
credit:
https://graphic.in.th/graphics/แกงแพนงหมู-1779777557467
แกงแพนงเป็นเมนูที่หลายคนคุ้นหน้าคุ้นตา เวลาไปตามร้านอาหารมักเป็นเมนูที่สั่งได้เรื่อย ๆ เพราะรสชาติไม่จัดจ้านจนเกินไป มีความเข้มข้นของเครื่องแกงและความหอมมันจากกะทิที่กินกับข้าวสวยร้อน ๆ แล้วเข้ากันมาก
สิ่งที่ทำให้แพนงต่างจากแกงเผ็ดทั่วไปคือ น้ำแกงจะมีความข้นกว่า ไม่ได้มีน้ำเยอะ และมีกลิ่นหอมเฉพาะจากใบมะกรูดและพริกแกงที่ผัดจนแตกมันเล็กน้อย
หลายคนทำแล้วเจอปัญหาว่าน้ำแกงใสเกิน หรือรสชาติไม่หอมเหมือนร้านอาหาร ส่วนใหญ่เกิดจากรีบใส่น้ำเยอะเกินตั้งแต่แรก หรือผัดเครื่องแกงไม่นานพอ
ถ้ามีเวลาอีกนิด ลองใจเย็นช่วงผัดพริกแกง กลิ่นที่ได้ต่างกันพอสมควร
วัตถุดิบ
ส่วนแกง
เนื้อหมูสันคอหรือหมูชิ้น 400 กรัม
กะทิ 500 มล.
น้ำเปล่า 150 มล.
ใบมะกรูด 4–5 ใบ
พริกชี้ฟ้าแดงซอย 1 เม็ด
น้ำมันพืช 1 ช้อนโต๊ะ
ส่วนเครื่องปรุง
พริกแกงแพนง 3–4 ช้อนโต๊ะ
น้ำปลา 2 ช้อนโต๊ะ
น้ำตาลปี๊บ 1½ ช้อนโต๊ะ
ซอสหอยนางรม 1 ช้อนโต๊ะ
วิธีทำ
ขั้นตอนที่ 1 : เตรียมวัตถุดิบ
ล้างหมูแล้วหั่นเป็นชิ้นพอดีคำ
ฉีกใบมะกรูดและซอยบางส่วนไว้สำหรับโรยหน้า
ใบมะกรูดถ้าขยี้เบา ๆ ก่อนใส่ลงแกง กลิ่นจะออกได้ชัดขึ้น
ขั้นตอนที่ 2 : ผัดพริกแกง
ตั้งกระทะใช้ไฟกลาง
ใส่น้ำมันและหัวกะทิเล็กน้อย
ตามด้วยพริกแกงแพนง
ค่อย ๆ ผัดจนเริ่มมีกลิ่นหอมและมีน้ำมันแดงออกมานิด ๆ
ตรงนี้ไม่ต้องรีบ เพราะช่วงนี้เป็นส่วนที่สร้างกลิ่นหลักของทั้งหม้อ
ขั้นตอนที่ 3 : ใส่หมู
ใส่หมูลงผัดกับเครื่องแกง
คลุกให้หมูเคลือบเครื่องทั่ว
ผัดประมาณ 2–3 นาที
ขั้นตอนที่ 4 : ปรุงรสและเคี่ยว
เติมกะทิส่วนที่เหลือและน้ำ
ปรุงด้วยน้ำปลา น้ำตาลปี๊บ และซอสหอยนางรม
เคี่ยวประมาณ 10–15 นาที
จากนั้นใส่ใบมะกรูด
ขั้นตอนที่ 5 : จัดเสิร์ฟ
ตักใส่ชาม
โรยพริกชี้ฟ้าแดงซอยและใบมะกรูดด้านบน
แกงแพนงเป็นเมนูที่กลิ่นจะมาก่อนเสมอ ตอนตักใหม่ ๆ จะได้ความหอมของกะทิและเครื่องแกงขึ้นมาก่อน แล้วค่อยตามด้วยรสเข้มข้นที่ไม่เผ็ดจนเกินไป ยิ่งกินกับข้าวสวยร้อน ๆ หรือมีไข่ต้มข้างจานอีกฟอง มักกลายเป็นมื้อที่ข้าวหายเร็วกว่าที่ตั้งใจไว้
