สวัสดีครับเพื่อนๆ ชาวพันทิปที่น่ารักทุกท่าน! ผมเชื่อว่าทุกคนต้องเคยเจอสถานการณ์แบบนี้ใช่ไหมครับ? คือกลับมาถึงบ้าน กำลังจะเปิดประตู แต่ดันมือไม่ว่างซะงั้น ถือของพะรุงพะรังเต็มสองมือ หรือบางทีก็ต้องควานหากุญแจในกระเป๋าอยู่เป็นนานสองนาน จนเมื่อยแขนไปหมด... หรือหนักสุดคือลืมกุญแจไว้ในบ้านนี่สิครับ! โอ้โห... ความหงุดหงิดพุ่งปรี๊ดเลยครับ!
แต่เดี๋ยวก่อนครับ! วันนี้ผมมีเรื่องเด็ดๆ สุดล้ำ มาเล่าให้ฟังครับ มันคือวิธีที่จะทำให้ชีวิตคุณง่ายขึ้นเป็นกอง เหมือนมีผู้ช่วยส่วนตัวที่ฉลาดโคตรๆ คอยเปิดประตูต้อนรับคุณกลับบ้านโดยอัตโนมัติ ไม่ต้องควานหากุญแจ ไม่ต้องกรอกรหัส แค่คุณเดินเข้าใกล้บ้าน ประตูก็จะปลดล็อกให้เลยทันทีครับ! นี่คือพลังของ Smart Lock ที่ผสานกับ GPS ที่อยู่ในมือถือของเราเนี่ยแหละครับเพื่อนๆ
หลายคนอาจจะเคยได้ยิน Smart Lock มาบ้างแล้วนะครับ แต่เจ้า Smart Lock ที่ผมจะพูดถึงวันนี้ มันเหนือกว่าแค่ปลดล็อกด้วยมือถือครับ แต่มันใช้ระบบระบุตำแหน่ง GPS ที่อยู่ในมือถือของเรานี่แหละครับ ให้เป็น "ตา" และ "สมอง" ของมัน
พอเราขับรถหรือเดินเข้าใกล้พื้นที่ที่เรากำหนดไว้รอบๆ บ้าน เจ้า Smart Lock ของเราก็จะรับสัญญาณจากมือถือแล้วทำการ "ปลดล็อก" หรือ "ล็อก" ประตูให้เราทันทีครับ! ฟังดูเหมือนเวทมนตร์ใช่ไหมครับ? ผมบอกเลยว่ามันคือความสะดวกสบายขั้นสุดยอด ที่พอได้ลองแล้วจะติดใจจนลืมไปเลยว่าเคยใช้กุญแจครับ! บางทีผมก็แอบคิดว่า "นี่เราอยู่ในโลกอนาคตแล้วจริงดิ?" ฮ่าๆๆๆ
หลักการทำงานมันไม่ได้ซับซ้อนอย่างที่คิดหรอกครับเพื่อนๆ มันจะประกอบไปด้วย
1. ตัว Smart Lock ก็คือแม่กุญแจอัจฉริยะที่เราจะติดตั้งแทนของเดิมครับ (เลือกที่รองรับการเชื่อมต่อกับระบบ Geofencing ได้นะครับ)
2. Hub/Bridge (ถ้ามี) บางยี่ห้ออาจจะต้องมีตัวกลางเชื่อมต่อกับ Wi-Fi ในบ้าน เพื่อให้ Smart Lock คุยกับมือถือเราได้ตลอดเวลาครับ
3. แอปพลิเคชันบนมือถือ อันนี้แหละตัวสำคัญ! เราจะใช้มันในการตั้งค่า กำหนดรัศมี GPS และควบคุม Smart Lock ของเราครับ
มาดูวิธีตั้งค่าแบบคร่าวๆ กันนะครับ (แต่ละยี่ห้ออาจมีรายละเอียดต่างกันเล็กน้อย แต่หลักการคล้ายกันหมดครับ)
ขั้นตอนที่ 1 ติดตั้ง Smart Lock
