
ภาพ : กรุงเทพธุรกิจ
• เมื่อพูดถึงซาอุดีอาระเบีย หลายคนอาจนึกถึงทะเลทราย อากาศร้อนจัด และพื้นที่แห้งแล้ง แต่ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ประเทศแห่งนี้กำลังเดินหน้าโครงการขนาดใหญ่ที่ได้รับความสนใจจากทั่วโลกคือ “กรีนริยาด” (Green Riyadh Project) โครงการปลูกต้นไม้กว่า 7.5 ล้านต้นทั่วกรุงริยาด เมืองหลวงของประเทศ✨
• โครงการนี้เปิดตัวในปี 2019 และเป็นหนึ่งในแผนพัฒนาสำคัญภายใต้วิสัยทัศน์ Saudi Vision 2030 ที่มุ่งยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน พร้อมปรับโฉมเมืองหลวงให้เป็นเมืองที่น่าอยู่มากขึ้น…

ภาพ : กรุงเทพธุรกิจ
• เป้าหมายสำคัญคือการเพิ่มพื้นที่สีเขียวต่อประชากรจาก 1.7 ตารางเมตรเป็น 28 ตารางเมตรต่อคนหรือเพิ่มขึ้นถึง 16 เท่าภายในปี 2030 รวมถึงเพิ่มสัดส่วนพื้นที่สีเขียวของเมืองจาก 1.5% เป็น 9%
• สิ่งที่น่าสนใจคือ โครงการไม่ได้มุ่งเน้นเพียงการปลูกต้นไม้เท่านั้น แต่ยังพัฒนาพื้นที่สีเขียวในสวนสาธารณะ โรงเรียน สถานพยาบาล มัสยิด และชุมชนต่างๆ เพื่อให้ประชาชนเข้าถึงธรรมชาติได้มากขึ้น…

ภาพ : กรุงเทพธุรกิจ
• ด้วยข้อจำกัดด้านสภาพอากาศ และทรัพยากรน้ำ ซาอุดีอาระเบียจึงเลือกใช้พันธุ์ไม้ท้องถิ่นที่ทนต่อความแห้งแล้ง และใช้น้ำน้อย พร้อมพัฒนาระบบชลประทานอัจฉริยะที่ใช้น้ำเสียผ่านการบำบัดแล้ว 100% เพื่อลดการพึ่งพาน้ำบาดาล…
• ผู้เชี่ยวชาญคาดว่า หากโครงการดำเนินไปตามเป้าหมาย จะช่วยลดอุณหภูมิในเมืองได้ประมาณ 1.5-2 องศาเซลเซียส ลดปัญหาเกาะความร้อนในเมือง เพิ่มคุณภาพอากาศ และช่วยดูดซับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้ในระยะยาว…

