🔥ยุทธศาสตร์ของ BRN ในชายแดนใต้ พึ่งพาตัวทางเศรษฐกิจของแนวร่วม🔥

กระทู้สนทนา
ยุทธศาสตร์อีกอย่างของ BRN ใน 3 จชต. นอกจากการไล่ที่ด้วยการฆ่าและข่มขู่แล้ว ที่พบคือการพึ่งพาตัวทางเศรษฐกิจของอิสลาม (บางส่วนเป็นแนวร่วม) มากขึ้นอย่างผิดปกตินับจากปี 47 ที่เริ่มเกิดเหตุการณ์วิธีการคือ
.
ไม่อุดหนุนหรือพึ่งพาเศรษฐกิจร้านค้า, หรือห้างร้านคนพุทธ, คนเชื้อสายจีน
.
ไม่อุดหนุนหรือพึ่งพาเศรษฐกิจร้านค้า, หรือห้างร้านจากส่วนกลางหรือระดับประเทศ เช่น โลตัส, บื๊กซี หรือห้างร้านจากกรุงเทพ เป็นต้น
.
เพิ่มจำนวนธุรกิจหรือร้านค้าของอิสลามให้มากที่สุดเพื่อยึดครองทางเศรษฐกิจในพื้นที่จากคนพุทธและคนจีนให้ได้ โดยปัจจุบันเปอร์เซ็นต์ธุรกิจของอิสลามโดยรวมในพื้นที่เพิ่มจากเดิมสูงมากๆ ขณะเดียวกันธุรกิจของคนพุทธกับคนจีนก็ลดลงอย่างน่าตกใจ รวมทั้งลูกหลานก็มักจะโยกย้ายไปอยู่พื้นที่อื่น
.
มีการข่าวทราบมารวมทั้งนักข่าวและชาวบ้านในพื้นที่ก็พอจะทราบว่า ธุรกิจของอิสลามใน 3 จชต. ที่เพิ่มขึ้นอย่างมากนั้นบางส่วนมาจากธุรกิจสีเทาและบางรายหนักถึงขั้นสีดำ และที่ธุรกิจนี้อยู่ได้ก็เพราะคนเหล่านี้คนเหล่าลงเล่นการเมืองทั้งท้องถิ่นและระดับชาติด้วย
.
กลุ่มคนและญาติพี่น้องจากข้อ 4 หลายรายทำธุรกิจ ร.ร. ปอเนาะ และ ร.ร. เอกชนสอนศาสนาอิสลาม และมีสายสัมพันธ์ที่ดีกับนักการเมืองทั้งท้องถิ่นและระดับชาติ
.
การมีค่านิยมว่ามุสลิม 3 จชต. ต้องอุดหนุนร้านค้าหรือธุรกิจของอิสลามก่อน หากเลี่ยงได้ก็ให้เลี่ยงของคนพุทธหรือคนจีน แต่ในขณะเดียวกันคนพุทธหรือคนจีนไม่ได้ตระหนักในเรื่องนี้ แต่ยังอุดหนุนธุรกิจห้างร้านของมุสลิม 3 จชต. ตามปกติ
.
จากเหตุผลทั้ง 6 ข้อ ข้างต้นทำให้ BRN ไม่จำเป็นต้องรับบริจาคระดมทุนอย่างยากลำบากแบบสมัยเมื่อหลายสิบปีก่อน และมีเงินเติมเข้าระบบอย่างต่อเนื่อง นี่คือสาเหตุหนึ่งที่ทำ BRN มีทุนทรัพย์ในการก่อเหตุได้อย่างไม่จำกัด และทำให้เหตุการณ์ความรุนแรงยากที่จะสงบ
ถ้าคนพุทธและคนจีนไม่ตระหนักถึงอันตรายที่เกิดขึ้นและไม่ร่วมมือกันเพราะคิดว่าธุระไม่ใช่ ก็เตรียมเสียดินแดนให้กับเศรษฐกิจก่อนได้เลย!
.
ที่มา : ข่าวแดนใต้
.
แก้ไขข้อความเมื่อ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่