อันนี้สำคัญสุดครับ! คุณต้องติดตั้ง Smart Lock เข้ากับประตูบ้านของคุณก่อนครับ ถ้าไม่ชำนาญ แนะนำให้ช่างผู้เชี่ยวชาญติดตั้งให้นะครับ เพื่อความปลอดภัยและความถูกต้องครับ หลังจากติดตั้งเสร็จแล้ว ก็เชื่อมต่อ Smart Lock เข้ากับ Hub/Bridge (ถ้ามี) แล้วก็เชื่อมต่อเข้ากับ Wi-Fi บ้านเราให้เรียบร้อยครับ
ขั้นตอนที่ 2 ตั้งค่าในแอปพลิเคชัน
โหลดแอปพลิเคชันของ Smart Lock ยี่ห้อนั้นๆ มาลงในมือถือของคุณเลยครับ (ทั้ง iOS และ Android ส่วนใหญ่มีหมดครับ) พอเข้ามาในแอปแล้ว คุณก็ทำการเพิ่มอุปกรณ์ Smart Lock ของคุณเข้าไปครับ
จากนั้นครับ จุดสำคัญมันอยู่ตรงนี้! ในแอปจะมีฟังก์ชันที่เรียกว่า "Geofencing" หรือ "Home/Away Assist" ครับ เราจะต้องเข้าไปตั้งค่าตรงนี้แหละครับ
คุณจะเห็นแผนที่บ้านของคุณครับ เราก็แค่ "ปักหมุด" ตำแหน่งบ้านของเราลงไป แล้วก็ "ลากปรับขนาดรัศมี" วงกลมรอบบ้านครับ วงกลมนี้แหละครับคือ "เขตแดน" ที่เรากำหนดครับ
เคล็ดลับสำคัญครับ การตั้งรัศมีนี่ต้องระวังนิดนึงนะครับ อย่าตั้งกว้างเกินไปจนบ้านเปิดเองตอนคุณแค่ขับรถผ่านหน้าบ้าน หรือแค่ออกไปทิ้งขยะหน้าปากซอยครับ! ลองทดสอบดูหลายๆ รอบนะครับ ว่ารัศมีประมาณไหนกำลังดี ที่พอคุณเดินจากรถมาถึงหน้าประตูบ้านแล้ว ประตูก็จะปลดล็อกพอดีเป๊ะครับ ผมเคยตั้งกว้างไปหน่อย เดินออกไปซื้อข้าวหน้าปากซอยกลับมาบ้านเปิดอ้ารออยู่แล้ว ตกใจหมดเลยครับ ฮ่าๆๆ
ขั้นตอนที่ 3 เปิดใช้งาน Auto-Unlock/Auto-Lock
เมื่อตั้งรัศมีเสร็จแล้ว ในแอปจะมีตัวเลือกให้เรา "เปิดใช้งาน" ฟังก์ชัน Auto-Unlock และ Auto-Lock ครับ
Auto-Unlock พอคุณเดินเข้ามาในรัศมีที่กำหนด ประตูจะปลดล็อกเองครับ
Auto-Lock พอคุณเดินออกจากรัศมีที่กำหนด หรือหลังจากปลดล็อกไปแล้วกี่นาที (ตั้งเวลาได้) ประตูก็จะล็อกเองโดยอัตโนมัติครับ ป้องกันการลืมล็อกประตูเวลาออกจากบ้านได้ดีเยี่ยมเลยครับ! อันนี้ดีงามมากๆ เลยครับ สำหรับคนขี้ลืมอย่างผม
ข้อควรรู้และเคล็ดลับเพิ่มเติมครับ
แบตเตอรี่ Smart Lock อย่าลืมเช็กแบตเตอรี่ของ Smart Lock อยู่เสมอด้วยนะครับ ส่วนใหญ่แอปจะมีแจ้งเตือนแบตเตอรี่อ่อนให้เราทราบครับ ถ้าแบตหมดแล้วมันจะปลดล็อกไม่ได้นะครับ! อันนี้สำคัญมากครับ!
