองบอล
- เพรสสูง
- รับลึกแล้วโต้กลับ
ความยืดหยุ่นแบบนี้สำคัญมากในฟุตบอลโลกที่ต้องเจอคู่แข่งหลากหลายสไตล์
4. เกมรับแข็งกว่าเดิมมาก
อดีตปัญหาใหญ่ของญี่ปุ่นคือแนวรับและลูกกลางอากาศ
แต่ปัจจุบันมี
- Takehiro Tomiyasu / Ajax Amsterdam
- Ko Itakura / Ajax Amsterdam
- Hiroki Ito / FC Bayern Munich
- Zion Suzuki / Parma Calcio 1913
ทำให้ความแข็งแกร่งทางกายภาพใกล้เคียงทีมยุโรปมากขึ้นกว่าเดิมหลายเท่า
5. สถิติรอบคัดเลือกน่ากลัวมาก
ญี่ปุ่นเป็นชาติแรกที่ไม่ใช่เจ้าภาพซึ่งผ่านเข้ารอบฟุตบอลโลก 2026 และผลงานรอบคัดเลือกถือว่าโหดมาก
- ชนะ 13 จาก 16 นัด
- ยิง 54 ประตู
- เสียเพียง 3 ประตู
ตัวเลขแบบนี้สะท้อนว่าพวกเขาไม่ได้แค่ผ่านเข้ารอบ แต่ผ่านแบบกดคู่แข่งแทบทั้งทวีป
6. ความกดดันน้อยกว่าทีมเต็ง
ลองเทียบกับ Brazil, France, England, Argentina ทุกทีมถูกจับตามองทุกวินาที
แต่ญี่ปุ่นอยู่ในสถานะ "ม้ามืดตัวใหญ่"
ถ้าพวกเขาเข้ารอบลึกได้ ความกดดันจะตกไปอยู่ฝั่งคู่แข่งมากกว่า
แต่สิ่งที่ยังขวางทางแชมป์โลกอยู่
ญี่ปุ่นยังไม่เคยชนะเกมรอบน็อกเอาต์ฟุตบอลโลกแม้แต่นัดเดียว
พวกเขาตกรอบ 16 ทีมมาแล้วหลายครั้ง เช่น
ตุรกี 2002
ปารากวัย 2010
เบลเยียม 2018
โครเอเชีย 2022
ซึ่งนัดเจอโครแอท ก็เสมอในเกม 1-1 แต่ต้องแพ้ด้วยการดวลจุดโทษไปแบบน่าเสียดาย
นี่คือ "กำแพงทางจิตวิทยา" ที่ยังต้องพังให้ได้ก่อนจะพูดถึงแชมป์โลกจริงจัง
Squad ปัจจุบัน มีเพียง 3 คน ที่เล่นอยู่ใน J League
ถ้าถามว่า ญี่ปุ่นมีโอกาสเป็นแชมป์โลกไหม
คำตอบคือ มีมากกว่าครั้งไหนในประวัติศาสตร์ของพวกเขา
แต่ถ้าถามว่า เป็นตัวเต็งอันดับ 1 หรือไม่ ก็ยังไม่ถึงระดับนั้นอะเนาะ
.............แต่ในฐานะกองเชียร์ ขอฟันธงว่า เทพนิยายซามูไรเกิดขึ้นแน่!!!!
ฟันธง ซามูไรบลูแชมป์!!!!!!!
ฟันธง ซามูไรบลูแชมป์!!!!!!!
ฟันธง ซามูไรบลูแชมป์!!!!!!!
ฟันธง ซามูไรบลูแชมป์!!!!!!!
#ซามูไรบลูแชมป์
รอเชียร์ เอ้ย รอดู เอ้ยรอใครไม่รู้ที่บอกว่าคนไทยต้องได้ดู