สวัสดีครับเพื่อนๆ ชาวพันทิปทุกคน! ผมเชื่อว่าหลายๆ คนคงเคยมีโมเมนต์ที่รู้สึกว่าโลกทั้งใบมันเทาๆ วันนี้มันช่างแย่จริงๆ จนไม่อยากจะยิ้มออกมาเลยใช่ไหมครับ? บางทีก็รู้สึกว่า การฝืนยิ้มมันดูเป็นอะไรที่ปลอมเปลือก เหมือนกำลังแสดงละครฉากใหญ่ให้กับโลกได้เห็นว่า "ฉันสบายดี" ทั้งที่ข้างในนี่แทบจะร้องไห้ออกมาแล้วครับ
ผมเองก็เป็นครับ บางทีมันก็เหนื่อยจนไม่อยากจะกระดิกมุมปาก แต่เชื่อมั้ยครับว่าวันนี้ผมจะมาเล่าเรื่องน่าสนใจเกี่ยวกับ "รอยยิ้ม" นี่แหละครับ โดยเฉพาะรอยยิ้มที่เราฝืนๆ นี่แหละครับ ว่ามันโคตรมีพลังงานบางอย่างที่วิทยาศาสตร์เขาค้นพบมาแล้วว่า มันส่งผลดีต่อใจเราได้อย่างไม่น่าเชื่อเลยครับ
คือแบบนี้ครับ เคยได้ยินทฤษฎีที่เรียกว่า "Facial Feedback Hypothesis" ไหมครับ? ชื่อฟังดูยาก แต่อธิบายง่ายๆ คือ สมองเรามันไม่ได้ทำงานแบบ "ฉันรู้สึกมีความสุข ฉันเลยยิ้ม" แค่อย่างเดียวนะครับ แต่มันทำงานย้อนกลับด้วย คือ "ฉันยิ้ม (ไม่ว่าจะจริงหรือฝืน) สมองก็ตีความว่า อ้าว เฮ้ย! มีความสุขนี่นา" แล้วมันก็เริ่มหลั่งสารแห่งความสุขออกมาเลยครับ!
ใช่ครับ คุณอ่านไม่ผิดหรอกครับ! แค่การที่เราขยับกล้ามเนื้อบนใบหน้าให้เป็นรูปยิ้มเนี่ย มันก็เพียงพอแล้วที่จะไปกระตุ้นสมองให้ปล่อยสารเคมีดีๆ ออกมาเพียบเลยครับ ไม่ว่าจะเป็นโดพามีน (Dopamine) ที่ทำให้เรารู้สึกพึงพอใจและมีความสุข, เซโรโทนิน (Serotonin) ที่ช่วยปรับอารมณ์ให้คงที่ ลดความกังวล, และเอ็นดอร์ฟิน (Endorphins) ซึ่งเป็นสารธรรมชาติที่ช่วยลดความเจ็บปวดและทำให้เราผ่อนคลายครับ
ลองนึกภาพนะครับ สมมติคุณกำลังติดอยู่ในรถติดยาวเหยียด แถมงานที่ออฟฟิศก็ยังกองเป็นภูเขา ลองยิ้มขึ้นมาเบาๆ สัก 10 วินาทีครับ ไม่ต้องยิ้มกว้างแบบนางงามจักรวาลก็ได้ครับ แค่กระตุกมุมปากให้ขึ้นนิดๆ ก็พอครับ คุณอาจจะรู้สึกแปลกๆ ตอนแรกๆ เหมือนตัวเองเป็นบ้า แต่วิทยาศาสตร์บอกว่าแค่การขยับกล้ามเนื้อนี้มันเริ่มส่งสัญญาณไปที่สมองแล้วครับ
แล้วมันไม่ได้แค่ทำให้เราอารมณ์ดีขึ้นเท่านั้นนะครับ แต่ยังมีประโยชน์อื่นๆ อีกมากมายเลยครับ
ลดความเครียด เมื่อสมองหลั่งสารแห่งความสุขออกมา มันจะไปช่วยลดระดับฮอร์โมนคอร์ติซอล (Cortisol) ซึ่งเป็นฮอร์โมนแห่งความเครียดลงครับ ลองคิดดูว่าเราลดความเครียดได้ด้วยการยิ้มนิดเดียวครับ คุ้มจะตายไปครับ
