TISCO ESU ปรับเพิ่ม GDP ไทยปี 69 เป็น 1.8% แต่เตือนยังน่าห่วงเสี่ยงเผชิญพายุลูกใหญ่!
.
TISCO ESU ปรับเพิ่ม GDP ไทยปี 69 เป็น 1.8% ชี้ ไทยช่วยไทยพลัสช่วยหนุนจริงแต่ไม่ยั่งยืน! เตือนเศรษฐกิจไทยยังเปราะบาง เสี่ยงเผชิญพายุลูกใหญ่ครึ่งปีหลัง
.
TISCO ESU ปรับเพิ่ม GDP ปีนี้แตะ 1.8% อานิสงส์ไตรมาสแรกเด่น-มาตรการรัฐหนุน
.
นายเมธัส รัตนซ้อน หัวหน้าฝ่ายวิเคราะห์เศรษฐกิจ ศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจและกลยุทธ์ทิสโก้ หรือ TISCO ESU เปิดเผยว่า TISCO ESU ได้ปรับเพิ่มคาดการณ์การขยายตัวทางเศรษฐกิจ หรือ GDP ของไทยในปีนี้ขึ้นเป็น 1.8% จากเดิมที่คาดไว้ 1.2% หลังจากตัวเลขเศรษฐกิจไตรมาสแรกออกมาดีกว่าคาด และภาครัฐมีการออกมาตรการกระตุ้นการบริโภคผ่านโครงการ “ไทยช่วยไทยพลัส”
.
อย่างไรก็ตาม สำหรับมุมมองเศรษฐกิจไทยในปีหน้า ประเมินว่าจะเติบโตชะลอลงเหลือ 1.7% จากเดิมคาด 2.4% เนื่องจากผลของฐานที่สูงขึ้นและการหมดมาตรการกระตุ้นแบบชั่วคราวของภาครัฐ
.
ส่งออก AI โตหลอกตา สะพัดแค่ “ทางผ่าน” ดุลการค้าไตรมาส 1 ติดลบรอบ 14 ไตรมาส
.
นายเมธัส กล่าวว่า แม้ตัวเลขเศรษฐกิจไตรมาสแรกจะดูดี แต่เมื่อเจาะลึกลงไปกลับพบสัญญาณความเปราะบางและการฟื้นตัวที่ไม่เท่าเทียมอย่างชัดเจนในด้าน “การส่งออก” แม้ภาพรวมจะขยายตัวดีโดยเฉพาะกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ที่เกี่ยวกับ AI และ Data Center แต่พบว่าดุลการค้าในไตรมาส 1/69 กลับมาติดลบเป็นครั้งแรกในรอบ 14 ไตรมาส สะท้อนว่าสินค้าหลายรายการเข้าข่ายเป็นสินค้าทางผ่าน (Transshipment) หรือแค่รับจ้างประกอบ
.
โดย TISCO ESU พบว่าสินค้าหมวด “ชิ้นส่วนเซมิคอนดักเตอร์” และ “หน่วยประมวลผลข้อมูลแบบดิจิทัล” มีความเกี่ยวโยง ระหว่างการนำเข้าและส่งออกในรอบ 10 ปีสูงถึง 0.85 และ 0.92 ตามลำดับ อีกทั้งยังมีคะแนนความน่าสงสัย และ Re-routing Index สูงสุด 2 ลำดับแรกจากทั้งหมด 104 รายการที่เป็นสินค้าในห่วงโซ่อุปทานที่เกี่ยวกับ AI ซึ่งที่ผ่านมาสินค้ากลุ่มเหล่านี้เป็นแรงขับเคลื่อนหลักของภาคการส่งออกมาอย่างต่อเนื่อง นั่นหมายความว่าการส่งออกที่โตดี แทบไม่ได้สร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจหรือกระจายรายได้สู่ภาคส่วนอื่นในประเทศเลย
.
SME แบกไม่ไหว “โรงงานปิดตัว” มากกว่าเปิดใหม่รอบ 10 ไตรมาส
.
