สวัสดีครับชาว Pantip ทุกท่าน
ถ้าพูดถึง "สวนพฤกษศาสตร์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ อ.แม่ริม จ.เชียงใหม่" หลายคนคงนึกถึงที่เที่ยวสวยๆ ถ่ายรูปเช็กอินกับโดมกระบองเพชร หรือเดินชิลบน Canopy Walkway แต่ทริปนี้ผมได้รับโอกาสพิเศษในฐานะ "ผู้สังเกตการณ์สอน" ให้เข้าไปเกาะติดโครงการ "โรงเรียนนักเดินป่า รุ่นที่ 2" แคมป์เรียนรู้และใช้ชีวิตในป่าแบบ 3 วัน 2 คืน ที่บอกได้คำเดียวว่า... "เด็กๆ รุ่นนี้แกร่งกันมากๆ!"
🎒 เบื้องหลังความเอ็กซ์คลูซีฟ: จากผู้สมัครนับร้อย สู่ 35 ชีวิตในป่าใหญ่
ค่ายนี้ไม่ใช่ค่ายทัศนศึกษาทั่วไปที่ใครจะมาก็ได้ครับ เพราะในรุ่นที่ 2 นี้ เด็กๆ ต้องแย่งชิงโควตาการสมัครกันดุเดือดมาก จนได้ผู้รอดชีวิตมาเป็นนักเรียนตัวจริง 30 คน และตัวสำรองอีก 5 คน พร้อมด้วยทีมครูผู้สอนและสต๊าฟผู้เชี่ยวชาญอีกกว่า 10 ชีวิต
ในฐานะผู้สังเกตการณ์ หน้าที่ของผมคือการเฝ้าดู กระบวนการสอน การเรียนรู้ และการเอาตัวรอดของพวกเขาตลอดทั้งทริปครับ
⛺️ สิ่งที่ทุกคน ได้เรียนรู้: เบื้องหลังการใช้ชีวิตที่ไม่มีในบทเรียน
บรรยากาศในค่ายอบอุ่นและเป็นกันเองมากๆ แต่เนื้อหานี่ต้องยอมรับว่าทีมวิทยากรจัดหนักจัดเต็มจริงๆ ผมเห็นเด็กๆ ได้เรียนรู้ทักษะการเดินป่าเบื้องต้นแบบถูกวิธี ตั้งแต่:
การกิน-การนอน: วิธีการเลือกพื้นที่ปลอดภัยในการกางเต็นท์, เทคนิคการผูกและกางเปลนอนในป่า
การจัดการขยะ: การใช้ชีวิตในป่าโดยยึดหลัก Leave No Trace (ไม่ทิ้งขยะและรอยเท้าไว้ทำลายธรรมชาติ)
การเตรียมอุปกรณ์: การจัดกระเป๋าเป้ ยาสามัญ และเสบียงอาหารพื้นฐานที่จำเป็น
⛰️ บททดสอบของจริง: เส้นทาง 9 กิโลเมตร และฉายา "เขาหลวงสวนพฤกฯ"
ไฮไลต์ที่ผมทึ่งที่สุดในฐานะผู้สังเกตการณ์คือ ตอนที่เด็กๆ ต้องเดินป่าศึกษาธรรมชาติรวมระยะทางเกือบ 9 กิโลเมตร!
บอกเลยว่างานนี้ไม่มีคำว่าเดินเล่นในสวนครับ โดยเฉพาะช่วง "เนินป่าไผ่" ของรุ่นนี้ ชันจนผู้ใหญ่อย่างเรายังหอบ แต่ภาพที่ผมเห็นคือเด็กๆ ค่อยๆ เดินซึม เดินลุย ไต่ระดับความชันกันไปเรื่อยๆ ช่วยเหลือกันดีมาก จนสุดท้ายทุกคนพร้อมใจกันมอบฉายาให้เนินนี้ว่า "เขาหลวงสวนพฤกฯ" ! ถือเป็นด่านปราบเซียนที่ดึงศักยภาพและพลังใจของเด็กๆ ออกมาได้สุดยอดมาก
🌸 รางวัลจากธรรมชาติ: ดอกกระเจียวสุเทพ & กิจกรรม "อาบป่า" ที่เริศสะแมนแตน
หลังจากผ่านเนินเขาชันมาได้ ธรรมชาติก็ให้รางวัลพวกเราครับ ทีมผู้เชี่ยวชาญของสวนพฤกษศาสตร์ฯ ได้พาเด็กๆ เดินชม "ดอกกระเจียวสุเทพ" พันธุ์ไม้เฉพาะถิ่นที่หาชมยาก บานต้อนรับอยู่ตามเส้นทาง เป็นภาพที่สวยงามและได้ความรู้เชิงลึกไปพร้อมกัน
และสิ่งที่ผมชอบที่สุดในฐานะคนเฝ้ามองคือ "กิจกรรมอาบป่า" (Shinrin-yoku) เป็นช่วงเวลาที่ปล่อยให้เด็กๆ ได้อยู่กับความเงียบ ใช้ประสาทสัมผัสซึมซับเสียงลม เสียงนก กลิ่นดินกลิ่นป่า เป็นกิจกรรมที่เริศสะแมนแตนมาก มันช่วยบำบัด ชาร์จพลัง และฮีลใจจากการเดินเหนื่อยๆ ได้อย่างน่าอัศจรรย์
💬 กิจกรรมเปิดใจ: น้ำตาซึมก่อนอำลาค่าย