แกงแพนงหมู สูตรเข้มข้น หอมกะทิ ทำกินเองได้ง่าย
credit: https://graphic.in.th/graphics/แกงแพนงหมู-1779777557467
แกงแพนงเป็นเมนูที่หลายคนคุ้นหน้าคุ้นตา เวลาไปตามร้านอาหารมักเป็นเมนูที่สั่งได้เรื่อย ๆ เพราะรสชาติไม่จัดจ้านจนเกินไป มีความเข้มข้นของเครื่องแกงและความหอมมันจากกะทิที่กินกับข้าวสวยร้อน ๆ แล้วเข้ากันมาก
สิ่งที่ทำให้แพนงต่างจากแกงเผ็ดทั่วไปคือ น้ำแกงจะมีความข้นกว่า ไม่ได้มีน้ำเยอะ และมีกลิ่นหอมเฉพาะจากใบมะกรูดและพริกแกงที่ผัดจนแตกมันเล็กน้อย
หลายคนทำแล้วเจอปัญหาว่าน้ำแกงใสเกิน หรือรสชาติไม่หอมเหมือนร้านอาหาร ส่วนใหญ่เกิดจากรีบใส่น้ำเยอะเกินตั้งแต่แรก หรือผัดเครื่องแกงไม่นานพอ
ถ้ามีเวลาอีกนิด ลองใจเย็นช่วงผัดพริกแกง กลิ่นที่ได้ต่างกันพอสมควร
วัตถุดิบ
ส่วนแกง
เนื้อหมูสันคอหรือหมูชิ้น 400 กรัม
กะทิ 500 มล.
น้ำเปล่า 150 มล.
ใบมะกรูด 4–5 ใบ
พริกชี้ฟ้าแดงซอย 1 เม็ด
น้ำมันพืช 1 ช้อนโต๊ะ
ส่วนเครื่องปรุง
พริกแกงแพนง 3–4 ช้อนโต๊ะ
น้ำปลา 2 ช้อนโต๊ะ
น้ำตาลปี๊บ 1½ ช้อนโต๊ะ
ซอสหอยนางรม 1 ช้อนโต๊ะ
วิธีทำ
ขั้นตอนที่ 1 : เตรียมวัตถุดิบ
ล้างหมูแล้วหั่นเป็นชิ้นพอดีคำ
ฉีกใบมะกรูดและซอยบางส่วนไว้สำหรับโรยหน้า
ใบมะกรูดถ้าขยี้เบา ๆ ก่อนใส่ลงแกง กลิ่นจะออกได้ชัดขึ้น
ขั้นตอนที่ 2 : ผัดพริกแกง
ตั้งกระทะใช้ไฟกลาง
ใส่น้ำมันและหัวกะทิเล็กน้อย
ตามด้วยพริกแกงแพนง
ค่อย ๆ ผัดจนเริ่มมีกลิ่นหอมและมีน้ำมันแดงออกมานิด ๆ
ตรงนี้ไม่ต้องรีบ เพราะช่วงนี้เป็นส่วนที่สร้างกลิ่นหลักของทั้งหม้อ
ขั้นตอนที่ 3 : ใส่หมู
ใส่หมูลงผัดกับเครื่องแกง
คลุกให้หมูเคลือบเครื่องทั่ว
ผัดประมาณ 2–3 นาที
ขั้นตอนที่ 4 : ปรุงรสและเคี่ยว
เติมกะทิส่วนที่เหลือและน้ำ
ปรุงด้วยน้ำปลา น้ำตาลปี๊บ และซอสหอยนางรม
เคี่ยวประมาณ 10–15 นาที
จากนั้นใส่ใบมะกรูด
ขั้นตอนที่ 5 : จัดเสิร์ฟ
ตักใส่ชาม
โรยพริกชี้ฟ้าแดงซอยและใบมะกรูดด้านบน
แกงแพนงเป็นเมนูที่กลิ่นจะมาก่อนเสมอ ตอนตักใหม่ ๆ จะได้ความหอมของกะทิและเครื่องแกงขึ้นมาก่อน แล้วค่อยตามด้วยรสเข้มข้นที่ไม่เผ็ดจนเกินไป ยิ่งกินกับข้าวสวยร้อน ๆ หรือมีไข่ต้มข้างจานอีกฟอง มักกลายเป็นมื้อที่ข้าวหายเร็วกว่าที่ตั้งใจไว้