ด้าน “การลงทุนรวม” ที่ดูเหมือนจะเป็นพระเอกด้วยการเติบโต 9.9% YoY (การลงทุนภาคเอกชนโต 10.1% สูงสุดในรอบ 3 ปีครึ่ง) จากเงินลงทุนต่างชาติและการตื่นตัวเรื่อง AI แต่ความจริงที่น่าตกใจคือ มีจำนวนโรงงานที่ “ปิดกิจการ” มากกว่า “เปิดใหม่” เป็นครั้งแรกในรอบ 10 ไตรมาส
โดยเฉพาะโรงงานขนาดเล็ก สวนทางกับโรงงานขนาดใหญ่และกลางที่ขยายกิจการ ภาพนี้ตอกย้ำว่าธุรกิจดั้งเดิม กำลังย่ำแย่ ขณะที่กลุ่มเทคโนโลยีขั้นสูง ซึ่งโดยมากเป็นรายใหญ่ มีเงินทุนมาก โตกระจุกตัว และยังได้อานิสงส์จากอุปสงค์โลกที่มีต่อสินค้าอิเล็คทรอนิกส์ โดยเฉพาะที่เกี่ยวกับ AI และ Data Center ที่ยังเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง
.
มอง “ไทยช่วยไทยพลัส” แค่ช่วยพยุง-ผลสั้น ขาดความยั่งยืน
.
สำหรับนโยบายแจกเงิน “ไทยช่วยไทยพลัส” TISCO ESU ประเมินว่าจะช่วยบวก GDP ได้ราว 0.3% ซึ่งมองว่าเป็นการประคองมากกว่ากระตุ้น และมีผลแค่ชั่วคราวเท่านั้น เนื่องจากรูปแบบโครงการมีตัวทวีคูณทางการคลังต่ำ แม้จะช่วยให้เม็ดเงินวิ่งเข้าหาร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการมากขึ้น ซึ่งช่วยคนตัวเล็กในสภาวะที่ยากลำบากได้บาง แต่ขาดความยั่งยืน
.
"ตัวเลขไตรมาสแรกที่ดี เป็นภาพก่อนเกิดสงครามตะวันออกกลางที่รุนแรง ต้นทุนต่างๆ ยังไม่พุ่ง รัฐบาลยังตรึงราคาน้ำมันได้ แต่ภาพวันนี้ต่างออกไปสิ้นเชิง"
.
เตือน “พายุของจริง” กำลังมา! สงครามยืดเยื้อเสี่ยงดันน้ำมันพุ่ง 50%-ของแพง-ตกงานเพิ่ม
.
ดังนั้น TISCO ESU ขอเตือนว่าอย่าประมาท เพราะพายุของจริงกำลังจะโถมเข้ามา หากสงครามยืดเยื้อ ราคาน้ำมันอาจดีดขึ้นไปได้อีก 40-50% และเสี่ยงจะขาดแคลน นอกจากนี้ วิกฤตช่องแคบฮอร์มุซยังส่งผลให้ปุ๋ยและเม็ดพลาสติกขาดตลาด ราคาอาหารจ่อจะปรับขึ้น ธุรกิจบางรายขาดของต้องหยุดผลิต ผู้คนเริ่มรัดเข็มขัดและลดรายจ่ายอย่างจริงจัง และอัตราการว่างงานเริ่มถีบตัวสูงขึ้น
.
"ต่อจากนี้จะเริ่มเห็นความเสียหายที่เกิดขึ้นต่อเศรษฐกิจชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ เราจึงมองว่าความเสี่ยงของเศรษฐกิจไทยยังโน้มไปทางด้านต่ำ”
.
ดอกเบี้ยแค่ “กระสุนด้าน” คาด กนง. คง 1.00% เตือนบาทอ่อนค่าจ่อทะลุ 34.0
.
ในแง่ของนโยบายการเงิน นายเมธัสมองว่า การลดดอกเบี้ยนโยบายอาจเป็นเพียง “กระสุนด้าน” ที่ไม่สามารถแก้ปัญหาที่เกิดจากฝั่งอุปทาน ได้ TISCO ESU จึงคาดว่า คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) จะคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 1.00% ตลอดทั้งปีนี้ และมีความเสี่ยงที่ปีหน้าดอกเบี้ยอาจต้องกลับมาเป็น “ขาขึ้น” ตามทิศทางโลกและเงินเฟ้อที่ดื้อรั้น
.
ส่วนทิศทางค่าเงินบาท มองว่ามีแนวโน้มอ่อนค่า โดยในช่วง 3 เดือนข้างหน้ามีโอกาสแตะระดับ 34.0 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐฯ จาก 3 ปัจจัยกดดัน คือ
.
