เมื่อพูดถึง ‘พริก’ เราอาจคุ้นชินกับวัตถุดิบนี้ในฐานะที่เป็นเครื่องปรุงรสหรือส่วนผสมในการเพิ่มรสชาติเผ็ด แซ่บ ให้กับเมนูต่างๆ แต่ที่จริงแล้วพริกยังเป็นวัตถุดิบหลักที่นำไปสร้างสรรค์เมนูต่างๆ ได้อีกมากมายโดยที่ไม่ต้องเป็นตัวประกอบอย่างใครเขา ถ้าไม่เชื่อลองไปถามคนจังหวัดอุตรดิตถ์ดูได้

เพราะคนที่นี่จะแนะนำให้คุณรู้จักกับ ‘อั่วบักเผ็ด’ ซึ่งเป็นเมนูพื้นถิ่นภาคเหนือ หรือเมนูชูโรงประจำจังหวัดอุตรดิตถ์ที่จัดว่าหากินยากและอาจมีแค่คนในพื้นที่เท่านั้นที่สืบทอดวัฒนธรรมอาหารจานนี้ ความน่าสนใจของอั่วบักเผ็ดนี้จึงไม่ใช่เพียงแค่การนำพริกมาเป็นวัตถุดิบหลัก หากแต่เป็นเมนูที่สะท้อนอัตลักษณ์ลาวเวียงและแสดงให้เห็นถึงวัฒนธรรมร่วมระหว่างไทย-ลาวอีกด้วย
.
‘อั่วบักเผ็ด’ เป็นภาษาลาว ที่แปลว่า ‘พริกยัดไส้’ สันนิษฐานว่าเมนูนี้มีต้นกำเนิดมาจากบรรพบุรุษชาวลาวที่อพยพเข้ามายังสยามในสมัยรัชกาลที่ 3 โดยเฉพาะที่อำเภอตรอน จังหวัดอุตรดิตถ์ ที่เป็นพื้นที่หลักในการอพยพ คนลาวนำอาหารพื้นเมืองของคนเองมาด้วยซึ่งหนึ่งในนั้นก็คืออั่วบักเผ็ดนั่นเอง
.
ว่ากันว่า แรกเริ่มเดิมที อั่วบักเผ็ดเข้ามาในฐานะเมนูเพื่อเสิร์ฟให้กับกลุ่มขุนนางหรือคนชนชั้นสูงเท่านั้น และมักนิยมทำกันในหน้าหนาว เพราะส่วนผสมหลักอีกอย่างคือ ‘ข้าวโพด’ ที่จะหาผลผลิตนี้ได้แค่ในช่วงปลายฤดูฝนไปจนถึงฤดูหนาวเท่านั้น ทำให้อั่วบักเผ็ดไม่ได้เข้าถึงผู้คนทั่วไปได้ง่ายนัก อย่างไรก็ตาม อั่วบักเผ็ดก็กลายมาเป็นเมนูดึงดูดนักท่องเที่ยวในปัจจุบันเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ชนิดที่ว่าถ้ามาถึงตัวจังหวัดอุตรดิตถ์แล้วก็ต้องพากันไปกินเมนูนี้ให้ได้
.
ขั้นตอนการทำอั่วบักเผ็ดนั้นไม่ซับซ้อน โดยแบ่งขั้นตอนการทำออกเป็นสองส่วน อย่างแรกคือการเตรียมพริกสำหรับยัดไส้ จะนิยมใช้พริกหยวกเม็ดใหญ่มาล้างทำความสะอาดแล้วใช้มีดกรีดส่วนกลางของพริกเพื่อควานไส้พริกออกให้หมด ส่วนไส้ที่จะนำมายัดนั้นคือหัวใจสำคัญ เพราะการจะกินอั่วบักเผ็ดให้อร่อยในระดับถึงพริกถึงเครื่อง แปลว่ารสชาติของไส้ก็ต้องเข้มข้นด้วย คนในพื้นที่จะนำหมูสับบด ปลาร้าบด หอมแดง ตะไตร้ กระชาย ใบแมงลัก น้ำตาลมะพร้าว และที่ขาดไม่ได้ก็คือ ข้าวโพดข้าวเหนียวฝานหยาบ นำมาโขลกตำรวมกันเป็นเนื้อเดียวกัน แล้วนำไปยัดเป็นไส้พริกหยวก ก่อนเอาพริกหยวกยัดไส้ไปชุบแป้ง แล้วนำลงทอดให้เป็นสีเหลืองกรอบ
.
ส่วนใหญ่แล้วคนในพื้นที่จะนำอั่วบักเผ็ดมากินคู่กับข้าว ข้าวเหนียว บางทีก็นำไปกินคู่กับส้มตำก็เข้าขากันดี หรือจะจิ้มน้ำจิ้มกินเล่นก็ยังได้ เมนูนี้นอกจากจะให้ความหอมเฉพาะของพริกหยวกแล้ว ก็ยังให้กลิ่นและรสชาติแซ่บนัวที่ซับซ้อนของปลาร้า และสมุนไพรต่างๆ อีกด้วย หากใครมีโอกาสไปจังหวัดอุตรดิตถ์แล้วก็อย่าลืมไปลิ้มลองกันนะ
.