ดีต่อสุขภาพกาย เชื่อหรือไม่ว่าการยิ้มช่วยกระตุ้นระบบภูมิคุ้มกันของเราให้ทำงานดีขึ้น และยังช่วยลดความดันโลหิตได้อีกด้วยครับ คือได้ทั้งใจและกายไปพร้อมกันเลยครับ
สร้างเสน่ห์ รอยยิ้มเป็นเหมือนภาษา Universal ครับ ใครเห็นก็รู้สึกดีขึ้น ยิ้มให้คนแปลกหน้า เขาก็มีโอกาสยิ้มตอบกลับมาครับ ทำให้คุณดูเป็นมิตร เข้าถึงง่ายขึ้น บางทีได้เพื่อนใหม่ หรือโอกาสดีๆ จากการยิ้มก็เป็นได้นะครับ
ทีนี้อาจจะมีคำถามว่า "แล้วถ้ามันฝืนมากจริงๆ จนไม่อยากยิ้มล่ะ?" ไม่เป็นไรเลยครับ ค่อยๆ ลองดูครับ บางทีแค่การคิดถึงเรื่องตลกๆ ในอดีต คิดถึงสัตว์เลี้ยงน่ารักๆ หรือดูคลิปตลกสั้นๆ เพื่อให้มันมีบางอย่างมาเป็นตัวกระตุ้นให้กล้ามเนื้อใบหน้าได้ทำงานดูก็ได้ครับ หรือแม้แต่การแกล้งยิ้มหน้ากระจกคนเดียวก็ได้ครับ ไม่มีใครเห็นหรอกครับ ฮ่าๆๆ
สรุปง่ายๆ ก็คือครับ ไม่ว่าคุณจะรู้สึกแย่แค่ไหน หรือวันนั้นมันห่วยแตกแค่ไหนก็ตาม การลอง "ยิ้ม" ดูสักหน่อยครับ แม้จะเป็นการฝืนก็ตาม มันก็ไม่ได้แย่เหมือนที่คุณคิดหรอกครับ ตรงกันข้าม มันอาจจะเป็นจุดเริ่มต้นเล็กๆ ที่ช่วยพลิกวันร้ายๆ ให้กลับมาสดใสขึ้นได้เลยนะครับ
ลองเอาเทคนิคนี้ไปใช้ดูนะครับ แล้วถ้าวันไหนรู้สึกดีขึ้นเพราะรอยยิ้มฝืนๆ ของตัวเอง ก็อย่าลืมกลับมาเล่าสู่กันฟังบ้างนะครับ ผมรออ่านอยู่เสมอครับ!
ยิ้มทั้งที่ฝืน...แต่หัวใจโคตรฟู! วิทยาศาสตร์เผยความลับที่ทุกคนควรรู้ครับ
ผมเองก็เป็นครับ บางทีมันก็เหนื่อยจนไม่อยากจะกระดิกมุมปาก แต่เชื่อมั้ยครับว่าวันนี้ผมจะมาเล่าเรื่องน่าสนใจเกี่ยวกับ "รอยยิ้ม" นี่แหละครับ โดยเฉพาะรอยยิ้มที่เราฝืนๆ นี่แหละครับ ว่ามันโคตรมีพลังงานบางอย่างที่วิทยาศาสตร์เขาค้นพบมาแล้วว่า มันส่งผลดีต่อใจเราได้อย่างไม่น่าเชื่อเลยครับ
คือแบบนี้ครับ เคยได้ยินทฤษฎีที่เรียกว่า "Facial Feedback Hypothesis" ไหมครับ? ชื่อฟังดูยาก แต่อธิบายง่ายๆ คือ สมองเรามันไม่ได้ทำงานแบบ "ฉันรู้สึกมีความสุข ฉันเลยยิ้ม" แค่อย่างเดียวนะครับ แต่มันทำงานย้อนกลับด้วย คือ "ฉันยิ้ม (ไม่ว่าจะจริงหรือฝืน) สมองก็ตีความว่า อ้าว เฮ้ย! มีความสุขนี่นา" แล้วมันก็เริ่มหลั่งสารแห่งความสุขออกมาเลยครับ!