ตลาดกังวลเงินเฟ้อสหรัฐฯ อาจทำให้ Fed ขยับขึ้นดอกเบี้ยตั้งแต่ปีนี้
• แนวโน้มดุลการค้าและดุลบัญชีเดินสะพัดของไทยในช่วงที่เหลือจ่อขาดดุลสูงต่อเนื่อง
• อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลไทยอายุ 10 ปี จ่อพุ่งแตะ 2.5% และอาจทะลุไปถึง 2.8% จากความเสี่ยงเงินเฟ้อและปริมาณพันธบัตร (Bond Supply) • จากการที่รัฐเตรียมกู้เพิ่ม ซึ่งจะกดดันให้เม็ดเงินต่างชาติไหลออก
.
นอกจากนี้ ยังมีความเป็นไปได้ที่ค่าเงินบาทนั้นอาจอ่อนค่าไปได้ไกลกว่าระดับ 34.0 โดยเฉพาะในกรณีที่ราคาน้ำมันพุ่งแรง 40-50% ซึ่งอาจเกิดขึ้นได้หากสงครามยังหาข้อยุติไม่ได้ โดยไม่จำเป็นต้องทวีความรุนแรง แต่แค่สถานการณ์ยืดเยื้อไปอีก 3-4 เดือน อาจส่งผลให้ปริมาณน้ำมันสำรองเชิงยุทธศาสตร์ ในคลังของประเทศหลักปรับลดลงจนถึงจุดวิกฤติก็เพียงพอแล้วที่ตลาดการเงินจะเกิดความกลัวขึ้น
.
.
ไทยเสี่ยงวิกฤตแล้ง เหลือน้ำใช้ได้ 37% ภาคกลางน่าห่วงเหลือแค่ 31%
https://www.matichon.co.th/economy/news_5742508
.
ไทยเสี่ยงวิกฤตแล้ง เหลือน้ำใช้ได้ 37% ภาคกลางน่าห่วงเหลือแค่ 31%
.
เมื่อวันที่ 1 มิถุนายน สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ สรุปสถานการณ์น้ำภาพรวมของประเทศ วันที่ 1 มิ.ย. 69 เวลา 7.00 น. ดังนี้
.
สถานการณ์ฝนสูงสุด รายภาค
ภาคเหนือ จ.แม่ฮ่องสอน (75 มม.) ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จ.นครราชสีมา (60 มม.) ภาคกลาง จ.สุพรรณบุรี (49 มม.) ภาคตะวันออก จ.สระแก้ว (175 มม.) ภาคตะวันตก จ.ราชบุรี (171 มม.) และ ภาคใต้ จ.พังงา (110 มม.)
.
วันนี้ มรสุมตะวันตกเฉียงใต้กำลังค่อนข้างแรงพัดปกคลุมทะเลอันดามัน ภาคใต้ และอ่าวไทย ประกอบกับร่องมรสุมพาดผ่านภาคเหนือตอนล่าง ภาคกลางตอนบน และภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง เข้าสู่หย่อมความกดอากาศต่ำบริเวณชายฝั่งประเทศเวียดนามตอนกลาง ทำให้ประเทศไทยมีฝนตกต่อเนื่อง และมีฝนตกหนักบางแห่งบริเวณภาคใต้ฝั่งตะวันตก
.
คาดการณ์ ช่วงวันที่ 2 – 5 มิ.ย. 69 ประเทศไทยตอนบนมีฝนลดลง แต่ยังคงมีฝนตกหนักบางแห่ง ส่วนภาคใต้และภาคตะวันออกยังคงมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง เนื่องจากมรสุมตะวันตกเฉียงใต้กำลังค่อนข้างแรงยังพัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทย
.
สถานการณ์น้ำอ่างเก็บน้ำในภาพรวม
ปริมาณน้ำรวม: 56% ของความจุเก็บกัก 45,333 ล้าน ลบ.ม.) ปริมาณน้ำใช้การ: 37% (21,222 ล้าน ลบ.ม.)
.
สถานการณ์น้ำอ่างเก็บน้ำรายภาค
ภาคเหนือ: มีปริมาณน้ำ 15,224 ล้าน ลบ.ม. (55%)
ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ: มีปริมาณน้ำ 5,557 ล้าน ลบ.ม. (46%)
ภาคกลาง: มีปริมาณน้ำ 600 ล้าน ลบ.ม. (31%)
ภาคตะวันออก: มีปริมาณน้ำ 1,096 ล้าน ลบ.ม. (35%)
ภาคตะวันตก: มีปริมาณน้ำ 18,294 ล้าน ลบ.ม. (65%)
ภาคใต้: มีปริมาณน้ำ 4,562 ล้าน ลบ.ม. (60%)
.