สัญญาณ Wi-Fi/อินเทอร์เน็ต ระบบต้องใช้สัญญาณอินเทอร์เน็ตในการสื่อสารนะครับ ถ้า Wi-Fi ที่บ้านมีปัญหา หรือสัญญาณมือถือไม่ดี ก็อาจจะทำให้ระบบทำงานผิดพลาดได้ครับ
ความปลอดภัย เลือก Smart Lock ที่ได้มาตรฐาน มีการเข้ารหัสข้อมูลที่ดีนะครับ เพื่อความปลอดภัยสูงสุดของบ้านเราครับ ส่วนใหญ่แบรนด์ดังๆ ก็จะมั่นใจได้ในระดับหนึ่งครับ
ความเป็นส่วนตัว บางคนอาจจะกังวลเรื่องข้อมูล GPS ที่ถูกเก็บ อันนี้ลองศึกษาข้อมูลของแต่ละแบรนด์ดูนะครับ ว่าเขามีนโยบายจัดการข้อมูลยังไงบ้างครับ
การตั้งค่า Geofence ที่เหมาะสม อย่างที่บอกไปแล้วครับ การตั้งรัศมีสำคัญมากๆ ลองทดสอบดูให้ดีก่อนใช้งานจริงจังนะครับ เพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์ที่ประตูเปิดเองโดยไม่จำเป็นครับ
ผมบอกเลยว่าระบบนี้มันทำให้ชีวิตสะดวกสบายขึ้นเยอะมากๆ เลยครับ โดยเฉพาะเวลาที่คุณถือของพะรุงพะรัง หรือมีลูกเล็กๆ อยู่ในอ้อมแขน การที่ประตูเปิดรอเราอยู่แล้วนี่มันฟินสุดๆ ไปเลยครับ เหมือนมีผู้ช่วยส่วนตัวที่ฉลาดล้ำคอยอำนวยความสะดวกให้เราตลอดเวลาเลยครับ
สุดท้ายนี้ ผมอยากจะบอกว่าเทคโนโลยีมันถูกสร้างมาเพื่อทำให้ชีวิตเราง่ายขึ้นจริงๆ ครับ และ Smart Lock เปิดประตูผ่าน GPS นี่แหละคือตัวอย่างชั้นเยี่ยมเลยครับ ถ้าใครกำลังมองหาวิธีอัปเกรดบ้านให้ Smart ขึ้น สะดวกขึ้น และปลอดภัยขึ้น ก็ลองพิจารณาระบบนี้ดูนะครับ รับรองว่าไม่ผิดหวังแน่นอนครับ! แล้วถ้าใครได้ลองใช้แล้วเป็นยังไง หรือมีเทคนิคอะไรเด็ดๆ ก็เอามาแชร์กันได้นะครับ ยินดีเสมอครับ!
ลืมกุญแจไปได้เลย! ลอง Smart Lock + GPS เปิดประตูบ้านเอง อัตโนมัติ ฟีลอนาคตโคตรๆ
แต่เดี๋ยวก่อนครับ! วันนี้ผมมีเรื่องเด็ดๆ สุดล้ำ มาเล่าให้ฟังครับ มันคือวิธีที่จะทำให้ชีวิตคุณง่ายขึ้นเป็นกอง เหมือนมีผู้ช่วยส่วนตัวที่ฉลาดโคตรๆ คอยเปิดประตูต้อนรับคุณกลับบ้านโดยอัตโนมัติ ไม่ต้องควานหากุญแจ ไม่ต้องกรอกรหัส แค่คุณเดินเข้าใกล้บ้าน ประตูก็จะปลดล็อกให้เลยทันทีครับ! นี่คือพลังของ Smart Lock ที่ผสานกับ GPS ที่อยู่ในมือถือของเราเนี่ยแหละครับเพื่อนๆ
หลายคนอาจจะเคยได้ยิน Smart Lock มาบ้างแล้วนะครับ แต่เจ้า Smart Lock ที่ผมจะพูดถึงวันนี้ มันเหนือกว่าแค่ปลดล็อกด้วยมือถือครับ แต่มันใช้ระบบระบุตำแหน่ง GPS ที่อยู่ในมือถือของเรานี่แหละครับ ให้เป็น "ตา" และ "สมอง" ของมัน