ใช่ครับ คุณอ่านไม่ผิดหรอกครับ! แค่การที่เราขยับกล้ามเนื้อบนใบหน้าให้เป็นรูปยิ้มเนี่ย มันก็เพียงพอแล้วที่จะไปกระตุ้นสมองให้ปล่อยสารเคมีดีๆ ออกมาเพียบเลยครับ ไม่ว่าจะเป็นโดพามีน (Dopamine) ที่ทำให้เรารู้สึกพึงพอใจและมีความสุข, เซโรโทนิน (Serotonin) ที่ช่วยปรับอารมณ์ให้คงที่ ลดความกังวล, และเอ็นดอร์ฟิน (Endorphins) ซึ่งเป็นสารธรรมชาติที่ช่วยลดความเจ็บปวดและทำให้เราผ่อนคลายครับ
ลองนึกภาพนะครับ สมมติคุณกำลังติดอยู่ในรถติดยาวเหยียด แถมงานที่ออฟฟิศก็ยังกองเป็นภูเขา ลองยิ้มขึ้นมาเบาๆ สัก 10 วินาทีครับ ไม่ต้องยิ้มกว้างแบบนางงามจักรวาลก็ได้ครับ แค่กระตุกมุมปากให้ขึ้นนิดๆ ก็พอครับ คุณอาจจะรู้สึกแปลกๆ ตอนแรกๆ เหมือนตัวเองเป็นบ้า แต่วิทยาศาสตร์บอกว่าแค่การขยับกล้ามเนื้อนี้มันเริ่มส่งสัญญาณไปที่สมองแล้วครับ
แล้วมันไม่ได้แค่ทำให้เราอารมณ์ดีขึ้นเท่านั้นนะครับ แต่ยังมีประโยชน์อื่นๆ อีกมากมายเลยครับ
ลดความเครียด เมื่อสมองหลั่งสารแห่งความสุขออกมา มันจะไปช่วยลดระดับฮอร์โมนคอร์ติซอล (Cortisol) ซึ่งเป็นฮอร์โมนแห่งความเครียดลงครับ ลองคิดดูว่าเราลดความเครียดได้ด้วยการยิ้มนิดเดียวครับ คุ้มจะตายไปครับ
ดีต่อสุขภาพกาย เชื่อหรือไม่ว่าการยิ้มช่วยกระตุ้นระบบภูมิคุ้มกันของเราให้ทำงานดีขึ้น และยังช่วยลดความดันโลหิตได้อีกด้วยครับ คือได้ทั้งใจและกายไปพร้อมกันเลยครับ
สร้างเสน่ห์ รอยยิ้มเป็นเหมือนภาษา Universal ครับ ใครเห็นก็รู้สึกดีขึ้น ยิ้มให้คนแปลกหน้า เขาก็มีโอกาสยิ้มตอบกลับมาครับ ทำให้คุณดูเป็นมิตร เข้าถึงง่ายขึ้น บางทีได้เพื่อนใหม่ หรือโอกาสดีๆ จากการยิ้มก็เป็นได้นะครับ
ทีนี้อาจจะมีคำถามว่า "แล้วถ้ามันฝืนมากจริงๆ จนไม่อยากยิ้มล่ะ?" ไม่เป็นไรเลยครับ ค่อยๆ ลองดูครับ บางทีแค่การคิดถึงเรื่องตลกๆ ในอดีต คิดถึงสัตว์เลี้ยงน่ารักๆ หรือดูคลิปตลกสั้นๆ เพื่อให้มันมีบางอย่างมาเป็นตัวกระตุ้นให้กล้ามเนื้อใบหน้าได้ทำงานดูก็ได้ครับ หรือแม้แต่การแกล้งยิ้มหน้ากระจกคนเดียวก็ได้ครับ ไม่มีใครเห็นหรอกครับ ฮ่าๆๆ
สรุปง่ายๆ ก็คือครับ ไม่ว่าคุณจะรู้สึกแย่แค่ไหน หรือวันนั้นมันห่วยแตกแค่ไหนก็ตาม การลอง "ยิ้ม" ดูสักหน่อยครับ แม้จะเป็นการฝืนก็ตาม มันก็ไม่ได้แย่เหมือนที่คุณคิดหรอกครับ ตรงกันข้าม มันอาจจะเป็นจุดเริ่มต้นเล็กๆ ที่ช่วยพลิกวันร้ายๆ ให้กลับมาสดใสขึ้นได้เลยนะครับ
ลองเอาเทคนิคนี้ไปใช้ดูนะครับ แล้วถ้าวันไหนรู้สึกดีขึ้นเพราะรอยยิ้มฝืนๆ ของตัวเอง ก็อย่าลืมกลับมาเล่าสู่กันฟังบ้างนะครับ ผมรออ่านอยู่เสมอครับ!