ประกาศแจ้งเตือนภัย
สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ ประกาศเฝ้าระวังพื้นที่เสี่ยงฝนตกหนัก ช่วงวันที่ 29 พ.ค. – 1 มิ.ย. 69 บริเวณจังหวัดเชียงใหม่ เชียงราย ตาก อุบลราชธานี ระยอง จันทบุรี ตราด กาญจนบุรี ราชบุรี ระนอง พังงา สุราษฎร์ธานี และกระบี่
.
สถานการณ์น้ำใน 3 เขื่อนหลักพื้นที่ EEC
บางพระ: มีปริมาณน้ำ 41% (48 ล้าน ลบ.ม.)
หนองปลาไหล: มีปริมาณน้ำ 48% (79 ล้าน ลบ.ม.)
ประแสร์: มีปริมาณน้ำ 55% (162 ล้าน ลบ.ม.)
.
.
น้ำมันพุ่งกว่า 2% นักลงทุนหวั่นศึกอิสราเอล-ฮิซบอลเลาะห์ลุกลาม
https://www.dailynews.co.th/news/5908953/
.
ราคาน้ำมันโลกปรับตัวขึ้นมากกว่า 2% ในการซื้อขายตลาดเอเชีย หลังนักลงทุนกังวลสถานการณ์สู้รบระหว่างอิสราเอลกับกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ทวีความรุนแรง
.
สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น เมื่อวันที่ 1 มิ.ย. ว่าสัญญาซื้อขายล่วงหน้าน้ำมันดิบเบรนท์ปรับตัวสูงขึ้น 1.93 ดอลลาร์สหรัฐ ( ราว 62.89 บาท ) หรือ 2.1% แตะที่ 93.05 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ( ราว 3,031.85 บาท ) ในช่วงเริ่มการซื้อขายของวันที่ 1 มิ.ย. ในตลาดเอเชีย
.
ขณะที่สัญญาซื้อขายล่วงหน้าน้ำมันดิบเวสต์ เทกซัส อินเทอร์มีเดียต ( ดับเบิลยูทีไอ ) ของสหรัฐ ปรับตัวสูงขึ้น 2.17 ดอลลาร์สหรัฐ ( ราว 70.71 บาท ) หรือ 2.5% แตะที่ 89.53 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ( ราว 2,917.16 บาท ) ในช่วงเวลาเดียวกัน
.
ด้านนักวิเคราะห์มองว่า นักลงทุนมีความกังวลกับที่อิสราเอลขยายขอบเจตปฏิบัติการทางทหารในภาคใต้เลบานอน ทั้งที่มีการหยุดยิงตั้งแต่กลางเดือนเม.ย. โดยสามารถรุกคืบพื้นที่ได้มากที่สุดในรอบ 26 ปี หรือนับตั้งแต่ปี 2543 จากการยึดปราสาทโบฟอร์ตและแนวสันเขาที่อยู่โดยรอบ เพื่อตอบโต้ที่กลุ่มฮิซบอลเลาะห์ยิงขีปนาวุธโจมตีภาคเหนือของอิสราเอล จนต้องมีการปิดโรงเรียน ย้ายโรงพยาบาลเข้าพื้นที่หลบภัย และจำกัดการรวมตัวของประชาชน
.
ทั้งนี้ การบุกเข้ายึดปราสาทโบฟอร์ตทำให้อิสราเอลได้เปรียบกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ในเรื่องชัยภูมิ เพราะเป็นจุดยุทธศาสตร์มุมสูง ที่ทำให้สามารถมองเห็นพื้นที่ส่วนใหญ่ในภาคใต้ของเลบานอน และภาคเหนือของอิสราเอล
นอกจากนี้ นักลงทุนมีความกังวลเริ่มมีมากขึ้น เกี่ยวกับทุ่นระเบิดในช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งอาจทำให้กระบวนการกลับมาเปิดช่องแคบดังกล่าวเป็นไปอย่างล่าช้า และหมายความว่าการผ่อนคลายความตึงเครียดของตลาดน้ำมันจะเกิดขึ้นช้ากว่าที่คิด เนื่องจากต่อให้สหรัฐกับอิหร่านสามารถบรรลุข้อตกลงกันได้ ปริมาณอุปทานน้ำมันจะยังไม่ทะลักกลับเข้าสู่ตลาดในทันที
.
https://x.com/Reuters/status/2061246414202507329
JJNY : TISCO ESU ปรับ GDP แต่เตือนยังน่าห่วง│ไทยเสี่ยงวิกฤตแล้ง│น้ำมันพุ่งกว่า 2%│เตือนฝนตกหนักถึงหนักมาก วันนี้ทิ้งท้าย
.