ในวันสุดท้าย มี "กิจกรรมเปิดใจ" ล้อมวงเล่าความประทับใจ ในฐานะคนนั่งฟัง... ผมสัมผัสได้ถึงความผูกพันที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว จากเด็ก 30 กว่าคนที่ตอนแรกอาจจะไม่คุ้นหน้ากัน แต่พอผ่านความเหนื่อย ความชัน ละอองฝน และการนอนเปลในป่ามาด้วยกัน ค่ายนี้ได้หล่อหลอมให้พวกเขากลายเป็น "นักเดินป่า" ที่เข้มแข็งและรักกันมาก น้ำตาซึมกันไปหลายคนเลยครับ
📌 บทสรุปในฐานะผู้สังเกตการณ์:
โรงเรียนนักเดินป่าของสวนพฤกษศาสตร์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ ไม่ใช่แค่พากันมาเดินป่าถ่ายรูปสวยๆ (รอบนี้เราเน้นลุยป่าลึกเลยไม่ได้แวะโซนท่องเที่ยวหลักอย่าง Canopy Walkway หรือเรือนกระจกเลย) แต่ที่นี่คือพื้นที่ขัดเกลาศักยภาพเด็กอย่างแท้จริง
ขอบคุณทีมงานสวนพฤกษศาสตร์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ ครูผู้สอน เพื่อนๆร่วมสังเกตการณ์รุ่น2 และทุกคนที่ทำให้ "เขาหลวงสวนพฤกฯ" ครั้งนี้กลายเป็นหนึ่งในความทรงจำที่ดีที่สุดครับ!
ใครเคยไปเที่ยวโซนนี้ หรือมีประสบการณ์เดินป่าโหดๆ ชันๆ มาแชร์กันได้ในคอมเมนต์เลยนะครับ 👇
💡 ปล.ผมเป็นศิษย์เก่ารุ่น1ของสวนพฤกษ์ครับ สนุกดีมาอีกรอบ🥴
[CR] รีวิวในฐานะ “ผู้สังเกตการณ์” 3วัน2คืน ใน “โรงเรียนนักเดินป่ารุ่น2” สวนพฤกษาฯ แม่ริม..พักหน้าจอแล้วไปลุยกัน
ถ้าพูดถึง "สวนพฤกษศาสตร์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ อ.แม่ริม จ.เชียงใหม่" หลายคนคงนึกถึงที่เที่ยวสวยๆ ถ่ายรูปเช็กอินกับโดมกระบองเพชร หรือเดินชิลบน Canopy Walkway แต่ทริปนี้ผมได้รับโอกาสพิเศษในฐานะ "ผู้สังเกตการณ์สอน" ให้เข้าไปเกาะติดโครงการ "โรงเรียนนักเดินป่า รุ่นที่ 2" แคมป์เรียนรู้และใช้ชีวิตในป่าแบบ 3 วัน 2 คืน ที่บอกได้คำเดียวว่า... "เด็กๆ รุ่นนี้แกร่งกันมากๆ!"
🎒 เบื้องหลังความเอ็กซ์คลูซีฟ: จากผู้สมัครนับร้อย สู่ 35 ชีวิตในป่าใหญ่
ค่ายนี้ไม่ใช่ค่ายทัศนศึกษาทั่วไปที่ใครจะมาก็ได้ครับ เพราะในรุ่นที่ 2 นี้ เด็กๆ ต้องแย่งชิงโควตาการสมัครกันดุเดือดมาก จนได้ผู้รอดชีวิตมาเป็นนักเรียนตัวจริง 30 คน และตัวสำรองอีก 5 คน พร้อมด้วยทีมครูผู้สอนและสต๊าฟผู้เชี่ยวชาญอีกกว่า 10 ชีวิต
ในฐานะผู้สังเกตการณ์ หน้าที่ของผมคือการเฝ้าดู กระบวนการสอน การเรียนรู้ และการเอาตัวรอดของพวกเขาตลอดทั้งทริปครับ
⛺️ สิ่งที่ทุกคน ได้เรียนรู้: เบื้องหลังการใช้ชีวิตที่ไม่มีในบทเรียน
บรรยากาศในค่ายอบอุ่นและเป็นกันเองมากๆ แต่เนื้อหานี่ต้องยอมรับว่าทีมวิทยากรจัดหนักจัดเต็มจริงๆ ผมเห็นเด็กๆ ได้เรียนรู้ทักษะการเดินป่าเบื้องต้นแบบถูกวิธี ตั้งแต่:
การกิน-การนอน: วิธีการเลือกพื้นที่ปลอดภัยในการกางเต็นท์, เทคนิคการผูกและกางเปลนอนในป่า
การจัดการขยะ: การใช้ชีวิตในป่าโดยยึดหลัก Leave No Trace (ไม่ทิ้งขยะและรอยเท้าไว้ทำลายธรรมชาติ)
การเตรียมอุปกรณ์: การจัดกระเป๋าเป้ ยาสามัญ และเสบียงอาหารพื้นฐานที่จำเป็น
⛰️ บททดสอบของจริง: เส้นทาง 9 กิโลเมตร และฉายา "เขาหลวงสวนพฤกฯ"
ไฮไลต์ที่ผมทึ่งที่สุดในฐานะผู้สังเกตการณ์คือ ตอนที่เด็กๆ ต้องเดินป่าศึกษาธรรมชาติรวมระยะทางเกือบ 9 กิโลเมตร!
