"พลังงานในเวียดนามเข้าขั้นวิกฤติแล้ว" !!
.....
เวียดนามเคยถูกมองว่าเป็น “ดาวรุ่งแห่งการผลิตโลก” จากกระแส China+1 ที่ทำให้บริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่จำนวนมากย้ายฐานการผลิตออกจากจีน ไม่ว่าจะเป็น Samsung, Foxconn หรือผู้ผลิตอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ระดับโลก
.
แต่ปัจจัยสำคัญที่เริ่มสร้างความกังวลให้กับนักลงทุนต่างชาติ กลับไม่ใช่ค่าแรงหรือภาษี หากเป็น “ความมั่นคงด้านพลังงาน” ในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา เวียดนามเผชิญปัญหาไฟฟ้าขาดแคลนและไฟดับในเขตอุตสาหกรรมหลายแห่ง โดยเฉพาะภาคเหนือซึ่งเป็นฐานการผลิตสำคัญของอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์และเซมิคอนดักเตอร์ ส่งผลให้บางโรงงานต้องลดกำลังการผลิตหรือหยุดสายการผลิตชั่วคราว สร้างความเสียหายต่อห่วงโซ่อุปทานระดับโลก
.
แม้รัฐบาลเวียดนามจะเร่งนำเข้าถ่านหิน เพิ่มกำลังผลิตไฟฟ้า และยืนยันว่าจะไม่ให้เกิดวิกฤตซ้ำ แต่ความกังวลของนักลงทุนยังคงอยู่ เพราะอุตสาหกรรมยุคใหม่อย่าง Data Center, AI Infrastructure และ Semiconductor ต้องการไฟฟ้าที่มีเสถียรภาพสูงตลอด 24 ชั่วโมง
.
จุดนี้ทำให้หลายบริษัทเริ่มมองหาทางเลือกสำรองในอาเซียนมากขึ้น โดยไทยและมาเลเซียถูกจับตามองจากความพร้อมด้านโครงสร้างพื้นฐาน ระบบไฟฟ้าที่มั่นคงกว่า และการรองรับอุตสาหกรรมเทคโนโลยีขั้นสูงที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง การแข่งขันดึงดูด FDI ในยุค AI จึงไม่ได้วัดกันแค่ค่าแรงถูกหรือสิทธิประโยชน์ทางภาษีอีกต่อไป แต่กำลังวัดกันที่ “ใครมีไฟฟ้าพร้อมกว่า” เพราะในโลกของโรงงานไฮเทค ไฟดับเพียงไม่กี่นาที อาจมีมูลค่าความเสียหายมากกว่าต้นทุนค่าแรงทั้งปีเสียอีก.
แก้ไม่ตก ! “ไฟดับซ้ำซาก กดดันโรงงานไฮเทค เวียดนามเริ่มเสียจุดแข็ง? นักลงทุนต่างชาติหันมองไทย-มาเลเซียมากขึ้น”
.....
เวียดนามเคยถูกมองว่าเป็น “ดาวรุ่งแห่งการผลิตโลก” จากกระแส China+1 ที่ทำให้บริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่จำนวนมากย้ายฐานการผลิตออกจากจีน ไม่ว่าจะเป็น Samsung, Foxconn หรือผู้ผลิตอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ระดับโลก
.
แต่ปัจจัยสำคัญที่เริ่มสร้างความกังวลให้กับนักลงทุนต่างชาติ กลับไม่ใช่ค่าแรงหรือภาษี หากเป็น “ความมั่นคงด้านพลังงาน” ในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา เวียดนามเผชิญปัญหาไฟฟ้าขาดแคลนและไฟดับในเขตอุตสาหกรรมหลายแห่ง โดยเฉพาะภาคเหนือซึ่งเป็นฐานการผลิตสำคัญของอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์และเซมิคอนดักเตอร์ ส่งผลให้บางโรงงานต้องลดกำลังการผลิตหรือหยุดสายการผลิตชั่วคราว สร้างความเสียหายต่อห่วงโซ่อุปทานระดับโลก
.
แม้รัฐบาลเวียดนามจะเร่งนำเข้าถ่านหิน เพิ่มกำลังผลิตไฟฟ้า และยืนยันว่าจะไม่ให้เกิดวิกฤตซ้ำ แต่ความกังวลของนักลงทุนยังคงอยู่ เพราะอุตสาหกรรมยุคใหม่อย่าง Data Center, AI Infrastructure และ Semiconductor ต้องการไฟฟ้าที่มีเสถียรภาพสูงตลอด 24 ชั่วโมง
.
จุดนี้ทำให้หลายบริษัทเริ่มมองหาทางเลือกสำรองในอาเซียนมากขึ้น โดยไทยและมาเลเซียถูกจับตามองจากความพร้อมด้านโครงสร้างพื้นฐาน ระบบไฟฟ้าที่มั่นคงกว่า และการรองรับอุตสาหกรรมเทคโนโลยีขั้นสูงที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง การแข่งขันดึงดูด FDI ในยุค AI จึงไม่ได้วัดกันแค่ค่าแรงถูกหรือสิทธิประโยชน์ทางภาษีอีกต่อไป แต่กำลังวัดกันที่ “ใครมีไฟฟ้าพร้อมกว่า” เพราะในโลกของโรงงานไฮเทค ไฟดับเพียงไม่กี่นาที อาจมีมูลค่าความเสียหายมากกว่าต้นทุนค่าแรงทั้งปีเสียอีก.