ประวัติ+คำสวดบูชา "ครูบาศรีวิชัย"

กระทู้ข่าว


ครูบาศรีวิชัย (พ.ศ. 2421–2481)

ได้รับการยกย่องให้เป็น "นักบุญแห่งล้านนา" ท่านเป็นพระภิกษุผู้มีศีลาจารวัตรเคร่งครัด เป็นผู้นำทางจิตวิญญาณ และเป็นพระนักพัฒนาผู้สร้างถาวรวัตถุและบูรณปฏิสังขรณ์วัดวาอารามกว่า 108 แห่งทั่วภาคเหนือ

.

นามเดิมของครูบาศรีวิชัยคือ อ้ายฟ้าร้อง (หรือ อินท์เฟือน) เนื่องจากวันที่ท่านเกิดเกิดพายุฝนฟ้าคะนองอย่างหนัก เมื่ออายุ 18 ปีท่านได้บรรพชาเป็นสามเณร และอุปสมบทเป็นพระภิกษุเมื่ออายุ 21 ปี ได้รับฉายาว่า "สิริวิชโยภิกขุ"

.

ผลงานที่โดดเด่นที่สุดของท่านคือ ก่อนปี พ.ศ. 2477 การเดินทางขึ้นไปนมัสการพระธาตุดอยสุเทพมีความยากลำบากมาก ต้องเดินเท้าขึ้นป่าเขาสูงชันกว่า 14 กิโลเมตร ครูบาศรีวิชัยจึงต้องการสร้างถนนเพื่อให้พระสงฆ์เดินทางไปมาได้สะดวก เปิดโอกาสให้พุทธศาสนิกชนขึ้นไปสักการะปูชนียสถานสำคัญได้ง่ายขึ้นจึงริเริ่มสร้างทางรถยนต์แทนการเดินเท้าด้วยการ "ปักจอบแรก" โดยไม่มีงบประมาณจากรัฐ อาศัยเพียงแรงกายและศรัทธาของชาวล้านนาหลายพันคนที่หลั่งไหลมาช่วยกันสร้างจนแล้วเสร็จภายในเวลาเพียง 5 เดือนกว่า และสังคายนาพระไตรปิฎกฉบับล้านนา

.

ในยุคสร้างรัฐชาติ มีความพยายามจัดระเบียบสงฆ์ในล้านนาให้ขึ้นตรงกับกรุงเทพฯด้วยการเริ่มใช้นโยบายรวมศูนย์อำนาจการปกครองคณะสงฆ์ มีการก่อตั้ง พ.ร.บ. ลักษณะปกครองคณะสงฆ์ ร.ศ. 121 (พ.ศ. 2445) กล่าวคือ ผู้ที่จะทำการอุปัชฌาย์ได้ต้องได้รับการแต่งตั้งตราตั้งจากทางการเท่านั้น แต่ครูบาศรีวิชัยที่ ไม่มีใบสุทธิและตราตั้ง ได้ประกอบพิธีบรรพชาอุปสมบทและบูรณะวัดวาอารามต่างๆ ด้วยพลังศรัทธาของประชาชนโดยไม่ยึดระเบียบแบบแผนหรือขออนุญาตจากเจ้าคณะผู้ปกครองในขณะนั้น

.

นอกจากนี้ การที่ครูบาศรีวิชัยมีลูกศิษย์และบารมีมาก แต่วัดในปกครองของท่านไม่ยอมจัดทำซุ้มถวายพระพร รวมถึงการเกณฑ์ศรัทธาประชาชนนับหมื่นคนมาสร้างถนนขึ้นวัดพระธาตุดอยสุเทพ ทำให้ท่านยังถูกตั้งข้อหาที่รุนแรง อาทิเช่น ตั้งตนเป็นอุปัชฌาย์เถื่อน ซ่องสุมผู้คน เป็น "กบฏผีบุญ" หรือ "ล้มเจ้า" ครูบาศรีวิชัยจึงถูกเจ้าหน้าที่ควบคุมตัวลงมาจากภาคเหนือเพื่อมาสอบสวนที่กรุงเทพมหานครถึง 2 ครั้ง ทว่า สุดท้ายสมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาวชิรญาณวโรรสทรงพิจารณาแล้วเห็นว่าท่านไม่มีความผิด ครูบาศรีวิชัยจึงพ้นมลทินและเดินทางกลับล้านนาได้ในที่สุด

.

บทสวดบูชา ครูบาเจ้าศรีวิชัย (นักบุญแห่งล้านนา) นิยมสวดเพื่อความเป็นสิริมงคล เสริมบารมี และขอพรให้ชีวิตพบความราบรื่น

นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมาสัมพุทธัสสะ (3 จบ)

อะยัง วุจจะติ สิริวิชะโย นามะ มหาเถโร
อุตตะมะสีโล นะระเทเวหิ ปูชิโต
โส ระโห ปัจจะยาทีนัง มะหะลาภา ภะวันตุ เม
อะหัง วันทามิ สัพพะทา
อะหัง วันทามิ สิระสา
อะหัง วันทามิ สัพพะโส
สาธุ สาธุ สาธุ อนุโมทามิฯ

.

คำแปลบทสวดบูชา
มหาเถระผู้มีนามว่า สิริวิชโย ผู้สมบูรณ์ด้วยศีลอันสูงสุด ผู้ซึ่งเทวดาและมนุษย์ทั้งหลายต่างพากันสักการบูชา ท่านเป็นผู้ควรแก่ปัจจัยทั้งหลาย ขอลาภอันยิ่งใหญ่จงบังเกิดแก่ข้าพเจ้า ข้าพเจ้าขอกราบไหว้ท่านในกาลทั้งปวง ข้าพเจ้าขอกราบไหว้ท่านด้วยเศียรเกล้า ข้าพเจ้าขอกราบไหว้ท่านโดยประการทั้งปวง สาธุ สาธุ สาธุ ข้าพเจ้าขออนุโมทนา

แก้ไขข้อความเมื่อ
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่