นอกจากนี้ ยังมีความเป็นไปได้ที่ค่าเงินบาทนั้นอาจอ่อนค่าไปได้ไกลกว่าระดับ 34.0 โดยเฉพาะในกรณีที่ราคาน้ำมันพุ่งแรง 40-50% ซึ่งอาจเกิดขึ้นได้หากสงครามยังหาข้อยุติไม่ได้ โดยไม่จำเป็นต้องทวีความรุนแรง แต่แค่สถานการณ์ยืดเยื้อไปอีก 3-4 เดือน อาจส่งผลให้ปริมาณน้ำมันสำรองเชิงยุทธศาสตร์ ในคลังของประเทศหลักปรับลดลงจนถึงจุดวิกฤติก็เพียงพอแล้วที่ตลาดการเงินจะเกิดความกลัวขึ้น
.
.
ไทยเสี่ยงวิกฤตแล้ง เหลือน้ำใช้ได้ 37% ภาคกลางน่าห่วงเหลือแค่ 31%
https://www.matichon.co.th/economy/news_5742508
.
ไทยเสี่ยงวิกฤตแล้ง เหลือน้ำใช้ได้ 37% ภาคกลางน่าห่วงเหลือแค่ 31%
.
เมื่อวันที่ 1 มิถุนายน สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ สรุปสถานการณ์น้ำภาพรวมของประเทศ วันที่ 1 มิ.ย. 69 เวลา 7.00 น. ดังนี้
.
สถานการณ์ฝนสูงสุด รายภาค
ภาคเหนือ จ.แม่ฮ่องสอน (75 มม.) ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จ.นครราชสีมา (60 มม.) ภาคกลาง จ.สุพรรณบุรี (49 มม.) ภาคตะวันออก จ.สระแก้ว (175 มม.) ภาคตะวันตก จ.ราชบุรี (171 มม.) และ ภาคใต้ จ.พังงา (110 มม.)
.
วันนี้ มรสุมตะวันตกเฉียงใต้กำลังค่อนข้างแรงพัดปกคลุมทะเลอันดามัน ภาคใต้ และอ่าวไทย ประกอบกับร่องมรสุมพาดผ่านภาคเหนือตอนล่าง ภาคกลางตอนบน และภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง เข้าสู่หย่อมความกดอากาศต่ำบริเวณชายฝั่งประเทศเวียดนามตอนกลาง ทำให้ประเทศไทยมีฝนตกต่อเนื่อง และมีฝนตกหนักบางแห่งบริเวณภาคใต้ฝั่งตะวันตก
.
คาดการณ์ ช่วงวันที่ 2 – 5 มิ.ย. 69 ประเทศไทยตอนบนมีฝนลดลง แต่ยังคงมีฝนตกหนักบางแห่ง ส่วนภาคใต้และภาคตะวันออกยังคงมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง เนื่องจากมรสุมตะวันตกเฉียงใต้กำลังค่อนข้างแรงยังพัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทย
.
สถานการณ์น้ำอ่างเก็บน้ำในภาพรวม
ปริมาณน้ำรวม: 56% ของความจุเก็บกัก 45,333 ล้าน ลบ.ม.) ปริมาณน้ำใช้การ: 37% (21,222 ล้าน ลบ.ม.)
.
สถานการณ์น้ำอ่างเก็บน้ำรายภาค
ภาคเหนือ: มีปริมาณน้ำ 15,224 ล้าน ลบ.ม. (55%)
ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ: มีปริมาณน้ำ 5,557 ล้าน ลบ.ม. (46%)
ภาคกลาง: มีปริมาณน้ำ 600 ล้าน ลบ.ม. (31%)
ภาคตะวันออก: มีปริมาณน้ำ 1,096 ล้าน ลบ.ม. (35%)
ภาคตะวันตก: มีปริมาณน้ำ 18,294 ล้าน ลบ.ม. (65%)
ภาคใต้: มีปริมาณน้ำ 4,562 ล้าน ลบ.ม. (60%)
.