พอเราขับรถหรือเดินเข้าใกล้พื้นที่ที่เรากำหนดไว้รอบๆ บ้าน เจ้า Smart Lock ของเราก็จะรับสัญญาณจากมือถือแล้วทำการ "ปลดล็อก" หรือ "ล็อก" ประตูให้เราทันทีครับ! ฟังดูเหมือนเวทมนตร์ใช่ไหมครับ? ผมบอกเลยว่ามันคือความสะดวกสบายขั้นสุดยอด ที่พอได้ลองแล้วจะติดใจจนลืมไปเลยว่าเคยใช้กุญแจครับ! บางทีผมก็แอบคิดว่า "นี่เราอยู่ในโลกอนาคตแล้วจริงดิ?" ฮ่าๆๆๆ
หลักการทำงานมันไม่ได้ซับซ้อนอย่างที่คิดหรอกครับเพื่อนๆ มันจะประกอบไปด้วย
1. ตัว Smart Lock ก็คือแม่กุญแจอัจฉริยะที่เราจะติดตั้งแทนของเดิมครับ (เลือกที่รองรับการเชื่อมต่อกับระบบ Geofencing ได้นะครับ)
2. Hub/Bridge (ถ้ามี) บางยี่ห้ออาจจะต้องมีตัวกลางเชื่อมต่อกับ Wi-Fi ในบ้าน เพื่อให้ Smart Lock คุยกับมือถือเราได้ตลอดเวลาครับ
3. แอปพลิเคชันบนมือถือ อันนี้แหละตัวสำคัญ! เราจะใช้มันในการตั้งค่า กำหนดรัศมี GPS และควบคุม Smart Lock ของเราครับ
มาดูวิธีตั้งค่าแบบคร่าวๆ กันนะครับ (แต่ละยี่ห้ออาจมีรายละเอียดต่างกันเล็กน้อย แต่หลักการคล้ายกันหมดครับ)
ขั้นตอนที่ 1 ติดตั้ง Smart Lock
อันนี้สำคัญสุดครับ! คุณต้องติดตั้ง Smart Lock เข้ากับประตูบ้านของคุณก่อนครับ ถ้าไม่ชำนาญ แนะนำให้ช่างผู้เชี่ยวชาญติดตั้งให้นะครับ เพื่อความปลอดภัยและความถูกต้องครับ หลังจากติดตั้งเสร็จแล้ว ก็เชื่อมต่อ Smart Lock เข้ากับ Hub/Bridge (ถ้ามี) แล้วก็เชื่อมต่อเข้ากับ Wi-Fi บ้านเราให้เรียบร้อยครับ
ขั้นตอนที่ 2 ตั้งค่าในแอปพลิเคชัน
โหลดแอปพลิเคชันของ Smart Lock ยี่ห้อนั้นๆ มาลงในมือถือของคุณเลยครับ (ทั้ง iOS และ Android ส่วนใหญ่มีหมดครับ) พอเข้ามาในแอปแล้ว คุณก็ทำการเพิ่มอุปกรณ์ Smart Lock ของคุณเข้าไปครับ
จากนั้นครับ จุดสำคัญมันอยู่ตรงนี้! ในแอปจะมีฟังก์ชันที่เรียกว่า "Geofencing" หรือ "Home/Away Assist" ครับ เราจะต้องเข้าไปตั้งค่าตรงนี้แหละครับ
คุณจะเห็นแผนที่บ้านของคุณครับ เราก็แค่ "ปักหมุด" ตำแหน่งบ้านของเราลงไป แล้วก็ "ลากปรับขนาดรัศมี" วงกลมรอบบ้านครับ วงกลมนี้แหละครับคือ "เขตแดน" ที่เรากำหนดครับ
เคล็ดลับสำคัญครับ การตั้งรัศมีนี่ต้องระวังนิดนึงนะครับ อย่าตั้งกว้างเกินไปจนบ้านเปิดเองตอนคุณแค่ขับรถผ่านหน้าบ้าน หรือแค่ออกไปทิ้งขยะหน้าปากซอยครับ! ลองทดสอบดูหลายๆ รอบนะครับ ว่ารัศมีประมาณไหนกำลังดี ที่พอคุณเดินจากรถมาถึงหน้าประตูบ้านแล้ว ประตูก็จะปลดล็อกพอดีเป๊ะครับ ผมเคยตั้งกว้างไปหน่อย เดินออกไปซื้อข้าวหน้าปากซอยกลับมาบ้านเปิดอ้ารออยู่แล้ว ตกใจหมดเลยครับ ฮ่าๆๆ