ที่มา : Sauce เรื่องราวกินได้
‘อั่วบักเผ็ด’ แรร์ไอเท็มอุตรดิตถ์ เมนูเชิดชูพริกหยวก
เพราะคนที่นี่จะแนะนำให้คุณรู้จักกับ ‘อั่วบักเผ็ด’ ซึ่งเป็นเมนูพื้นถิ่นภาคเหนือ หรือเมนูชูโรงประจำจังหวัดอุตรดิตถ์ที่จัดว่าหากินยากและอาจมีแค่คนในพื้นที่เท่านั้นที่สืบทอดวัฒนธรรมอาหารจานนี้ ความน่าสนใจของอั่วบักเผ็ดนี้จึงไม่ใช่เพียงแค่การนำพริกมาเป็นวัตถุดิบหลัก หากแต่เป็นเมนูที่สะท้อนอัตลักษณ์ลาวเวียงและแสดงให้เห็นถึงวัฒนธรรมร่วมระหว่างไทย-ลาวอีกด้วย
.
‘อั่วบักเผ็ด’ เป็นภาษาลาว ที่แปลว่า ‘พริกยัดไส้’ สันนิษฐานว่าเมนูนี้มีต้นกำเนิดมาจากบรรพบุรุษชาวลาวที่อพยพเข้ามายังสยามในสมัยรัชกาลที่ 3 โดยเฉพาะที่อำเภอตรอน จังหวัดอุตรดิตถ์ ที่เป็นพื้นที่หลักในการอพยพ คนลาวนำอาหารพื้นเมืองของคนเองมาด้วยซึ่งหนึ่งในนั้นก็คืออั่วบักเผ็ดนั่นเอง
.
ว่ากันว่า แรกเริ่มเดิมที อั่วบักเผ็ดเข้ามาในฐานะเมนูเพื่อเสิร์ฟให้กับกลุ่มขุนนางหรือคนชนชั้นสูงเท่านั้น และมักนิยมทำกันในหน้าหนาว เพราะส่วนผสมหลักอีกอย่างคือ ‘ข้าวโพด’ ที่จะหาผลผลิตนี้ได้แค่ในช่วงปลายฤดูฝนไปจนถึงฤดูหนาวเท่านั้น ทำให้อั่วบักเผ็ดไม่ได้เข้าถึงผู้คนทั่วไปได้ง่ายนัก อย่างไรก็ตาม อั่วบักเผ็ดก็กลายมาเป็นเมนูดึงดูดนักท่องเที่ยวในปัจจุบันเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ชนิดที่ว่าถ้ามาถึงตัวจังหวัดอุตรดิตถ์แล้วก็ต้องพากันไปกินเมนูนี้ให้ได้
.
ขั้นตอนการทำอั่วบักเผ็ดนั้นไม่ซับซ้อน โดยแบ่งขั้นตอนการทำออกเป็นสองส่วน อย่างแรกคือการเตรียมพริกสำหรับยัดไส้ จะนิยมใช้พริกหยวกเม็ดใหญ่มาล้างทำความสะอาดแล้วใช้มีดกรีดส่วนกลางของพริกเพื่อควานไส้พริกออกให้หมด ส่วนไส้ที่จะนำมายัดนั้นคือหัวใจสำคัญ เพราะการจะกินอั่วบักเผ็ดให้อร่อยในระดับถึงพริกถึงเครื่อง แปลว่ารสชาติของไส้ก็ต้องเข้มข้นด้วย คนในพื้นที่จะนำหมูสับบด ปลาร้าบด หอมแดง ตะไตร้ กระชาย ใบแมงลัก น้ำตาลมะพร้าว และที่ขาดไม่ได้ก็คือ ข้าวโพดข้าวเหนียวฝานหยาบ นำมาโขลกตำรวมกันเป็นเนื้อเดียวกัน แล้วนำไปยัดเป็นไส้พริกหยวก ก่อนเอาพริกหยวกยัดไส้ไปชุบแป้ง แล้วนำลงทอดให้เป็นสีเหลืองกรอบ
.
ส่วนใหญ่แล้วคนในพื้นที่จะนำอั่วบักเผ็ดมากินคู่กับข้าว ข้าวเหนียว บางทีก็นำไปกินคู่กับส้มตำก็เข้าขากันดี หรือจะจิ้มน้ำจิ้มกินเล่นก็ยังได้ เมนูนี้นอกจากจะให้ความหอมเฉพาะของพริกหยวกแล้ว ก็ยังให้กลิ่นและรสชาติแซ่บนัวที่ซับซ้อนของปลาร้า และสมุนไพรต่างๆ อีกด้วย หากใครมีโอกาสไปจังหวัดอุตรดิตถ์แล้วก็อย่าลืมไปลิ้มลองกันนะ
.
ที่มา : Sauce เรื่องราวกินได้