ประกาศแจ้งเตือนภัย
สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ ประกาศเฝ้าระวังพื้นที่เสี่ยงฝนตกหนัก ช่วงวันที่ 29 พ.ค. – 1 มิ.ย. 69 บริเวณจังหวัดเชียงใหม่ เชียงราย ตาก อุบลราชธานี ระยอง จันทบุรี ตราด กาญจนบุรี ราชบุรี ระนอง พังงา สุราษฎร์ธานี และกระบี่
.
สถานการณ์น้ำใน 3 เขื่อนหลักพื้นที่ EEC
บางพระ: มีปริมาณน้ำ 41% (48 ล้าน ลบ.ม.)
หนองปลาไหล: มีปริมาณน้ำ 48% (79 ล้าน ลบ.ม.)
ประแสร์: มีปริมาณน้ำ 55% (162 ล้าน ลบ.ม.)
.
.
น้ำมันพุ่งกว่า 2% นักลงทุนหวั่นศึกอิสราเอล-ฮิซบอลเลาะห์ลุกลาม
https://www.dailynews.co.th/news/5908953/
.
ราคาน้ำมันโลกปรับตัวขึ้นมากกว่า 2% ในการซื้อขายตลาดเอเชีย หลังนักลงทุนกังวลสถานการณ์สู้รบระหว่างอิสราเอลกับกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ทวีความรุนแรง
.
สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น เมื่อวันที่ 1 มิ.ย. ว่าสัญญาซื้อขายล่วงหน้าน้ำมันดิบเบรนท์ปรับตัวสูงขึ้น 1.93 ดอลลาร์สหรัฐ ( ราว 62.89 บาท ) หรือ 2.1% แตะที่ 93.05 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ( ราว 3,031.85 บาท ) ในช่วงเริ่มการซื้อขายของวันที่ 1 มิ.ย. ในตลาดเอเชีย
.
ขณะที่สัญญาซื้อขายล่วงหน้าน้ำมันดิบเวสต์ เทกซัส อินเทอร์มีเดียต ( ดับเบิลยูทีไอ ) ของสหรัฐ ปรับตัวสูงขึ้น 2.17 ดอลลาร์สหรัฐ ( ราว 70.71 บาท ) หรือ 2.5% แตะที่ 89.53 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ( ราว 2,917.16 บาท ) ในช่วงเวลาเดียวกัน
.
ด้านนักวิเคราะห์มองว่า นักลงทุนมีความกังวลกับที่อิสราเอลขยายขอบเจตปฏิบัติการทางทหารในภาคใต้เลบานอน ทั้งที่มีการหยุดยิงตั้งแต่กลางเดือนเม.ย. โดยสามารถรุกคืบพื้นที่ได้มากที่สุดในรอบ 26 ปี หรือนับตั้งแต่ปี 2543 จากการยึดปราสาทโบฟอร์ตและแนวสันเขาที่อยู่โดยรอบ เพื่อตอบโต้ที่กลุ่มฮิซบอลเลาะห์ยิงขีปนาวุธโจมตีภาคเหนือของอิสราเอล จนต้องมีการปิดโรงเรียน ย้ายโรงพยาบาลเข้าพื้นที่หลบภัย และจำกัดการรวมตัวของประชาชน
.
ทั้งนี้ การบุกเข้ายึดปราสาทโบฟอร์ตทำให้อิสราเอลได้เปรียบกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ในเรื่องชัยภูมิ เพราะเป็นจุดยุทธศาสตร์มุมสูง ที่ทำให้สามารถมองเห็นพื้นที่ส่วนใหญ่ในภาคใต้ของเลบานอน และภาคเหนือของอิสราเอล
นอกจากนี้ นักลงทุนมีความกังวลเริ่มมีมากขึ้น เกี่ยวกับทุ่นระเบิดในช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งอาจทำให้กระบวนการกลับมาเปิดช่องแคบดังกล่าวเป็นไปอย่างล่าช้า และหมายความว่าการผ่อนคลายความตึงเครียดของตลาดน้ำมันจะเกิดขึ้นช้ากว่าที่คิด เนื่องจากต่อให้สหรัฐกับอิหร่านสามารถบรรลุข้อตกลงกันได้ ปริมาณอุปทานน้ำมันจะยังไม่ทะลักกลับเข้าสู่ตลาดในทันที
.
https://x.com/Reuters/status/2061246414202507329