ขั้นตอนที่ 3 เปิดใช้งาน Auto-Unlock/Auto-Lock
เมื่อตั้งรัศมีเสร็จแล้ว ในแอปจะมีตัวเลือกให้เรา "เปิดใช้งาน" ฟังก์ชัน Auto-Unlock และ Auto-Lock ครับ
Auto-Unlock พอคุณเดินเข้ามาในรัศมีที่กำหนด ประตูจะปลดล็อกเองครับ
Auto-Lock พอคุณเดินออกจากรัศมีที่กำหนด หรือหลังจากปลดล็อกไปแล้วกี่นาที (ตั้งเวลาได้) ประตูก็จะล็อกเองโดยอัตโนมัติครับ ป้องกันการลืมล็อกประตูเวลาออกจากบ้านได้ดีเยี่ยมเลยครับ! อันนี้ดีงามมากๆ เลยครับ สำหรับคนขี้ลืมอย่างผม
ข้อควรรู้และเคล็ดลับเพิ่มเติมครับ
แบตเตอรี่ Smart Lock อย่าลืมเช็กแบตเตอรี่ของ Smart Lock อยู่เสมอด้วยนะครับ ส่วนใหญ่แอปจะมีแจ้งเตือนแบตเตอรี่อ่อนให้เราทราบครับ ถ้าแบตหมดแล้วมันจะปลดล็อกไม่ได้นะครับ! อันนี้สำคัญมากครับ!
สัญญาณ Wi-Fi/อินเทอร์เน็ต ระบบต้องใช้สัญญาณอินเทอร์เน็ตในการสื่อสารนะครับ ถ้า Wi-Fi ที่บ้านมีปัญหา หรือสัญญาณมือถือไม่ดี ก็อาจจะทำให้ระบบทำงานผิดพลาดได้ครับ
ความปลอดภัย เลือก Smart Lock ที่ได้มาตรฐาน มีการเข้ารหัสข้อมูลที่ดีนะครับ เพื่อความปลอดภัยสูงสุดของบ้านเราครับ ส่วนใหญ่แบรนด์ดังๆ ก็จะมั่นใจได้ในระดับหนึ่งครับ
ความเป็นส่วนตัว บางคนอาจจะกังวลเรื่องข้อมูล GPS ที่ถูกเก็บ อันนี้ลองศึกษาข้อมูลของแต่ละแบรนด์ดูนะครับ ว่าเขามีนโยบายจัดการข้อมูลยังไงบ้างครับ
การตั้งค่า Geofence ที่เหมาะสม อย่างที่บอกไปแล้วครับ การตั้งรัศมีสำคัญมากๆ ลองทดสอบดูให้ดีก่อนใช้งานจริงจังนะครับ เพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์ที่ประตูเปิดเองโดยไม่จำเป็นครับ
ผมบอกเลยว่าระบบนี้มันทำให้ชีวิตสะดวกสบายขึ้นเยอะมากๆ เลยครับ โดยเฉพาะเวลาที่คุณถือของพะรุงพะรัง หรือมีลูกเล็กๆ อยู่ในอ้อมแขน การที่ประตูเปิดรอเราอยู่แล้วนี่มันฟินสุดๆ ไปเลยครับ เหมือนมีผู้ช่วยส่วนตัวที่ฉลาดล้ำคอยอำนวยความสะดวกให้เราตลอดเวลาเลยครับ
สุดท้ายนี้ ผมอยากจะบอกว่าเทคโนโลยีมันถูกสร้างมาเพื่อทำให้ชีวิตเราง่ายขึ้นจริงๆ ครับ และ Smart Lock เปิดประตูผ่าน GPS นี่แหละคือตัวอย่างชั้นเยี่ยมเลยครับ ถ้าใครกำลังมองหาวิธีอัปเกรดบ้านให้ Smart ขึ้น สะดวกขึ้น และปลอดภัยขึ้น ก็ลองพิจารณาระบบนี้ดูนะครับ รับรองว่าไม่ผิดหวังแน่นอนครับ! แล้วถ้าใครได้ลองใช้แล้วเป็นยังไง หรือมีเทคนิคอะไรเด็ดๆ ก็เอามาแชร์กันได้นะครับ ยินดีเสมอครับ!