ภาพ : กรุงเทพธุรกิจ
• นอกจากนี้ ยังมีการพัฒนาสวนสาธารณะ และเส้นทางสีเขียวขนาดใหญ่ เพื่อส่งเสริมการเดิน การออกกำลังกาย และการใช้ชีวิตกลางแจ้งของประชาชนมากขึ้น…
• หลายฝ่ายมองว่า “กรีนริยาด” อาจกลายเป็นหนึ่งในตัวอย่างสำคัญของการพัฒนาเมืองในพื้นที่แห้งแล้งที่แสดงให้เห็นว่าการวางแผนระยะยาว และการบริหารจัดการทรัพยากรอย่างเหมาะสม สามารถเปลี่ยนแปลงสภาพแวดล้อมของเมืองได้จริง…
ที่มา: Happy Eco News, Imtilak, RCRC, The Times of India
_________________________________
💬 คำถามชวนคุยและแลกเปลี่ยนครับ : 🔺
❇️ หากประเทศไทยมีโครงการเพิ่มพื้นที่สีเขียวในเมืองใหญ่ และเมืองเล็กอย่างจริงจัง และต่อเนื่องเป็นเวลา 10-20 ปี เพื่อนๆคิดว่าเมืองไหนควรได้รับการพัฒนาเป็นอันดับแรก และจะช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของคนในพื้นที่ได้มากน้อยแค่ไหน ?
🌳ซาอุดีอาระเบียปลูกต้นไม้ 7.5 ล้านต้น พลิกเมืองกลางทะเลทรายสู่มหานครสีเขียว🌿
ภาพ : กรุงเทพธุรกิจ
• เมื่อพูดถึงซาอุดีอาระเบีย หลายคนอาจนึกถึงทะเลทราย อากาศร้อนจัด และพื้นที่แห้งแล้ง แต่ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ประเทศแห่งนี้กำลังเดินหน้าโครงการขนาดใหญ่ที่ได้รับความสนใจจากทั่วโลกคือ “กรีนริยาด” (Green Riyadh Project) โครงการปลูกต้นไม้กว่า 7.5 ล้านต้นทั่วกรุงริยาด เมืองหลวงของประเทศ✨
• โครงการนี้เปิดตัวในปี 2019 และเป็นหนึ่งในแผนพัฒนาสำคัญภายใต้วิสัยทัศน์ Saudi Vision 2030 ที่มุ่งยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน พร้อมปรับโฉมเมืองหลวงให้เป็นเมืองที่น่าอยู่มากขึ้น…
ภาพ : กรุงเทพธุรกิจ
• เป้าหมายสำคัญคือการเพิ่มพื้นที่สีเขียวต่อประชากรจาก 1.7 ตารางเมตรเป็น 28 ตารางเมตรต่อคนหรือเพิ่มขึ้นถึง 16 เท่าภายในปี 2030 รวมถึงเพิ่มสัดส่วนพื้นที่สีเขียวของเมืองจาก 1.5% เป็น 9%
• สิ่งที่น่าสนใจคือ โครงการไม่ได้มุ่งเน้นเพียงการปลูกต้นไม้เท่านั้น แต่ยังพัฒนาพื้นที่สีเขียวในสวนสาธารณะ โรงเรียน สถานพยาบาล มัสยิด และชุมชนต่างๆ เพื่อให้ประชาชนเข้าถึงธรรมชาติได้มากขึ้น…
ภาพ : กรุงเทพธุรกิจ
• ด้วยข้อจำกัดด้านสภาพอากาศ และทรัพยากรน้ำ ซาอุดีอาระเบียจึงเลือกใช้พันธุ์ไม้ท้องถิ่นที่ทนต่อความแห้งแล้ง และใช้น้ำน้อย พร้อมพัฒนาระบบชลประทานอัจฉริยะที่ใช้น้ำเสียผ่านการบำบัดแล้ว 100% เพื่อลดการพึ่งพาน้ำบาดาล…
• ผู้เชี่ยวชาญคาดว่า หากโครงการดำเนินไปตามเป้าหมาย จะช่วยลดอุณหภูมิในเมืองได้ประมาณ 1.5-2 องศาเซลเซียส ลดปัญหาเกาะความร้อนในเมือง เพิ่มคุณภาพอากาศ และช่วยดูดซับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้ในระยะยาว…
ภาพ : กรุงเทพธุรกิจ
• นอกจากนี้ ยังมีการพัฒนาสวนสาธารณะ และเส้นทางสีเขียวขนาดใหญ่ เพื่อส่งเสริมการเดิน การออกกำลังกาย และการใช้ชีวิตกลางแจ้งของประชาชนมากขึ้น…
• หลายฝ่ายมองว่า “กรีนริยาด” อาจกลายเป็นหนึ่งในตัวอย่างสำคัญของการพัฒนาเมืองในพื้นที่แห้งแล้งที่แสดงให้เห็นว่าการวางแผนระยะยาว และการบริหารจัดการทรัพยากรอย่างเหมาะสม สามารถเปลี่ยนแปลงสภาพแวดล้อมของเมืองได้จริง…
ที่มา: Happy Eco News, Imtilak, RCRC, The Times of India
_________________________________
💬 คำถามชวนคุยและแลกเปลี่ยนครับ : 🔺
❇️ หากประเทศไทยมีโครงการเพิ่มพื้นที่สีเขียวในเมืองใหญ่ และเมืองเล็กอย่างจริงจัง และต่อเนื่องเป็นเวลา 10-20 ปี เพื่อนๆคิดว่าเมืองไหนควรได้รับการพัฒนาเป็นอันดับแรก และจะช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของคนในพื้นที่ได้มากน้อยแค่ไหน ?