บอกเลยว่างานนี้ไม่มีคำว่าเดินเล่นในสวนครับ โดยเฉพาะช่วง "เนินป่าไผ่" ของรุ่นนี้ ชันจนผู้ใหญ่อย่างเรายังหอบ แต่ภาพที่ผมเห็นคือเด็กๆ ค่อยๆ เดินซึม เดินลุย ไต่ระดับความชันกันไปเรื่อยๆ ช่วยเหลือกันดีมาก จนสุดท้ายทุกคนพร้อมใจกันมอบฉายาให้เนินนี้ว่า "เขาหลวงสวนพฤกฯ" ! ถือเป็นด่านปราบเซียนที่ดึงศักยภาพและพลังใจของเด็กๆ ออกมาได้สุดยอดมาก
🌸 รางวัลจากธรรมชาติ: ดอกกระเจียวสุเทพ & กิจกรรม "อาบป่า" ที่เริศสะแมนแตน
หลังจากผ่านเนินเขาชันมาได้ ธรรมชาติก็ให้รางวัลพวกเราครับ ทีมผู้เชี่ยวชาญของสวนพฤกษศาสตร์ฯ ได้พาเด็กๆ เดินชม "ดอกกระเจียวสุเทพ" พันธุ์ไม้เฉพาะถิ่นที่หาชมยาก บานต้อนรับอยู่ตามเส้นทาง เป็นภาพที่สวยงามและได้ความรู้เชิงลึกไปพร้อมกัน
และสิ่งที่ผมชอบที่สุดในฐานะคนเฝ้ามองคือ "กิจกรรมอาบป่า" (Shinrin-yoku) เป็นช่วงเวลาที่ปล่อยให้เด็กๆ ได้อยู่กับความเงียบ ใช้ประสาทสัมผัสซึมซับเสียงลม เสียงนก กลิ่นดินกลิ่นป่า เป็นกิจกรรมที่เริศสะแมนแตนมาก มันช่วยบำบัด ชาร์จพลัง และฮีลใจจากการเดินเหนื่อยๆ ได้อย่างน่าอัศจรรย์
💬 กิจกรรมเปิดใจ: น้ำตาซึมก่อนอำลาค่าย
ในวันสุดท้าย มี "กิจกรรมเปิดใจ" ล้อมวงเล่าความประทับใจ ในฐานะคนนั่งฟัง... ผมสัมผัสได้ถึงความผูกพันที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว จากเด็ก 30 กว่าคนที่ตอนแรกอาจจะไม่คุ้นหน้ากัน แต่พอผ่านความเหนื่อย ความชัน ละอองฝน และการนอนเปลในป่ามาด้วยกัน ค่ายนี้ได้หล่อหลอมให้พวกเขากลายเป็น "นักเดินป่า" ที่เข้มแข็งและรักกันมาก น้ำตาซึมกันไปหลายคนเลยครับ
📌 บทสรุปในฐานะผู้สังเกตการณ์:
โรงเรียนนักเดินป่าของสวนพฤกษศาสตร์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ ไม่ใช่แค่พากันมาเดินป่าถ่ายรูปสวยๆ (รอบนี้เราเน้นลุยป่าลึกเลยไม่ได้แวะโซนท่องเที่ยวหลักอย่าง Canopy Walkway หรือเรือนกระจกเลย) แต่ที่นี่คือพื้นที่ขัดเกลาศักยภาพเด็กอย่างแท้จริง
ขอบคุณทีมงานสวนพฤกษศาสตร์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ ครูผู้สอน เพื่อนๆร่วมสังเกตการณ์รุ่น2 และทุกคนที่ทำให้ "เขาหลวงสวนพฤกฯ" ครั้งนี้กลายเป็นหนึ่งในความทรงจำที่ดีที่สุดครับ!
ใครเคยไปเที่ยวโซนนี้ หรือมีประสบการณ์เดินป่าโหดๆ ชันๆ มาแชร์กันได้ในคอมเมนต์เลยนะครับ 👇
💡 ปล.ผมเป็นศิษย์เก่ารุ่น1ของสวนพฤกษ์ครับ สนุกดีมาอีกรอบ🥴